10 พ.ย.2566 - บ้านหลังหนึ่งภายในซอยเก้าแสน หมู่ 2 ตำบลบางเพรียง อำเภอบางบ่อ จังหวัดสมุทรปราการ เกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันขึ้นเมื่อ อยู่ ๆ ในขณะที่หลายคนกำลังพักผ่อนในบ้านพัก ก็เกิดเสียงลั่นของโครงสร้างบ้านพักหลังสีเขียว ก่อนจะลุกลามแตกร้าวและเริ่มหนักขึ้นจนทำให้หลายชีวิตที่อยู่ในบ้านรวมถึง คุณแม่ วัย 80 ปี ที่ทางครอบครัวต้องช่วยกันอพยพหนีตายออกมาจากในบ้านพัก ก่อนจะเกิดการทรุดตัวพังลงมาอย่างหนักตาม
ล่าสุดผู้สื่อข่าวเราได้เดินทางลงพื้นที่ไปตรวจสอบเรื่องนี้ พบเจ้าหน้าที่ได้ปิดประกาศและปิดกั้นพื้นที่ไว้ชั่วคราวห้ามทุกคนเข้าไปยังที่เกิดเหตุในจุดดังกล่าว ซึ่งจากการสังเกตยังพบว่ามีการทรุดตัวของบ้านพักอย่างต่อเนื่อง จนทำให้เจ้าของบ้านพักสีเขียวหลังนี้ ซึ่งเป็นบ้านพักสองชั้นที่กำลังต่อเติมและทาสีใหม่ ไม่กล้าที่จะเข้าไปเก็บทรัพย์สินสิ่งของมีค่าหรือเสื้อผ้าออกมาจากบ้านพัก ทำได้แค่ยืนน้ำตาคลอมองความเสียหายของบ้านตัวเอง ส่วนพื้นถนนของหมู่บ้านพบว่ามีการทรุดตัวเป็นระยะทางยาวกว่าสิบเมตร จนรถไม่สามารถผ่านเข้าออกได้ทุกชนิด นอกจากนั้นยังทำให้ท่อน้ำประปาของชุมชนแตกจนน้ำเจิ่งนองเต็มพื้น ขณะเดียวกันทาง ด้าน อบต.บางเพรียง ได้จัดส่งเจ้าหน้าที่กองช่างและผู้เกี่ยวข้องลงพื้นที่ พร้อมทั้งปิดประกาศเป็นพื้นที่อันตรายห้ามเข้าใกล้โดยเด็ดขาดและประสานเจ้าหน้าที่การไฟฟ้าเข้ามาตัดระบบไฟฟ้าในจุดดังกล่าวแล้ว
ขณะเดียวกันผู้สื่อข่าวพยายามสอบถามข้อมูลเชิงลึกต่อผู้รับเหมาของบริษัททำท่อหรือบ่อร้อยสายไฟฟ้า แต่กลับพบว่ายังไม่มีใครออกมาให้ข้อมูลในเรื่องนี้
จากการสอบถาม นางสาว นภัสสร สินสวัสดิ์ เจ้าของบ้านพักหลังสีเขียว บอกว่า ก่อนเกิดเหตุตนเองและครอบครัวรวมถึงมารดา วัย 80 ปี รวม 5 ชีวิต ที่พักผ่อนอยู่ในบ้าน ตอนนั้นได้ยินเสียงลั่นและเสียงคล้ายฝนตก พอออกมาดูพบว่าผนังบ้านเริ่มแตกร้าว จนเริ่มลั่นและกำลังพังถล่ม ทำให้ต้องรีบพาแม่และทุกคนออกมาจากในบ้าน ไม่นานก็ทรุดลงมาอย่างรวดเร็ว ซึ่งนอกจากบ้านตนเองแล้วยังมีเพื่อนบ้านอีกสองหลังรวมสามหลังได้รับความเสียหาย
นายสมชาย ใจชื้อ หนึ่งในชาวบ้านบอกว่าบ่อดังกล่าว เป็นบ่อท่อร้อยสายไฟของการไฟฟ้านครหลวง ที่มีการว่าจ้างผู้รับเหมาเข้ามาดำเนินการ ซึ่งขุดบ่อเพื่อร้อยสายไฟใต้ดินจากสถานีผลิตไฟฟ้าไปยังที่ต่างๆ ซึ่งข้างๆของหมู่บ้านจะเป็นสถานที่จ่ายไฟฟ้าของการไฟฟ้านครหลวงที่กำลังก่อสร้างแต่ยังไม่แล้วเสร็จ และบ่อดังกล่าวเป็นลักษณะเจาะใต้ดินผ่านใต้บ้านพัก ที่ผ่านมาชาวบ้านพากันกังวลมาตลอดว่าบ้านอาจจะทรุดตัวได้แต่สุดท้ายก็เกิดเรื่องขึ้น
นางสาว มนทกานต์ สิตมณี หนึ่งในผู้ที่ได้รับผลกระทบ บอกว่า มีตัวแทนของผู้รับเหมาที่เข้ามาพูดคุยเบื้องต้นและบอกว่าจะรับผิดชอบความเสียหายที่เกิดขึ้นทั้งหมด แต่อาจจะต้องใช้เวลานานพอสมควร หลังจากนี้ให้หาบ้านเช่าหรือห้องเช่าอยู่อาศัยชั่วคราวไปก่อนจนกว่าจะมีการสร้างบ้านใหม่ทดแทน เมื่อถามความรู้สึกต้องบอกว่า สงสารคุณแม่ ที่ต้องตกใจกับเหตุการณ์ดังกล่าว อีกทั้งบ้านหลังนี้พยายามช่วยกันซ่อมแซมทาสีใหม่เพื่อเป็นของขวัญให้แม่ ซึ่งการขุดเจาะที่ผ่านมาตั้งแต่แรกเริ่มโครงการ ก็ได้รับผลกระทบมาตลอดทั้งฝุ่น เสียง และแรงสั่นสะเทือน เคยร้องเรียนไปหลายครั้ง ก็ไม่ได้รับการแก้ไข และยังคงเดินหน้าโครงการต่อจนเกืดเหตุการณ์บ้านถล่ม โชคดีที่ไม่มีใครได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง
6 แรงงานเมียนมา รุมกระทืบคนไทย แค่ต่อว่าเคาะห้องผิด
เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.สำโรงเหนือ รับแจ้งว่ามีเหตุทำร้ายร่างกายกัน หอพักแห่งหนึ่งภายในซอยเทพารักษ์ 90 ตำบลเทพารักษ์
สงกรานต์พระประแดงเดือด! โจ๋เมายิงสามีดับ เมียเจ็บ
พ.ต.อ.อภิชาติ ทองแพ ผกก.สภ.พระประแดง รับรายงานมีเหตุทำร้ายร่างกายด้วยอาวุธปืน มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 2 ราย
สาวจีนตกท่อระบายน้ำ! ขณะถ่ายรูปจุดเช็กอิน 'ช้างเอราวัณ'
20 เม.ย. 2569 - ผู้สื่อข่าวจังหวัดสมุทรปราการรายงานว่า ช่วงบ่ายวันที่ 19 เม.ย. ที่ผ่านมา ศูนย์กู้ชีพปราการ รับแจ้งมีผู้บาดเจ็บขาตกท่อระบายน้ำ เหตุเกิดภายในซอยบางด้วน เข้าจากปากซอยประมาณ 50 เมตร ตำบลบางด้วน อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรปราการ หลังรับแจ้งจึงประสาน เจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญู เดินทางไปตรวจสอบและช่วยเหลือ ที่เกิดเหตุ เป็นท่อระบายน้ำในพื้นที่ส่วนบุคคลริมถนนภายในซอย เจ้าหน้าที่พบนักท่องเที่ยวสาวชาวจีน ขาซ้ายตกลงไปในท่อระบายน้ำ โดยขายังคาติดอยู่ในตระแกรงฝาท่อระบายน้ำ เจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญู จึงใช้อุปกรณ์เครื่องตัดถ่าง ถ่างตระแกรงฝาท่อระบายน้ำออก ใช้เวลาไม่นานสามารถนำขานักท่องเที่ยงหญิงชาวจีนออกมาได้ ซึ่งจากการตรวจสอบ พบรอยแดงที่ขาซ้าย แต่ไม่มีอาการผิดรูปที่ขาหรือบาดแผลใดๆ นักท่องเที่ยวหญิงชาวจีนไม่ประสงค์ที่จะไปโรงพยาบาล และได้กล่าวขอบคุณเจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญูที่เข้ามาช่วยเหลืออย่างรวดเร็ว จากการสอบถาม นายธัญเทพ กอบธัญกิจ อาสามูลนิธิร่วมกตัญญู จุดสำโรงใต้ 28 เล่าว่า ได้รับแจ้งเหตุขอความช่วยเหลือจากศูนย์วิทยุกู้ชีพปราการว่ามีนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติประสบอุบัติเหตุขาติดอยู่ในท่อระบายน้ำ เมื่อเจ้าหน้าที่ซึ่งปฏิบัติหน้าที่อยู่ในบริเวณใกล้เคียงไปถึงจุดเกิดเหตุ พบว่าผู้บาดเจ็บอยู่ในสภาพขาติดอยู่กับแผ่นเหล็กฝาท่อ โดยลักษณะของอุบัติเหตุเกิดจากผู้บาดเจ็บได้เหยียบลงบนแผ่นเหล็กที่ชำรุดจนแผ่นเหล็กเกิดการบิดตัวและดีดกลับมาอัดเข้าที่บริเวณช่วงหัวเข่าอย่างแรง ทำให้ไม่สามารถขยับหรือดึงขาออกมาได้ด้วยตนเอง ในการช่วยเหลือช่วงแรก เจ้าหน้าที่ได้รีบประสานงานทีมสนับสนุนเพื่อขออุปกรณ์ตัดถ่างเข้ามาดำเนินการ โดยใช้เวลาในการง้างแผ่นเหล็กออกประมาณ 10 นาที ก็สามารถนำขาของผู้บาดเจ็บออกมาได้เป็นผลสำเร็จ จากการตรวจสอบอาการบาดเจ็บเบื้องต้นพบว่าผู้บาดเจ็บมีเพียงรอยฟกช้ำและแผลถลอกจากการที่พลัดตกลงไปกระแทกเท่านั้น ไม่พบอาการผิดรูปของกระดูกหรือกระดูกหักแต่อย่างใด ก่อนจะดำเนินการปฐมพยาบาลและให้ความช่วยเหลือตามขั้นตอน ด้าน เพื่อนของผู้บาดเจ็บซึ่งเป็นคนไทย ได้เล่าถึงวินาทีเกิดเหตุว่า ขณะกำลังเดินเท้าจากพิพิธภัณฑ์ช้างเอราวัณเพื่อไปถ่ายรูปบริเวณจุดเช็กอินยอดฮิตฝั่งตรงข้าม ซึ่งเป็นจุดที่นักท่องเที่ยวชาวจีนนิยมมาถ่ายภาพในระหว่างที่กำลังเดินข้ามมานั้น นักท่องเที่ยวสาวชาวจีนได้เหยียบลงบนแผ่นเหล็กฝาท่อระบายน้ำที่ชำรุดอยู่แล้ว ส่งผลให้แผ่นเหล็กหักและทรุดตัวลงทันทีจนขาข้างหนึ่งตกลงไปติดอยู่ด้านใน ในตอนนั้นตนพยายามช่วยพยุงและสั่งไม่ให้ผู้บาดเจ็บลุกขึ้นหรือขยับตัว เพราะเกรงว่าหัวเข่าจะหักหรือถูกเศษเหล็กที่หักคารูท่อแทงซ้ำ จึงรีบประสานขอความช่วยเหลือทันที และแม้จะเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันขึ้น แต่นักท่องเที่ยวสาวรายนี้กล่าวว่าตนเองไม่ได้รู้สึกตกใจหรือขวัญเสีย และยังรู้สึกขอบคุณที่เจ้าหน้าที่กู้ภัยและผู้เกี่ยวข้องเข้ามาให้การช่วยเหลืออย่างรวดเร็วมาก โดยหลังจากได้รับการช่วยเหลือเสร็จสิ้น เธอยังสามารถสื่อสารและยิ้มแย้มได้ พร้อมกับยืนยันว่าอุบัติเหตุครั้งนี้ไม่ได้ทำให้รู้สึกแย่กับการมาเที่ยวเมืองไทยแต่อย่างใด และยังคงมีความตั้งใจที่จะกลับมาท่องเที่ยวที่ประเทศไทยอีกครั้งในอนาคตแน่นอน เพราะประทับใจในการดูแลและความปลอดภัยภาพรวมที่ได้รับในครั้งนี้ ส่วน นางสาวจินจุภา ทองสุข ชาวบ้านในพื้นที่ได้แสดงความกังวลอย่างมากเกี่ยวกับความปลอดภัยบริเวณจุดดังกล่าว ซึ่งปัจจุบันได้กลายเป็นแลนด์มาร์คสำคัญที่มีนักท่องเที่ยว โดยเฉพาะชาวต่างชาติ เดินทางมาถ่ายรูปและเซลฟี่ กันเป็นจำนวนมากตลอดทั้งวัน ตั้งแต่เช้าจนถึงค่ำ โดยเฉลี่ยมีผู้มาเยือนสูงถึงวันละ 40-50 คน ซึ่งจุดดังกล่าวนั้นสภาพถนนเป็นแบบ 2 เลนสวนกัน และรถที่สัญจรไปมามักจะใช้ความเร็วสูง หากเป็นคนในพื้นที่จะทราบดีและช่วยชะลอความเร็วให้ แต่สำหรับรถจากที่อื่นที่ไม่ชำนาญทางมักจะขับผ่านด้วยความเร็ว ซึ่งเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุกับนักท่องเที่ยวที่ยืนรวมกลุ่มกันอยู่ริมถนนเป็นอย่างมาก ทั้งนี้ ชาวบ้านจึงอยากเรียกร้องให้หน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง เข้ามาดำเนินการติดตั้งสัญลักษณ์หรือป้ายเตือนให้รถที่สัญจรไปมาทราบว่าพื้นที่บริเวณนี้มีคนพลุกพล่านและควรชะลอความเร็ว แม้ว่าปัจจุบันจะมีแสงสว่างที่เพียงพอแล้ว แต่การขาดป้ายเตือนที่ชัดเจนยังคงเป็นช่องว่างที่อาจนำไปสู่อุบัติเหตุร้ายแรงได้ จึงอยากให้มีการจัดระเบียบพื้นที่และทำเครื่องหมายบอกทางให้ชัดเจน เพื่อสร้างความปลอดภัยให้กับนักท่องเที่ยวและลดความเสี่ยงในการสูญเสียที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต.
หนุ่มพม่า ล้วงอกสาวกลางงานสงกรานต์ สุดท้ายถูกกระทืบน่วม
เจ้าหน้าที่ตำรวจสภ.บางเสาธง รับแจ้งเหตุทะเลาะวิวาทและทำร้ายร่างกายกันมีผู้บาดเจ็บ บริเวณปากซอย ฝ 5 ชุมชนการเคหะเมืองใหม่บางพลี ตำบลบางเสาธง อำเภอบางเสาธง จังหวัดสมุทรปราการ ซึ่งเป็นจุดที่มีการเล่นน้ำสงกรานต์และมีนักท่องเที่ยวจำนวนมาก
ล่าระทึกบางพลี จับ 'ชเว' ตัวการยาเสพติดข้ามชาติ หนีหมายแดงกบดานบ้านหรู
ตำรวจไทยประสานกำลังตำรวจเกาหลีใต้ รวบเอเย่นต์รายสำคัญตามหมายแดงอินเตอร์โพล หลบหนีเข้าประเทศผิดกฎหมาย พร้อมยึดอุปกรณ์สื่อสารจำนวนมาก ขยายผลเครือข่ายค้ายาเสพติดข้ามชาติ
มอบตัวแล้ว มือยิงไรเดอร์ดับคาห้องน้ำ อ้างแค้น-ถูกท้าทาย
ผู้ก่อเหตุยิงเพื่อนบ้านอาชีพไรเดอร์เสียชีวิตคาห้องน้ำ เข้ามอบตัวหลังถูกกดดันหนัก สารภาพปมขัดแย้งสะสมในกลุ่มอาชีพ อ้างถูกด่าทอและท้าทายจนก่อเหตุ

