หัวลากม้าเหล็กเบรคไม่ทัน! โครมเดียว 3 พี่น้องชาวเมียนมา นั่งรถซาเล้งผ่านรางรถไฟ ตาย 1 เจ็บสาหัส 2
25 พ.ย.2566 - เมื่อเวลา 12.25 น. พ.ต.ท.เกรียงศักดิ์ บัวโพธิ์ สารวัตรเวรสอบสวน สภ.ท่าม่วง จ.กาญจนบุรี ได้รับแจ้งจากตำรวจสายตรวจประจำจุดบริการประชาชนตำบลท่าล้อว่าเกิดอุบัติเหตุหัวรถจักรขบวนรถไฟสายธนบุรี-น้ำตกไทรโยค พุ่งชนรถซาเล้งพ่วงข้างมีผู้ได้รับบาดเจ็บจำนวนหลายราย เหตุเกิดบนถนนเลียบริมทางรถไฟต้ดผ่าน หลังบ้านกำนันอั๋น หมู่ 5 ต.ท่าล้อ อ.ท่าม่วงฯ หลังรับแจ้งจึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบเรื่อง
จากนั้นจึงรีบเดินทางไปตรวจสอบที่เกิดพบว่าเจ้าหน้าที่มูลนิธิมิราเคิล ออฟไลฟ์ (กู้ชีพขุนรัตนาวุธ) จุดรอรับเหตุ ต.ท่าล้อ และรถพยาบาลประจำสำนักงานใหญ่ได้เดินทางมาช่วยเหลือนำผู้ได้รับบาดเจ็บ จำนวน 3 รายส่ง รพ.สมเด็จพระสังฆราช องค์ที่ 19 เป็นเด็กผู้ชายวัยรุ่น 1 ราย เป็นเด็ก 1 ราย และเด็กผู้ชายอีก 1 ราย
จากการตรวจสอบที่เกิดเหตุพบหัวรถจักรสีส้มขบวนที่ 4228 ซึ่งเป็นหัวรถลากขบวนรถไฟสายน้ำตกไทรโยคกาญจนบุรี-สถานีธนบุรี เที่ยวขาล่องกรุงเทพฯ ห่างไปประมาณ 10 เมตร พบซากรถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้าเวฟ 100 ซีซี. สีแดงดัดแปลงเป็นรถซาเล้งพ่วงข้างหมายเลขทะเบียน 1 กฒ 5950 กาญจนบุรี อยู่ในสถาพพลิกคว่ำพังเสียหาย
ชาวบ้านที่เห็นเหตุการณ์ทราบว่า ก่อนเกิดเหตุได้มีกลุ่มเด็กๆ 3 คน เป็นคนสัญชาติเมียนมา ได้ขี่รถซาเล้งพ่วงข้างข้ามทางรถไฟเพื่อที่จะไปหาพี่สาวฝั่งทางรถไฟฝั่งโน้น
โดยมี 1.ด.ช.สุริยะ(นามสมมุติ)ไม่มีนามสกุล อายุ 13 ปี เป็นคนสัญชาติเมียนมา อยู่บ้านเลขที่ 115/22 หมู่ 5 ต.ท่าล้อ อ.ท่าม่วง จ.กาญจนบุรีเป็นคนขี่ 2.ด.ญ.ชมพู (นามสมมุติ) ไม่มีนามสกุล อายุ 5 ปี สัญชาติเมียนมา 3.ด.ช.ใจดี (นามสมมุติ) ไม่มีนามสกุล อายุ 4 ปี สัญชาติเมียนมา นั่งโดยสารมาในรถด้วย
ขณะที่กำลังขี่รถข้ามทางรถไฟโดยที่ไม่ได้มองซ้ายมองขวา เป็นเวลาเดียวกันกับหัวรถจักรวิ่งจากสถานีบ้านหนองปลาดุกมุ่งหน้าจะไปลากขบวนที่สถานีรถไฟบ้านดอนรัก ได้เปิดหวูดสัญญาณเตือน แต่ไม่ทันเสียแล้ว หัวรถจักรวิ่งพุ่งเข้าชนท้ายรถซาเล้งอย่างจัง ทำให้รถซาเล้งกระเด็นตกจากรางรถไฟ ทำให้ ด.ช.สุริยะ ซึ่งเป็นพี่ชายอายุ 13 ปี และเป็นคนขี่รถได้รับบาดเจ็บอาการสาหัส ส่วน ด.ญ.ชมพู อายุ 5 ปี ได้รับบาดเจ็บสาหัส ส่วน ด.ช.ใจดี อายุ 4 ปี อาการสาหัสและไปเสียชีวิตที่ รพ.
ส่วนสาเหตุของการเกิดอุบัติเหตุครั้งนี้เจ้าที่ตำรวจสันนิษฐานว่าน่าจะเกิดจากความประมาท ขับขี่รถข้ามทางตัดแยกรถไฟโดยไม่ได้มองซ้ายมองขวา ซึ่งเจ้าหน้าที่จะได้ติดตามสอบสวนข้อเท็จจริงเพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

ข่าวที่เกี่ยวข้อง
415 กิโลเมตรแห่งความตาย ทำไมโลกควรรื้อฟื้น 'ทางรถไฟสายมรณะ' ขึ้นทะเบียนมรดกโลก
ระยะทาง 415 กิโลเมตรของทางรถไฟไทย-พม่า ไม่ได้เป็นเพียงเส้นทางคมนาคมในยุคสงครามโลกครั้งที่ 2 แต่คือร่องรอยของความสูญเสียมหาศาลที่มีผู้คนกว่า 150,000 ชีวิตต้องสังเวย จนถูกขนานนามว่า “ทางรถไฟสายมรณะ” โดยเฉลี่ยในทุก 1 กิโลเมตรของรางรถไฟแห่งนี้ มีร่างผู้เสียชีวิตฝังอยู่ใต้พื้นดินราว 360 คน
สลด! รถตู้พุ่งชนสาวเมียนมาข้ามทางม้าลาย ดับ 1 เจ็บ 1
ร.ต.ท.ธนวัฒน์ เจริญสุข รองสว.(สอบสวน) สภ.บางพลี รับแจ้งเหตุ รถตู้ชนคนข้ามถนน มีผู้เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บ หน้าบริษัทแสตนดาร์ดแคน จำกัด ถนนเทพารักษ์ กม.14
คนบุรีรัมย์เสียงแตก! นโยบายปิดไฟถนน
ชาวบุรีรัมย์เสียงแตกนโยบายปิดไฟถนน ดีเดย์ 1 พ.ค.69 ชาวบ้านบางส่วนหวั่นเสี่ยงอุบัติเหตุ และช่องว่างก่ออาชญากรรม แต่บางกลุ่มเห็นด้วย เผยไม่กระทบการดำรงชีวิต อุบัติเหตุเกิดจากความประมาทมากกว่า
ตำรวจภูเก็ต วางมาตรการลดความหนาแน่นจราจรช่วงเปิดเทอม ปรับจุดกลับรถลดอุบัติเหตุ
ตำรวจภูเก็ตเผยปัญหาภาพรวม ขณะนี้เป็นช่วงปิดเทอม การจราจรไม่หนาแน่น แต่ต้นเดือนพฤษภาคม 2569 เป็นช่วงเปิดเทอม และถ้ามีฝนตกร่วมด้วยจะเจอสิ่งที่คุ้นเคยกัน คือ ประสบปัญหาการจราจร
วิโรจน์ โวย 'ทางหลวงชนบท' ลดไฟบนถนนเสี่ยงอุบัติเหตุ ข้องใจหรือติดโคมไฟถี่กว่ามาตรฐานสากล
วิโรจน์ จี้กรมทางหลวงชนบทแจง มีถนนเส้นไหนต้องลดไฟถนน ข้องใจที่ผ่านมาหรือมีความถี่มากเกินไปเกินมาตรฐานสากล
ขาเที่ยวเฮ! อุทยานแห่งชาติเอราวัณเปิดให้พักแรม-ท่องเที่ยวแล้ว
'เอราวัณ' เปิดท่องเที่ยว–พักแรมอีกครั้ง หลังไฟป่าคลี่คลาย คุณภาพอากาศกลับสู่ปกติ

