ยังไม่สำนึก! แก๊งเด็กหญิงรุมทำร้าย 'น้อง ม.2' เจอ 3 ข้อหาหนัก

11 มี.ค. 2567 – จากเหตุการณ์ ด.ญ.บี (นามสมมุติ) อายุ 14 ปี นักเรียน ม.2 โรงเรียนเอกชนแห่งหนึ่งใน อ.กันตัง จ.ตรัง ถูกเพื่อนร่วมห้อง และรุ่นพี่ โรงเรียนเดียวกัน และเพื่อนต่างโรงเรียนเพศหญิงรวม 5 คน รุมทำร้าย ทั้งทุบตี เตะต่อย รองเท้าฟาด ถีบหน้า จนได้รับบาดเจ็บมีบาดแผลเลือดไหล และช้ำหลายจุด แถมผลักเกือบตกสะพาน แล้วยังบังคับให้กราบขอโทษ จนบาดเจ็บหนักล้มฟุบไปกับพื้นปูน อย่างน่าหดหู่ นอกจากนี้ขณะก่อเหตุผู้ก่อเหตุยังหัวเราะเยาะเย้ย พูดคุยสนุกสนาน พร้อมถ่ายคลิปขู่ประจาน ก่อนแชร์ส่งต่อว่อนโลกโซเซียล

ทั้งนี้ ผู้เสียหายถูกส่งตัวไปที่โรงพยาบาลกันตัง และได้ส่งรักษาตัวต่อที่โรงพยาบาลตรัง จนถึงขณะนี้ผู้เสียหายยังมีอาการปวดมึนศีรษะและอาเจียนเป็นบางเวลา ยังต้องเดินทางเข้าออกโรงพยาบาลอยู่เป็นเนืองๆ โดยเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นหลังเลิกเรียน บริเวณสะพานปูน ท่าเทียบเรือกันตัง ซึ่งอยู่บริเวณด้านนอกโรงเรียน เมื่อวันที่ 8 มีนาคม 2567 นั้น

ความคืบหน้าคดีนี้ ร.ต.อ.ชวลิต กิ้มเฉี้ยง รอง สว.(สอบสวน) สภ.กันตัง พนักงานสอบสวนเจ้าของคดี ได้รับคำร้องทุกข์ไว้ตามคำร้องทุกข์คดีอาญาที่ 123/2567 และทางพนักงานสอบสวน ได้แจ้งข้อกล่าวหา น.ส.อริสรา (สงวนนามสกุล) อายุ 18 ปี ซึ่งไม่ได้เรียนอยู่โรงเรียนที่ผู้เสียหายเรียนอยู่ และตกผู้ต้องหาที่ 1 ในความผิดฐานร่วมกันทำร้ายร่างกายผู้อื่น, หมิ่นประมาทด้วยการโฆษณา และความผิดเกี่ยวกับเสรีภาพ โดยผู้ต้องหาที่ 1 ให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา ส่วนผู้ต้องหาอีก 4 คน ซึ่งเป็นเยาวชน และยังเป็นนักเรียน จะได้ดำเนินการดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป ซึ่งต้องสอบสวนร่วมกับสหวิชาชีพที่สำนักงานอัยการนัดหมายพบสอบสวนในวันถัดไป

ขณะเดียวกันทางพนักงานสอบสวน ได้อำนวยความสะดวก เข้าดำเนินการสอบปากคำแม่ของ ด.ญ.บี (ผู้เสียหาย) ถึงที่บ้านพัก เพื่อขอข้อมูลและรายละเอียดเพิ่มเติมในส่วนของเหตุการณ์ ขณะเดียวกันผู้สื่อข่าวยังรายงานว่า

ภายหลังจากเรื่องราวดังกล่าวปรากฏเป็นข่าว ได้มีญาติของผู้ก่อเหตุบางรายโทรเข้ามาหาญาติของฝ่ายผู้เสียหายในลักษณะไม่พอใจที่มีการนำเสนอข่าวออกไป และมีการนำภาพของผู้เสียหายไปโพสต์คอมเมนต์โดยไม่ปิดบังใบหน้าของเยาวชนผู้เสียหายในโพสต์ข่าวอีกด้วย

อีกทั้งทาง น.ส.อริสรา (สงวนนามสกุล) อายุ 18 ปี ผู้ต้องหาที่ 1 ได้มีการส่งคลิปเสียงในแชตเฟซบุ๊กระหว่างกลุ่มเพื่อนด้วยกันว่า “ใช่ค่ะ ฉันเองค่ะ คือคนในข่าว”, “ไม่คิดอะไร แต่ก็ช่างมันเถอะ เรื่องมันเกิดขึ้นแล้ว มานั่งเครียดอยู่ทำไม เครียดก็เหนื่อยเปล่าๆ อยู่ให้สบายดีกว่า” จนทำให้น้องเยาวชนที่เป็นผู้เสียหายรู้สึกหวาดกลัวกับการพูดในลักษณะไม่เกรงกลัวหรือสำนึกกับเหตุการณ์ที่กระทำแบบนี้กับคนอื่นเช่นนี้

ด้าน นางอุทิศ (สงวนนามสกุล) อายุ 57 ปี ยายของ ด.ญ.บี (ผู้เสียหาย) กล่าวว่า รู้สึกเจ็บมาก สงสารหลาน ตนเองเลี้ยงมาเองกับมือ เป็นหลานคนแรกและรักมากที่สุดทำใจไม่ได้ หากหลานไม่ได้กลับมา ตนเองก็คงจะขาดใจตายไปตามๆ และยังมาเห็นคลิปที่หลานถูกทำร้ายอีกโกรธมาก และยืนยันกับทางตำรวจไปแล้วว่าจะเอาเรื่องที่สุด หลังจากข่าวแพร่ออกไปก็ได้มีเจ้าหน้าที่จากบ้านพักเด็กและครอบครัว จ.ตรัง เข้ามาพบที่บ้าน และฝากบอกกับทางโรงเรียนให้เร่งดำเนินการในมาตรการจัดการกับกลุ่มผู้ก่อเหตุซึ่งอยู่โรงเรียนเดียวกันกับหลาน และให้ความมั่นใจในความปลอดภัยของหลานอย่างไรต่อไป เพราะทำให้หลานหวาดกลัวเป็นอย่างมาก และอยู่ในช่วงใกล้สอบแล้ว แต่หลานไม่กล้าจะไปโรงเรียน ส่วนทางผู้บริหารโรงเรียนยังเงียบ ยังไม่ได้ออกมาชี้แจงอย่างไร หลานมีอาการซึมอย่างเห็นได้ชัด ไม่คิดว่าเรื่องแบบนี้จะมาเกิดขึ้นกับหลานตนเอง

ขณะที่มีนักเรียนต่างโรงเรียนได้ส่งคลิปมาให้ผู้สื่อข่าว ที่แก๊งรุมตบน้องบี (นามสมมุติ) ที่เป็นข่าวอยู่ ปรากฏว่าในคลิป แก๊งรุมตบได้นัดเพื่อนต่างโรงเรียนในอำเภอกันตัง มาเครียร์เหตุ เพราะเพื่อนต่างโรงเรียนทักแชตพูดคุยกับน้องของสมาชิกในกลุ่มรุมตบจนเกิดความไม่พอใจ เหตุเกิดเมื่อเดือนที่แล้ว ด้วยการกระชากเสื้อแล้วตบยุมหัวแล้วตยไม่ยั้ง เมื่อล้มลงก็จับหัวโขกกับพื้นถนนโดยมีเพื่อนในแก๊งรุมตบร่วมลงมือ 3 คน ประกอบไปด้วย เหมี่ยว พลอย แก้ม และมีเพื่อนอีกคน อัดคลิปเพื่อนำไปโพสต์ในโซเชียลเพื่อประกาศให้รู้ถึงศักดาของแก๊งตนเอง แต่เหตุการณ์นี้นักเรียนยังไม่ไปแจ้งความเพราะกลัวสมาชิกแก๊งนี้อย่างมาก.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ชื่นชม ตำรวจ สน.คันนายาว ใช้ AI ทำสำนวนสอบสวน เพจรีวิวชื่อดังเล่าเบื้องหลังได้เงินคืนจากมิจฉาชีพ

เพจเฟซบุ๊ก "ปลั๊กไทย by มหาชะนี" ได้ออกมาเปิดเผยข้อมูลเพื่อเป็นวิทยาทาน ภายหลังจากเหตุการณ์ถูกมิจฉาชีพโกงเงิน 14,500 บาท จากนั้นไปแจ้งความ สน.คันนายาว ทำสำนวนส่งอัยการก่อนจะมีคำสั่งฟ้อง จนกระทั่งศาลตัดสินคดี และได้รับเงินคืนจากมิจฉาชีพในที่สุด โดยมีเนื้อหาดังนี้

ผบ.ตร. ยอมรับตั้งด่านจับอาวุธปืน เป็นเรื่องที่ทำได้ยาก ตำรวจต้องใช้ทักษะความรู้ ข้อมูลการข่าว

ผบ.ตร. ยอมรับนายกฯ โทรติงปม "ฉลอง" ผู้ต้องหาคดียิงนายก อบจ. สูบบุหรี่ไม่ใส่กุญแจมือ สั่งจเรตำรวจตั้งกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง พร้อมยอมรับการตรวจค้นอาวุธเป็นเรื่องยาก แต่ตำรวจต้องใช้ทักษะสร้างความปลอดภัยให้กับประชาชน

ปฏิบัติการเฟส 6 ปราบนอมินีต่างชาติ! 'บิ๊กราญ' ควง 'นพศิลป์' ทลายพูลวิลล่าเถื่อนหัวหิน

‘บิ๊กราญ-พล.ต.ท.นพศิลป์’ นำกำลัง ปฏิบัติการเฟส 6 ปราบนอมินีต่างชาติ ทลาย 'พูลวิลล่าเถื่อน' หัวหิน พบ 33 บริษัทต้องสงสัยถือครองที่ดินแทนต่างด้าว มูลค่าราว 300 ล้าน

'ฉลอง เรี่ยวแรง' ยิงนายก อบจ.นนทบุรีดับ! เผยปมแตกหักก่อนลั่นไก

‘ฉลอง เรี่ยวแรง’ อดีต สส.นนทบุรี ก่อเหตุยิง พ.ต.อ.ธงชัย เย็นประเสริฐ นายก อบจ.นนทบุรี เสียชีวิตภายในที่ทำการ ก่อนโทรศัพท์เล่านาทีเกิดเหตุ พร้อมเปิดชนวนความขัดแย้งระหว่างเพื่อนรักที่นำไปสู่เหตุสลด

ตร. ชื่นชม 'จ.ส.ต.' ขาสั้นใจเกินร้อย ทิ้งภารกิจส่วนตัวระงับกราดยิง

ผบ.ตร. ชื่นชมทุกชุดปฏิบัติการระงับเหตุกราดยิง เปิดเบื้องหลังทีม บก.น.7 ทิ้งภารกิจคว้าชัยการแข่งขัน-นัดพบแพทย์ สวมขาสั้นแต่ใจเกินร้อย ยุทโธปกรณ์ครบช่วยประชาชน

ตร.ชี้ปมเด็กกราดยิง หลายปัจจัยเชื่อมโยงพบศึกษาข้อมูลปืนในออนไลน์เกือบ 2 ปี  

รอง ผบช.ภ.1เรียกประชุมคณะทำงานคดี ม.3กราดยิงในโรงเรียนเทพศิรินทร์ นนทบุรี เผยสอบปากคำพยานไปแล้ว 17 ปาก ชี้ชนวนเหตุมาจากหลายปัจจัย ทั้งเรื่องครอบครัว มีปัญหากับเพื่อน เสพสื่อโซเชียล พบเคยสั่งซื้อปืนบีบีกันทางออนไลน์มาโรงเรียนแต่ถูกครูยึด  เร่งตรวจสอบมือถือ-คอมพิวเตอร์ โยงเหตุสลด