'จอมพลัง-บ้าพลัง' คนดูหมดพลัง

วันนี้เจ้าของซองใช้นามว่า “หมดพลัง”

ตอนแรกผมนึกว่าเหนื่อยจากงาน

อ่านไปไม่กี่บรรทัด อ้อ…มีคนช่วยทำให้หมดครับ

คนหนึ่ง “จอมพลัง”

อีกคน “บ้าพลัง”

เจ้าของซองเขียนมาว่า

สวัสดีคุณเสมอต้น

ช่วงนี้เปิดข่าวทีไรก็เจอสองคนนี้ คนหนึ่งกัน จอมพลัง อีกคนตั้ม ษิทรา ที่ตอนนี้ไว้หนวดออกมาเป็น “ตั้ม บ้าพลัง” เห็นข่าวสองคนนี้ติดกันมาหลายวัน ดูแล้วเหนื่อยเหมือนกัน

เรื่องที่ตั้มเอาไปร้องเกี่ยวกับกัน จอมพลัง ถ้ามีข้อมูลมีหลักฐานก็ตรวจสอบกันไป ใครทำอะไรไว้ก็ว่ากันตามหลักฐาน แต่บางทีมันเยอะเกิน ทั้งหนวด ทั้งท่าทาง ทั้งพูดล้อกันไปมา จนไม่รู้ว่าเรื่องที่ต้องการให้ตรวจสอบจริงๆ อยู่ตรงไหน

ส่วนกัน จอมพลัง เมื่อก่อนเห็นเข้าไปช่วยชาวบ้านที่มีปัญหาอยู่หลายเรื่อง ช่วยประสานให้บ้าง พาไปร้องเรียนบ้าง คนก็เลยรู้จักมากขึ้น แต่หลังๆ รู้สึกว่าบทบาทเยอะขึ้นมาก ทำอะไรก็เป็นข่าว ไปไหนก็มีคนตาม บางทีก็อดคิดไม่ได้ว่า แล้วคนที่มีหน้าที่โดยตรงอยู่ตรงไหน

ที่สงสัยมากกว่าคือ ทำไมทุกวันนี้คนแบบนี้ถึงมีบทบาทมากขนาดนี้ แล้วตำรวจไปไหน ชาวบ้านมีเรื่องเดือดร้อน ทำไมบางครั้งต้องไปหาคนดัง ไปหาอินฟลูเอนเซอร์ หรือให้นักข่าวช่วย เรื่องถึงจะได้รับความสนใจ

หรือทุกวันนี้มีเรื่องแล้วต้องเลือกเอาเองว่าจะไปโรงพัก หรือไปหาอินฟลูเอนเซอร์ เห็นข่าวแล้วหมดพลังจริงๆ

นับถือ
หมดพลัง

ครับ…

อ่านจบแล้ว ผมว่าคุณหมดพลังกับผมมีอาการใกล้กัน

โดยเฉพาะสองคนนี้

เรื่องตั้ม ษิทรา ผมก็เห็นคล้ายๆ คุณนั่นแหละ

ข่าวใหญ่ๆ หลายปีที่ผ่านมา เห็นหน้ากันบ่อยอยู่แล้ว พอดังขึ้นมา ชีวิตนอกคดีก็ตามออกมาอีก เที่ยวต่างประเทศ เสื้อผ้าแบรนด์เนม นาฬิกา รถ มีให้เห็นกันสารพัด

เรื่องหน้าตาก็ไม่ปล่อยผ่าน

เจ้าตัวเคยยอมรับเองว่าทำศัลยกรรมจริง

จะหล่อ จะเท่ จะดูภูมิฐานขึ้นก็จัดไปครับ

ก่อนที่ชีวิตจะพลิก จากคนที่เคยพาคนอื่นไปร้องเรียน ไปโรงพัก ไปศาล กลายมาเป็นคนถูกดำเนินคดีเสียเอง ถูกคุมขังอยู่พักใหญ่ ก่อนจะได้รับการประกันตัวออกมาต่อสู้คดี

คดียังไม่ถึงที่สุดครับ

พอออกมาคราวนี้ ผมนึกว่าจะเบาเครื่องลงหน่อย

ที่ไหนได้

หน้าไปทำมาแล้ว

คราวนี้ยังติดหนวดเพิ่มมาอีก

ตรงนี้ผมเข้าใจคุณหมดพลังเลยครับ

ส่วนกัน จอมพลัง ผมก็ไม่ได้ต่างกันเท่าไร

ตอนเข้าไปช่วยคนเดือดร้อนใหม่ๆ ผมไม่ได้ติดใจอะไร แต่พอดังมากเข้า ชักออกอาการ

หลังๆ ไม่ใช่แค่เรื่องชาวบ้านแล้ว เรื่องใหญ่ตรงไหนก็เห็นกันอยู่ตรงนั้น ชายแดนก็ไป บังเกอร์ก็สร้าง 

ดูข่าวบางวัน ผมนึกว่าต้องเช็กก่อนว่า วันนี้หน่วยงานไหนลงพื้นที่ หรือกัน จอมพลังลงพื้นที่

แล้วพอคนเชื่อ คนก็พร้อมช่วยครับ

มูลนิธิกันจอมพลังช่วยสู้เคยเปิดตัวเลขเองว่า มีเงินเข้ามากว่า 207 ล้านบาท ใช้ไปแล้วราว 117 ล้านบาท เหลืออยู่ประมาณ 90 ล้านบาท

สองร้อยกว่าล้านนะครับ

แต่ดังมากก็ใช่ว่าคนจะชอบทุกอย่างที่ทำ

อย่างคลิปที่ถูกพูดถึงกันมากช่วงหนึ่ง กันตั้งคำถามว่าทำไมตำรวจและนักข่าวถึงเข้าไปในพื้นที่ก่อนเวลาที่นัดหมายกันไว้

ผมฟังแล้วก็งง

ตำรวจไปถึงก่อนก็ดีแล้วไม่ใช่หรือ

คนเดือดร้อนเขารอความช่วยเหลือ ไม่ได้รอเปิดตัวพระเอก

ไม่เห็นต้องรอกัน จอมพลัง

ส่วนเรื่องที่ตั้มนำข้อมูลและข้อกล่าวหาเกี่ยวกับกันไปยื่นให้ DSI ตรงนี้ผมเห็นด้วยกับคุณหมดพลังอยู่อย่างหนึ่งครับ

มีข้อมูลก็ตรวจสอบกันไป

แต่การที่มีคนเอาเรื่องไปร้อง ยังไม่ได้แปลว่าสิ่งที่ร้องนั้นเป็นความจริง และไม่ได้หมายความว่ากัน จอมพลังมีความผิด

หน่วยงานรับเรื่องแล้วก็ตรวจหลักฐาน กันชี้แจงอย่างไรก็ต้องฟัง แล้วค่อยว่ากันจากผลที่ออกมา

ส่วนตั้มเองมีคดีอยู่ ก็ไม่ได้แปลว่าเรื่องที่ตั้มนำไปร้องจะเป็นเท็จเหมือนกัน

แยกกันครับ

แต่คำถามที่คุณหมดพลังทิ้งไว้นี่แหละครับ ผมว่าน่าคุย

“แล้วตำรวจไปไหน?”

อันนี้ถามตำรวจดีกว่า

โดยเฉพาะกรณีกัน จอมพลัง ยิ่งเห็นภาพชัด

กันไม่มีอำนาจสอบสวน ไม่ใช่พนักงานสอบสวน และไม่มีอำนาจตามกฎหมายแบบตำรวจ

แต่พอชาวบ้านบางคนมีเรื่อง กลับเลือกไปหากัน จอมพลัง ให้ช่วยประสาน พาไปร้องเรียน หรือตามเรื่องให้

บางเรื่องเราเลยเห็นกัน จอมพลังอยู่ข้างหน้าเสียด้วยซ้ำ

แล้วคนที่มีอำนาจหน้าที่ตามกฎหมายอยู่ตรงไหน

เรื่องนี้จะโทษชาวบ้านก็คงไม่ได้

โรงพักสำหรับคนธรรมดาบางทีก็ไม่ใช่สถานที่ที่เดินเข้าไปแล้วสบายใจนัก เจอเจ้าหน้าที่ดีก็ดีไป แต่เสียงบ่นเรื่องพูดจาไม่ดี ไม่ค่อยอยากรับเรื่อง โยนไปหน่วยนั้นหน่วยนี้ แจ้งแล้วเงียบ ต้องตามเอง มีให้ได้ยินอยู่เรื่อยๆ

บางเรื่องขั้นตอนก็เยอะเสียจนคนเดือดร้อนต้องมานั่งเรียนรู้ระบบราชการไปด้วยว่า กระดาษใบนี้ต้องไปไหน คนนี้ต้องเซ็นอะไร แล้วเรื่องถึงจะขยับ

ส่วนเรื่องตำรวจเรียกรับผลประโยชน์ก็มีข่าว มีคดี มีการร้องเรียนกันอยู่ ไม่ใช่เรื่องที่ผมจะเอามาเหมาว่าตำรวจเป็นกันหมด แต่จะทำเหมือนไม่เคยมีเรื่องแบบนี้เกิดขึ้นก็คงไม่ได้

พอเป็นอย่างนี้ คนที่เข้ามาประสานให้ พาไปถึงเจ้าหน้าที่ ตามเรื่องให้ และทำให้เรื่องได้รับความสนใจ ก็มีที่ยืนขึ้นมาเอง

พูดง่ายๆ ถ้าตรงนี้ไม่มีช่อง คนอย่างกัน จอมพลังจะเข้ามายืนตรงไหนล่ะครับ

ผมไม่ได้เหมารวมตำรวจทุกคนนะครับ คนทำงานดีมี และมีไม่น้อยด้วย

ที่พูดมาทั้งหมด ผมไม่ได้ต้องการให้ตำรวจทำอะไรเกินหน้าที่เลย

คนที่เดินเข้าโรงพัก เขาไม่ได้ไปขอความกรุณาจากใคร

มันเป็นหน้าที่

ถ้าวันหนึ่งคนที่ไม่มีอำนาจตามกฎหมายกลับกลายเป็นคนที่ชาวบ้านนึกถึงเวลามีเรื่อง ส่วนคนที่มีอำนาจสอบสวน มีเครื่องแบบ มีสถานีตำรวจอยู่ทุกพื้นที่ กลับถูกเจ้าของซองถามว่า

“แล้วตำรวจไปไหน?”

ผมว่าอันนี้ตำรวจต้องตอบเองครับ

—เสมอต้น
25 กันยายน 2569

📌เขียนถึงเสมอต้น: มีเรื่องอะไรอยากเล่า หรืออยากส่งมาคุยกัน เขียนมาได้ที่ [email protected] หรือ Inbox เพจ “เปิดซองออนไลน์” ไม่ต้องเป็นเรื่องใหญ่โตอะไรครับ เรื่องใกล้ตัว หรือเรื่องที่ค้างอยู่ในใจ เขียนมาเถอะ วันไหนซองมาถึง เราค่อยเปิดอ่านไปด้วยกัน.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ขืนให้อยู่...‘กูฉิบหาย’!

คุยแต่เรื่องเมืองไทยทุกวันก็ซ้ำซาก...เนอะ! ฉะนั้น วันนี้ เราไปชะแง้แลโลกกันซักวัน ว่าเขาไปกันถึงไหนแล้ว