
สาวสองตามหาแม่และครอบครัว หลายสิบปี ก่อนพบกันที่ขอนแก่น ตายายปลื้มใจ ได้ของขวัญปีใหม่ที่วิเศษที่สุดในชีวิต
เมื่อเวลา 13.30 น.วันที่ 31 ธ.ค.2564 นางวาสนา พรหมภักดี อายุ 57 ปี ประธานสตรีตำบลเมืองเก่า อ.เมือง จ.ขอนแก่น พา นายประทีป มาตรช่วง อายุ 24 ปี ซึ่งเป็นสาวประเภทสอง อยู่บ้านเลขที่ 141 ม.9 บ้านหนองคอนเตรียม ต.หลักเหลี่ยม อ.นามน จ.กาฬสินธุ์ มาพบกับตายายที่บ้านเลขที่ 277 ม.15 บ้านเนินทอง ต.บ้านค้อ อ.เมือง จ.ขอนแก่น ซึ่งเป็นบ้านของนางสุภานี กองจร อายุ 62 ปี และนายวิจิตร กองจร อายุ 62 ปี เจ้าของฟาร์มวัวนม ที่เลี้ยงวัวกว่า 30 ตัว
ซึ่งทันทีที่หลานชายเจอหน้าตายายก็ก้มลงกราบที่ตัก กอดกันกลม ต่างพากันร้องไห้ ด้วยความดีใจที่ได้พบหน้าหลังต้องพรากจากกันมาเป็นเวลา 20 ปี จากนั้น ตายาย และญาติพี่น้องได้ทำกับข้าว ต้มไก่ ลาบไก่ ตั้งวงกินข้าวร่วมกันอย่างมีความสุข
นางวาสนา พรหมภักดี อายุ 57 ปี ประธานสตรีตำบลเมืองเก่า กล่าวว่า ช่วงเดือน พ.ย. ที่ผ่านมา ได้ไปทำธุระที่อ.โนนศิลา จ.ขอนแก่น และแวะรับประทานอาหารที่ร้านขายอาหารริมถนนมิตรภาพ ขณะนั่งรับปรานอาหารอยู่ ก็มีสาวสองหรือน้องแชมป์ เดินเข้ามาหาพร้อมกับถามว่า อยู่ในเมืองขอนแก่น รู้จักตำบลบ้านค้อหรือไม่ จึงตอบว่ารู้จัก จึงถามด้วยความสงสัยว่า ทำไม ต้องการอะไร น้องแชมป์จึงนำสูติบัตรที่ถ่ายไว้ในโทรศัพท์มือถือมาให้ดู พร้อมกับบอกว่าตามหาแม่ผู้ให้กำเนิดและตามหาตายายที่อยู่ ต.บ้านค้อ
“ด้วยความเห็นใจจึงรับปากว่าจะช่วยตามหาให้
จากนั้นจึงได้ประสานไปยังนางหอมเกิด ไชยโชติ ประธานสตรีตำบลบ้านค้อ และพูดคุยกันในเรื่องที่น้องแชมป์ จากนั้นประธานสตรีตำบลบ้านค้อ จึงได้ดำเนินการตรวจสอบตามที่อยู่ที่น้องแชมป์ให้มาคือบ้านเลขที่277 ม.15 บ้านเนินทอง ต.บ้านค้อ อ.เมือง จ.ขอนแก่น ซึ่งเป็นบ้านของนางสุภานี กองจร อายุ 62 ปี และนายวิจิตร กองจร อายุ 62 ปี เจ้าของฟาร์มวัวนม ที่เลี้ยงวัวกว่า 30 ตัว และตายายก็ยืนยันว่ามีหลานชายชื่อแชมป์จริง “
นางวาสนา กล่าวต่ออีกว่า เมื่อทราบว่า มีบ้านเลขที่ดังกล่าว มีตายาย และมารดาของน้องแชมป์อยู่ที่บ้านหลังดังกล่าวจริง จึงได้รับตัวน้องแชมป์จาก อ.บ้านไผ่ มาพบกับตายาย ซึ่งก็เป็นความภูมิใจที่ได้ทำให้หลานและตายายได้พบกัน ส่วนมารดาน้องแชมป์นั้นทราบว่าไปมีครอบครัวใหม่ที่ จ.สงขลา แล้ว
ขณะที น้องแชมป์ กล่าวว่า เท่าที่จำความได้ ปู่ย่ามารับตัวจากที่บ้านตายายไปเลี้ยงดูที่บ้านหนองคอนเตรียม ต.หลักเหลี่ยม อ.นามน จ.กาฬสินธุ์ ตั้งแต่อายุ 4 ขวบ แล้วก็ไม่ได้เจอหน้าแม่และตายายอีกเลย อยู่กับปู่ย่าและพ่อได้ประมาณ 8 ขวบพ่อก็ไปทำงานที่ต่างจังหวัดไม่กลับมาอีก จึงอยู่กับปู่ย่า จนเรียนจบชั้นป.6 และพยายามเรียนต่อระดับมัธยมแต่ไม่มีเงิน จึงออกจากโรงเรียนไปหางานทำในกรุงเทพฯ และตระเวนทำงานไปเรื่อย เพื่อหารายได้เลี้ยงตัวเอง
” กระทั่งปี 2564 เพื่อนชวนมาทำงานที่ร้านอาหารแห่งหนึ่งในอำเภอบ้านไผ่ จึงมาทำงานกับเพื่อน และได้พบกับนางวาสนา ที่ร้านอาหาร และรู้ว่านางวาสนามีบ้านอยู่ในเขต อ.เมืองขอนแก่น จึงตัดสินใจเข้าไปขอความช่วยเหลือ ในการตามหาบ้านตายายและมารดาที่ ต.บ้านค้อ กระทั่งนางวาสนา แจ้งมาว่า พบบ้านตายายแล้ว แต่มารดาไปทำงานและมีครอบครัวที่ จ.สงขลา ซึ่งเป็นเรื่องที่น่ายินดีที่จะได้พบตายาย จึงตัดสินใจให้นางวาสนาพามาพบตายายที่บ้านในวันนี้
ด้านนางสุภานี กองจร อายุ 62 ปี ยายของน้องแชมป์ กล่าวว่า ขอบคุณนางวาสนาและนางหอมเกิด ที่เป็นคนนำพาหลานชายกลับมาพบกับครอยครัวอีกครั้ง ถือเป็นของขวัญปีใหม่สำหรับตากับยาย ให้มีอายุยืนยาวต่อไป สำหรับ มารดาของน้องแชมป์ชื่อว่านางรัศมี กองจร ปัจจุบัน อายุ 39 ปี อยู่กินกับนายประยูร มาตรช่วง อายุ 47 ปี ชาว จ.กาฬสินธุ์ ตั้งแต่อายุ 16 ปี มีบุตร 1 คนคือน้องแชมป์ ขณะน้องแชมป์อายุ 4 ขวบ นางรัศมี ก็ทิ้งลูก ทิ้งสามีและพ่อแม่ไป แล้วไม่กลับมาอีกเลย สามีก็ยังคอยภรรยาอยู่ที่บ้าน 2 ปี ภรรยาไม่กลับมา สามีจึงให้ พ่อแม่ มาเอาน้องแชมป์ไปเลี้ยง
“จากนั้น ตายายก็ไม่เคยได้เจอหน้าหลานชายอีก ส่วนลูกเขยก็กลับไปอยู่กับพ่อแม่และไม่เคยมาเยี่ยมอีกเลย กระทั่งเมื่อปี 2562 นางรัศมี ได้กลับมาหาพ่อแม่ โดยบอกว่าไปทำงานในสวนยางที่จังหวัดสงขลาและมีสามีใหม่ มีลูก 1 คน จึงไม่ได้กลับมาหาพ่อแม่ จากนั้นนางรัศมีก็อยู่กับพ่อแม่จนถึงต้นเดือน ธ.ค. จึงกลับไปหาสามีกับลูกที่สงขลา แต่เมื่อหลานชายกลับมาแล้ว ก็จะแจ้งให้นางรัศมีทราบ เผื่อนางรัศมีจะเดินทางมาหาลูกชาย ซึ่งยายก็หวังว่า ลูก หลานจะมาอยู่ด้วยกัน ครอบครัวจะได้มีความสุขเหมือนที่ผ่านมา”
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ชาวบ้านลั่นให้เวรกรรมตัดสิน 'ป้าดา' ทำมินิฮาร์ทหลังรับทราบข้อหาคดีที่ดินวัดป่าอดุลยาราม
ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่วัดป่าอดุลยาราม เพื่อสอบถามความรู้สึกของชาวบ้านที่ติดตามข้อพิพาทระหว่างวัดป่าอดุลยาราม กับทายาทของนายเฮียง พิมพ์ศรี หลังเจ้าพนักงานที่ดินได้สลักชื่อในโฉนดเป็นวัดป่าอดุลยาราม เรียบร้อยแล้ว รวมทั้งนางชมมณี น้อยจันทร์ หรือป้าดา
ไม่เบี้ยว! 'ป้าดา' ควง 'ป้าไข' ให้การตำรวจ คดีบุกรุกวัดป่าอดุลฯ
ที่ สภ.เมืองขอนแก่น น.ส.ชมมณี น้อยจันทร์ หรือ “ป้าดา” ทายาทนายเฮียง พิมพ์ศรี และนางบัวไข สรสมุทร หรือ “ป้าไข” ผู้จัดการมรดกนายเฮียง พิมพ์ศรี เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวนตามหมายเรียก
โล่งอก! เจ้าอาวาสวัดป่าอดุลยาราม เปิดใจรักษาโฉนด 36 ปี วัดมีเกราะป้องกัน 100%
พระครูอดุลสารนิเทศ ระบุ 36 ปีที่ผ่านมาเฝ้ารักษาโฉนด ต้องเก็บรักษาไว้ทั้งตรงนั้นตรงนี้ พร้อมย้ำยังเปิดวัดต้อนรับทุกคนรวมถึงญาติฝ่ายคู่กรณีเข้ามาทำบุญได้ตามปกติ
เจ้าอาวาสวัดป่าอดุลยาราม ขอบิณฑบาตทีมทนายไม่ดำเนินคดี 'ลุงแหวน' ที่ปรึกษาป้าดา
เจ้าอาวาสวัดป่าอดุลยาราม เปิดใจหลังชื่อวัดปรากฏในโฉนดอย่างเป็นทางการ พร้อมขออโหสิกรรมผู้ที่เคยกล่าวดูหมิ่น และขอบิณฑบาตรทีมทนายไม่ดำเนินคดีนายวรเดช ช่างบุ หรือ “ลุงแหวน ธานอส” ด้านลูกสาว ไวยาวัจกรคนแรกของวัด เปิดใจอยากบอกพ่อว่า “วันนี้เราทำสำเร็จแล้ว”
เสียงสะท้อนร้านค้าขอนแก่น! วอนต่ออายุ 'ไทยช่วยไทยพลัส' เฟส 2 จนถึงสิ้นปีนี้
พ่อค้า-แม่ค้า ขอนแก่น หนุน "อนุทิน" ต่ออายุไทยช่วยไทยพลัสไปจนถึง ธ.ค.เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจและเป็นของขวัญปีใหม่ให้กับคนไทยทั้งประเทศ
เจ้าอาวาสวัดป่าอดุลยาราม ยอมรับกังวลโฉนดยังไม่เป็นชื่อวัด อยากให้เรื่องจบเร็วๆจะได้หมดห่วง
ที่วัดป่าอดุลยาราม ชุมชนกังสดาล เขตเทศบาลนครขอนแก่น บรรยากาศโดยทั่วไปเริ่มเข้าสู่ภาวะสงบและเป็นปกติ พระสงฆ์และลูกศิษย์ยังคงปฏิบัติกิจของสงฆ์ตามปกติ โดยมีญาติโยมเดินทางเข้ามาทำบุญและถวายเทียนพรรษาและจตุปัจจัยไทยทานอย่างต่อเนื่อง โดยมีเจ้าหน้าที่ชุดมวลชนสัมพันธ์ สภ.เมืองขอนแก่น คอยดูแลความเรียบร้อยภายในพื้นที่อย่างเข้มงวด

