สาวไทยดับปริศนาที่ดูไบ ยังไม่รู้ผลชันสูตรศพ ญาติร้องช่วยตามหาพ่อมาดูหน้าลูกครั้งสุดท้าย

5 ม.ค.2564 - ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ไปยังบ้านเลขที่ 13/1 ม.4 บ้านป่างิ้ว ต.หินตั้ง อ.บ้านไผ่ จ.ขอนแก่น เพื่อพบกับ นางบุญตา พืชผักหวาน อายุ 46 ปี และ น.ส. อัญชนา กะการดี อายุ 23 ปี มารดาและน้องสาวของ น.ส.วรรณภา กะการดี อายุ 29 ปี ซึ่งเสียชีวิตที่ประเทศดูไบ ซึ่งได้ร้องขอความช่วยเหลือ เพื่อให้ช่วยติดตามนายสุนทร กะการดี อายุ 47 ปี อยู่บ้านเลขที่ 27 ม.19 บ้านโนนรัง ต.บัวโคก อ.ท่าตูม จ.สุรินทร์ ผู้เป็นบิดา มาดูหน้าลูกสาวที่ตายไปแล้วเป็นครั้งสุดท้าย

นางบุญตา พืชผักหวาน อายุ 46 ปี มารดาคนตาย กล่าวว่า ตนเองกับนายสุนทร เคยอยู่กินกัน จนมีลูกด้วยกัน 2 คน คือ น.ส.วรรณภา กะการดี หรือเก๋ อายุ 29 ปี ซึ่งเสียชีวิตที่เมืองดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และ น.ส.อัญชนา กะการดีหรือเอ้ อายุ 23 ปี โดยได้เลิกกับอดีตสามีมากว่า 20 ปีแล้ว ซึ่งลูกสาวคนโตได้ไปทำงานที่ดูไบ ล่าสุดลูกสาวได้กลับมาเยี่ยมบ้าน เมื่อปี 2562 ซึ่งอดีตสามีก็มาหาเพื่อพบกับลูก จากนั้นก็ไม่เคยมาอีก และเดือน ต.ค.2564 น.ส.วรรณภา ก็กลับไปทำงานที่ดูไบอีกครั้ง จากนั้นก็เสียชีวิตเมื่อวันที่ 2 ม.ค.2565 จึงอยากให้อดีตสามี ซึ่งเป็นพ่อของคนตาย มาดูหน้าลูกสาวเป็นครั้งสุดท้ายและมาร่วมกันส่งวิญญาณของลูกไปสู่ภพภูมิที่ดี

ขณะที่ น.ส.อัญชนา กะการดี อายุ 23 ปี น้องสาวคนตาย กล่าวว่า พี่สาวไปทำงานเป็นหมอนวดที่ดูไบ ครั้งนี้เป็นครั้งที่ 2 ซึ่งได้เดินทางไปเมื่อเดือน ต.ค.2564 โดยมีการติดต่อกับครอบครัวแทบทุกวัน บางครั้งก็ไลฟ์สดมาที่เฟซบุ๊กให้พี่น้องได้รับชมกันด้วย ซึ่งล่าสุดในช่วงปีใหม่ที่ผ่านมา ทางร้านนวดไม่ให้หยุดงาน พี่สาวจึงได้ลาออกจากงานไปอาศัยอยู่กับแฟนซึ่งเป็นคนดูไบ และมีการไลฟ์สดในคืนวันที่ 1 ม.ค. 2565 ขณะดื่มกินกับแฟนและเพื่อนในบ้านพักมาให้ดูด้วย จากนั้นช่วงบ่ายสองโมงของวันที่ 2 ม.ค. ซึ่งเป็นเวลาของประเทศไทย มีเพื่อนพี่สาวและแฟนพี่สาวส่งข้อความมาบอกว่า พี่สาวเสียชีวิตแล้วในลักษณะของการไหลตาย นอนตายอยู่บนที่นอน เพื่อนและแฟนพี่สาวได้แจ้งตำรวจ จึงมีการนำศพส่งตรวจพิสูจน์ที่โรงพยาบาลที่ดูไบ

"จากการติดต่อสอบจากเพื่อนของพี่สาวที่ร่วมดื่มกินฉลองปีใหม่ในคืนวันที่ 1 ม.ค. ที่ผ่านมาทราบว่า ได้เลิกวงกันช่วง 03.00 น. ของวันที่ 2 ม.ค.2565 แต่ก่อนที่จะเดินทางกลับ ได้พากันหิ้วพี่สาวเข้าในห้องนอน ซึ่งยังพูดคุยบอกกล่าวกันตลอดเวลา แต่พอรุ่งเช้าแฟนของพี่สาวโทรศัพท์แจ้งกับเพื่อนๆว่า พี่สาวนอนตัวเขียวเสียชีวิตบนที่นอน จึงรีบแจ้งตำรวจ มานำศพพี่สาวไปตรวจพิสูจน์ที่รพ. แต่จนถึงขณะนี้ยังไม่สามารถตรวจศพได้ เพราะต้องรอผลสรุปการสืบสวนสอบสวนจากทางตำรวจให้เสร็จเรียบร้อย จึงจะตรวจพิสูจน์ศพได้ "

น.ส.อัญชนา กล่าวต่ออีกว่า ขณะนี้ครอบครัวไม่รู้จะปรึกษาหารือกับใคร จึงได้ฝากเพื่อนพี่สาวกับแฟนพี่สาวประสานกับทางสถานกงสุลใหญ่ ณ เมืองดูไบ ในการติดตามการทำงานของตำรวจและการชันสูตรศพที่โรงพยาบาล เพื่อขอรับศพกลับมาที่ประเทศไทย และเมื่อศพมาถึงประเทศไทย ทางครอบครัวจะนำรถไปรับที่สนามบิน เพื่อนำร่างมาประกอบพิธีทางศาสนาที่บ้าน ส่วนจะตั้งศพกี่วันนั้น ญาติพี่น้องยังไม่ได้หารือกัน ต้องรอศพมาถึงประเทศไทยก่อนจึงจะตัดสินใจได้

"ในช่วงที่รอศพพี่สาวกลับมาถึงบ้าน จึงอยากแจ้งข่าวถึงพ่อ อยากบอกพ่อว่า พี่เก๋ตายแล้ว ขอให้พ่อกลับบ้านมาหาพี่เก๋ มาดูหน้าลูกคนโตเป็นครั้งสุดท้าย และอยากร้องขอความช่วยเหลือจาก กงสุลใหญ่ ณ เมืองดูไบ และกระทรวงการต่างประเทศของประเทศไทย ประสานงานกันในเรื่องนำศพพี่สาวกลับบ้านให้ด้วย"

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ราคาเหล็กพุ่งแรง 30% สต็อกใกล้หมด ผู้รับเหมาชะลองานก่อสร้างบ้าน เล็งปรับราคาใหม่

ขอนแก่นราคาเหล็กพุ่งแรง 30% หลังราคาน้ำมันยังคงผันผวน ขณะที่ผู้ประกอบการอั้นราคาเพื่อประคองลูกค้า แต่สต็อกใกล้หมด ด้านผู้รับเหมาชะลองานก่อสร้างบ้าน พร้อมปรับราคาหน้างานใหม่เพราะต้นทุนสูงขึ้น วอนรัฐเร่งแก้ต้นตอราคาน้ำมัน

สภาอุตฯขอนแก่นปลื้มสงกรานต์ทำเงินสะพัดนับพันล้าน

สภาอุตสาหกรรมขอนแก่น เป็นปลื้ม สงกรานต์ขอนแก่นนักท่องเที่ยวแน่น เงินสะพัดนับพันล้านบาท วอนรัฐเร่งคลอดคนละครึ่ง-ไทยเที่ยวไทย กระตุ้นการใช้จ่ายช่วงรอยต่อก่อนถึงฤดูท่องเที่ยวปลายปี 

ถนนข้าวเหนียวขอนแก่นแทบแตก นักท่องเที่ยวนับแสนร่วมงานสงกรานต์วันสุดท้าย

ถนนข้าวเหนียวขอนแก่นแทบแตกนักท่องเที่ยวนับแสน ร่วมเล่นคลื่นมนุษย์ไปอย่างเดียว คึกคัก ขณะที่ แท่ง ศักดิ์สิทธิ์ เป็นปลื้ม มาสงกรานต์ขอนแก่นวันแรกปลอดภัยหายห่วงและมีความสุขสุดๆ

แม่ค้าร้องจ๊าก! สงกรานต์ 'ดอกมะลิ' ราคาพุ่งกิโลละพัน

บริเวณหน้าตลาดสดเทศบาล 1 ถนนกลางเมือง เขตเทศบาลนครขอนแก่น มีแม่ค้าและพ่อค้าจำนวนมาก ต่างพากันมานั่งร้อยมาลัยดอกรัก และดอกมะลิ รวมถึงสร้อยคอดอกมะลิ