แก๊งโจ๋ใจบาป! รุมทำร้ายเจ้าอาวาส ฉุนเตือนห้ามตกปลาหน้าวัด

17 พ.ค. 2567 – ผู้สื่อข่าวจังหวัดสมุทรปราการรายงานว่า เมื่อวันที่ 16 พ.ค. ที่ผ่านมา ร.ต.อ.ณัฐพฤทธ์ ด้วงเกตุ รองสารวัตรสอบสวน สภ.พระประแดง รับแจ้งเจ้าอาวาสวัดจวนดำรงค์ราชพลขันธ์ ถูกทำร้ายร่างกายจนได้รับบาดเจ็บที่ศีรษะเป็นแผลแตกฉีกขาดเลือดไหลออกมาเป็นจำนวนมาก หลังรับแจ้งจึงประสานเจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญู เข้าช่วยเหลือปฐมพยาบาลเบื้องต้น และนำส่งโรงพยาบาลบางจาก

จุดเกิดเหตุบริเวณ ถนน คสล.กว้างประมาณ 1.5 เมตร เป็นทางถนนมุ่งหน้าชุมชนบ้านตา หมู่ที่ 7 ต.บางพึ่ง อ.พระประแดง จ.สมุทรปราการ ซึ่งอยู่ตรงข้ามกับหน้าวัด ซึ่งมีคลองลัดหลวงกั้นกลางคลอง กว้างประมาณ 10 เมตร เหตุการณ์ครั้งนี้เกิดขึ้นเมื่อเวลาประมาณ 23.30 น. ทาง ดร.พระครูธรรมธร (พระสุชาติ) ฐิตวโร เจ้าอาวาสวัดจวนดำรงค์ราชพลขันธ์ ได้ถูกกลุ่มวัยรุ่นประมาณกว่า 10 คน ซึ่งแอบมาตกปลาภายในคลองลัดหลวงบริเวณหน้าวัด เมื่อเห็นจึงได้เดินข้ามไปไล่กลุ่มวัยรุ่นดังกล่าว จากนั้นจึงมีปากเสียงกัน ทางกลุ่มวัยรุ่นจึงได้เข้ามาทำร้ายเจ้าอาวาสจนได้รับบาดเจ็บ โดยมีอาวุธไม้ หนังสติ๊ก

โดยบริเวณหน้าวัดมักจะมีวัยรุ่นและมีคนชอบแอบมาตกปลาอยู่เป็นประจำ ทางพระในวัดเห็นก็ได้ว่ากล่าวตักเตือนไปหลายครั้ง บางครั้งกลุ่มวัยรุ่นที่มาแอบตกปลาก็ไปทำลายกล้องวงจรปิดของชุมชนจนได้รับความเสียหาย ขณะนี้ทางตำรวจได้รับแจ้งความร้องทุกข์เป็นที่เรียบร้อยแล้ว แล้วจะให้ชุดสืบสวนลงพื้นที่ติดตามตัวกลุ่มผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีตามกฎหมายโดยเร็ว

พระครูธรรมธร สุชาติ ฐิตวโรดร เจ้าอาวาสวัดจวนดำรงค์ราชพลขันธ์ เล่าให้ฟังว่า วัยรุ่นกลุ่มดังกล่าวมาตกปลาเกือบทุกสัปดาห์ ซึ่งเป็นแก๊งนอกพื้นที่ กับแก๊งบริเวณแถวๆ บ้าน ซึ่งเมื่อคืนนี้ก็ไล่ไปแล้ว อาตมาคาดว่าเดี๋ยวอีกประมาณ 1 ชั่วโมงกว่าๆ ก็ต้องมีกลุ่มวัยรุ่นย้อนกลับมา จึงไปดักรอที่สวนต้นกล้วย ซึ่งมากัน 20 กว่าคน มาพร้อมกับไม้หน้าสาม อีก 1 คน ดูดบุหรี่ไฟฟ้า อีกมือหนึ่งมีหนังสติ๊ก อาตมาก็มีหนังสติ๊กเหมือนกัน แต่จะไม่พยายามยิงให้โดน โดยจะยิงสังกะสีหรืออะไรต่ออะไรข้างๆ เพื่อให้ตกใจและหลบหนีออกไป แต่อาวุธจริงๆ คือโทรแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ บางทีแจ้งไป ก็ยืนรอยันเช้า ก็ยังไม่มาเลย แล้วก็ยังไม่เคยจับได้สักที ซึ่งมีกฎหมายคุ้มครองอยู่ อยากจะให้ไปดูอัตราการเปรียบเทียบปรับของกฎหมาย

“แก๊งนี้ตามดูหลายเที่ยวแล้วเป็นอาทิตย์แล้ว ซึ่งมากันเป็นประจำ ชาวบ้านก็โทรแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจแล้ว แต่ก็ยังไม่มา ซึ่งชาวบ้านไปห้าม ตกปลา พวกแก๊งตกปลาก็ต่อว่ามายุ่งอะไรด้วย อาตมาแจ้งชาวบ้านว่าถ้ามีอะไรให้โทรมาเดี๋ยวจะข้ามไปเองนะ ตอนนี้ไม่เคยได้นอนเลย ต้องมานั่งเฝ้าดูตลอด ซึ่งเมื่อก่อนนี้มีทหารเคยมาช่วยก็ได้ยึดจักรยานและอุปกรณ์ตกปลาบ้าง บริเวณจุดดังกล่าวเป็นเขตอภัยทาน อยากให้พวกมันรู้จักบ้าง ซึ่งมีกฎหมายและขอบเขตของกรมประมง แต่แก๊งตกปลาก็ไม่เคยสนใจเลย และมาฉีกข้อห้ามปรามหมดเรียบร้อยแล้ว ที่ติดไว้บริเวณตามจุดต่างๆ” เจ้าอาวาสวัดจวนดำรงค์ราชพลขันธ์ ระบุ

นางศิริกุล เรืองแจ่ม อายุ 61 ปี ชาวบ้านที่เห็นเหตุการณ์ เล่าให้ฟังว่า เมื่อคืนมีกลุ่มเด็กมาตกปลาเต็มกระสอบ ลากจนมีเลือดเต็มทาง ซึ่งมากันทุกคืน ปกติพระอาจารย์จะถือไม้คอยไปไล่ แต่ไม่ได้ตี พวกกลุ่มเขามากันเป็นสิบคน เมื่อคืนพอถือไม้ไปขู่ จึงถูกกลุ่มเด็กไล่ตีกลับมา ได้รับบาดเจ็บหัวแตกเย็บไปประมาณ 5 เข็ม ซึ่งเวลาเกิดเหตุการณ์ พระอาจารย์จะโทรมาแจ้งกับเราว่าให้เรียกตำรวจให้หน่อย เราก็โทรแจ้งนะ แต่ตำรวจไม่เคยมา เราก็หมดปัญญาถ้าจะโทรไปบ่อยๆ เราก็อาย.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

สาวจีนตกท่อระบายน้ำ! ขณะถ่ายรูปจุดเช็กอิน 'ช้างเอราวัณ'

20 เม.ย. 2569 - ผู้สื่อข่าวจังหวัดสมุทรปราการรายงานว่า ช่วงบ่ายวันที่ 19 เม.ย. ที่ผ่านมา ศูนย์กู้ชีพปราการ รับแจ้งมีผู้บาดเจ็บขาตกท่อระบายน้ำ เหตุเกิดภายในซอยบางด้วน เข้าจากปากซอยประมาณ 50 เมตร ตำบลบางด้วน อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรปราการ หลังรับแจ้งจึงประสาน เจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญู เดินทางไปตรวจสอบและช่วยเหลือ ที่เกิดเหตุ เป็นท่อระบายน้ำในพื้นที่ส่วนบุคคลริมถนนภายในซอย เจ้าหน้าที่พบนักท่องเที่ยวสาวชาวจีน ขาซ้ายตกลงไปในท่อระบายน้ำ โดยขายังคาติดอยู่ในตระแกรงฝาท่อระบายน้ำ เจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญู จึงใช้อุปกรณ์เครื่องตัดถ่าง ถ่างตระแกรงฝาท่อระบายน้ำออก ใช้เวลาไม่นานสามารถนำขานักท่องเที่ยงหญิงชาวจีนออกมาได้ ซึ่งจากการตรวจสอบ พบรอยแดงที่ขาซ้าย แต่ไม่มีอาการผิดรูปที่ขาหรือบาดแผลใดๆ นักท่องเที่ยวหญิงชาวจีนไม่ประสงค์ที่จะไปโรงพยาบาล และได้กล่าวขอบคุณเจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญูที่เข้ามาช่วยเหลืออย่างรวดเร็ว จากการสอบถาม นายธัญเทพ กอบธัญกิจ อาสามูลนิธิร่วมกตัญญู จุดสำโรงใต้ 28 เล่าว่า ได้รับแจ้งเหตุขอความช่วยเหลือจากศูนย์วิทยุกู้ชีพปราการว่ามีนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติประสบอุบัติเหตุขาติดอยู่ในท่อระบายน้ำ เมื่อเจ้าหน้าที่ซึ่งปฏิบัติหน้าที่อยู่ในบริเวณใกล้เคียงไปถึงจุดเกิดเหตุ พบว่าผู้บาดเจ็บอยู่ในสภาพขาติดอยู่กับแผ่นเหล็กฝาท่อ โดยลักษณะของอุบัติเหตุเกิดจากผู้บาดเจ็บได้เหยียบลงบนแผ่นเหล็กที่ชำรุดจนแผ่นเหล็กเกิดการบิดตัวและดีดกลับมาอัดเข้าที่บริเวณช่วงหัวเข่าอย่างแรง ทำให้ไม่สามารถขยับหรือดึงขาออกมาได้ด้วยตนเอง ในการช่วยเหลือช่วงแรก เจ้าหน้าที่ได้รีบประสานงานทีมสนับสนุนเพื่อขออุปกรณ์ตัดถ่างเข้ามาดำเนินการ โดยใช้เวลาในการง้างแผ่นเหล็กออกประมาณ 10 นาที ก็สามารถนำขาของผู้บาดเจ็บออกมาได้เป็นผลสำเร็จ จากการตรวจสอบอาการบาดเจ็บเบื้องต้นพบว่าผู้บาดเจ็บมีเพียงรอยฟกช้ำและแผลถลอกจากการที่พลัดตกลงไปกระแทกเท่านั้น ไม่พบอาการผิดรูปของกระดูกหรือกระดูกหักแต่อย่างใด ก่อนจะดำเนินการปฐมพยาบาลและให้ความช่วยเหลือตามขั้นตอน ด้าน เพื่อนของผู้บาดเจ็บซึ่งเป็นคนไทย ได้เล่าถึงวินาทีเกิดเหตุว่า ขณะกำลังเดินเท้าจากพิพิธภัณฑ์ช้างเอราวัณเพื่อไปถ่ายรูปบริเวณจุดเช็กอินยอดฮิตฝั่งตรงข้าม ซึ่งเป็นจุดที่นักท่องเที่ยวชาวจีนนิยมมาถ่ายภาพในระหว่างที่กำลังเดินข้ามมานั้น นักท่องเที่ยวสาวชาวจีนได้เหยียบลงบนแผ่นเหล็กฝาท่อระบายน้ำที่ชำรุดอยู่แล้ว ส่งผลให้แผ่นเหล็กหักและทรุดตัวลงทันทีจนขาข้างหนึ่งตกลงไปติดอยู่ด้านใน ในตอนนั้นตนพยายามช่วยพยุงและสั่งไม่ให้ผู้บาดเจ็บลุกขึ้นหรือขยับตัว เพราะเกรงว่าหัวเข่าจะหักหรือถูกเศษเหล็กที่หักคารูท่อแทงซ้ำ จึงรีบประสานขอความช่วยเหลือทันที และแม้จะเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันขึ้น แต่นักท่องเที่ยวสาวรายนี้กล่าวว่าตนเองไม่ได้รู้สึกตกใจหรือขวัญเสีย และยังรู้สึกขอบคุณที่เจ้าหน้าที่กู้ภัยและผู้เกี่ยวข้องเข้ามาให้การช่วยเหลืออย่างรวดเร็วมาก โดยหลังจากได้รับการช่วยเหลือเสร็จสิ้น เธอยังสามารถสื่อสารและยิ้มแย้มได้ พร้อมกับยืนยันว่าอุบัติเหตุครั้งนี้ไม่ได้ทำให้รู้สึกแย่กับการมาเที่ยวเมืองไทยแต่อย่างใด และยังคงมีความตั้งใจที่จะกลับมาท่องเที่ยวที่ประเทศไทยอีกครั้งในอนาคตแน่นอน เพราะประทับใจในการดูแลและความปลอดภัยภาพรวมที่ได้รับในครั้งนี้ ส่วน นางสาวจินจุภา ทองสุข ชาวบ้านในพื้นที่ได้แสดงความกังวลอย่างมากเกี่ยวกับความปลอดภัยบริเวณจุดดังกล่าว ซึ่งปัจจุบันได้กลายเป็นแลนด์มาร์คสำคัญที่มีนักท่องเที่ยว โดยเฉพาะชาวต่างชาติ เดินทางมาถ่ายรูปและเซลฟี่ กันเป็นจำนวนมากตลอดทั้งวัน ตั้งแต่เช้าจนถึงค่ำ โดยเฉลี่ยมีผู้มาเยือนสูงถึงวันละ 40-50 คน ซึ่งจุดดังกล่าวนั้นสภาพถนนเป็นแบบ 2 เลนสวนกัน และรถที่สัญจรไปมามักจะใช้ความเร็วสูง หากเป็นคนในพื้นที่จะทราบดีและช่วยชะลอความเร็วให้ แต่สำหรับรถจากที่อื่นที่ไม่ชำนาญทางมักจะขับผ่านด้วยความเร็ว ซึ่งเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุกับนักท่องเที่ยวที่ยืนรวมกลุ่มกันอยู่ริมถนนเป็นอย่างมาก ทั้งนี้ ชาวบ้านจึงอยากเรียกร้องให้หน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง เข้ามาดำเนินการติดตั้งสัญลักษณ์หรือป้ายเตือนให้รถที่สัญจรไปมาทราบว่าพื้นที่บริเวณนี้มีคนพลุกพล่านและควรชะลอความเร็ว แม้ว่าปัจจุบันจะมีแสงสว่างที่เพียงพอแล้ว แต่การขาดป้ายเตือนที่ชัดเจนยังคงเป็นช่องว่างที่อาจนำไปสู่อุบัติเหตุร้ายแรงได้ จึงอยากให้มีการจัดระเบียบพื้นที่และทำเครื่องหมายบอกทางให้ชัดเจน เพื่อสร้างความปลอดภัยให้กับนักท่องเที่ยวและลดความเสี่ยงในการสูญเสียที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต.

หนุ่มพม่า ล้วงอกสาวกลางงานสงกรานต์ สุดท้ายถูกกระทืบน่วม

เจ้าหน้าที่ตำรวจสภ.บางเสาธง รับแจ้งเหตุทะเลาะวิวาทและทำร้ายร่างกายกันมีผู้บาดเจ็บ บริเวณปากซอย ฝ 5 ชุมชนการเคหะเมืองใหม่บางพลี ตำบลบางเสาธง อำเภอบางเสาธง จังหวัดสมุทรปราการ ซึ่งเป็นจุดที่มีการเล่นน้ำสงกรานต์และมีนักท่องเที่ยวจำนวนมาก

ตร. คุมเข้มสงกรานต์ บินโดรนจับตา 7 จุดแลนด์มาร์กกลางกรุง

ตำรวจ สน.ปทุมวัน และกองกำกับการควบคุมฝูงชน (กก.คฝ.) ยกระดับมาตรการรักษาความปลอดภัยขั้นสูงสุดรับเทศกาลสงกรานต์ นำอากาศยานไร้คนขับ (โดรน)

ล่าระทึกบางพลี จับ 'ชเว' ตัวการยาเสพติดข้ามชาติ หนีหมายแดงกบดานบ้านหรู

ตำรวจไทยประสานกำลังตำรวจเกาหลีใต้ รวบเอเย่นต์รายสำคัญตามหมายแดงอินเตอร์โพล หลบหนีเข้าประเทศผิดกฎหมาย พร้อมยึดอุปกรณ์สื่อสารจำนวนมาก ขยายผลเครือข่ายค้ายาเสพติดข้ามชาติ

มอบตัวแล้ว มือยิงไรเดอร์ดับคาห้องน้ำ อ้างแค้น-ถูกท้าทาย

ผู้ก่อเหตุยิงเพื่อนบ้านอาชีพไรเดอร์เสียชีวิตคาห้องน้ำ เข้ามอบตัวหลังถูกกดดันหนัก สารภาพปมขัดแย้งสะสมในกลุ่มอาชีพ อ้างถูกด่าทอและท้าทายจนก่อเหตุ

หนุ่มเมียนมาหึงโหด! ทุบขวดเบียร์กระหน่ำแทงแฟนเก่า ก่อนแทงคอตัวเอง

ศูนย์กู้ชีพปราการ รับแจ้งเหตุมีคนถูกทำร้ายร่างกายได้รับบาดเจ็บ ที่หน้าห้องเช่าไม่มีชื่อ ภายในซอยสนามกอล์ฟกรีนวัลเล่ย์ ตำบลบางโฉลง