
ดวงชะตาเมืองรัตนโกสินทร์และดาวจรที่บ่งบอกพายุหมุนเขตร้อนจะเข้าเมือง
พระเสาร์จร (7) เดินถอยหลังในราศีมีน ระหว่าง 27 ก.ค.-30 พ.ย.69
พฤหัสบดีจร (5) เดินในราศีกรกฎ ระหว่าง 1 มิ.ย.-19 ต.ค.69
พระราหูจร (8) เดินในราศีกุมภ์ ระหว่าง 5 พ.ค.68-22 พ.ย.69
พระอังคารจร (3) เดินในราศีเมถุน ระหว่าง 4 ส.ค.-19 ก.ย.69
ผู้เขียนขอลองวิชาโหราศาสตร์อุตุนิยมวิทยาอีกสักรอบ เพราะปีที่แล้วทำนายได้เข้าเป้าว่าตุลาคม 2568 เป็นต้นไป เมืองจะอุดมไปด้วยฝน
ผลคือแถวๆ ทุ่งเจ้าพระยานอกคันกั้นน้ำ-น้ำท่วมถึงหน้าอก และหาดใหญ่ รวมทั้งภาคใต้บางจุดโดนฝนถล่มหนัก
พอมาปีนี้ผู้เชี่ยวชาญด้านอุตุนิยมวิทยาทั้งหลายต่างพากันทำนายว่า ซูเปอร์เอลนีโญรออยู่ ที่อาจจะรุนแรงที่สุดในรอบ 140 ปี อาการคืออุณหภูมิจะสูง-ปริมาณฝนจะต่ำกว่าเกณฑ์ปกติร้อยละ 10 ถึง 30-น้ำในเขื่อนหลักจะลดลงอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งน้ำที่จะใช้ในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก หรืออีอีซี
โดยคาดการณ์ว่าซูเปอร์เอลนีโญนี้จะเกิดตั้งแต่ปลายปี 2569 เป็นต้นไป
จิ้งจกทักเรายังต้องฟัง แต่นี่ผู้เชี่ยวชาญระดับโลกและประเทศเตือนมาก็ยิ่งต้องใส่ใจ
ครั้นพอตรวจดูรายงานปริมาณน้ำในเขื่อนหลักถึง ณ วันที่ 23 กรกฎาคม 2569 ปรากฏว่ายังน้อยผิดปกติในหลายเขื่อนคือ แควน้อยบำรุงแดน-มูลบน-น้ำพุง-ป่าสักชลสิทธิ์-สียัด-นฤบดินทรจินดา-และเขื่อนปราณบุรี
ส่วนเขื่อนน้ำน้อยก็มีหลายเขื่อนกระจายอยู่ทุกภูมิภาค
เขื่อนที่มีปริมาณน้ำปานกลางก็พอมี รวมทั้งเขื่อนหลักอย่างภูมิพล และสิริกิติ์
โดยเขื่อนภูมิพลมีปริมาณน้ำร้อยละ 53 เขื่อนนี้ผู้เขียนจำได้ว่าเคยมีผู้รับผิดชอบบอกว่า ถ้าจะให้พออุ่นใจได้ ปริมาณน้ำในเขื่อนภูมิพลควรจะมีร้อยละ 60 ขึ้นไป
ฉะนั้นหากจะรับมือปรากฏการณ์เอลนีโญปลายปีนี้-ข้ามไปปีหน้า คงต้องภาวนาให้ฝนตกลงมาเพิ่มปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำต่างๆ ให้มากที่สุด
ย้อนกลับไปตั้งแต่ต้นฤดูฝนปีนี้ที่เริ่มมาตั้งแต่ต้นพฤษภาคม 2569 มีเฉพาะอิทธิพลของมรสุมและร่องฝนที่นำฝนมาตก โดยยังไม่มีอิทธิพลพายุหมุนเขตร้อนเข้าเมือง
ต่อไปนี้หากจะพอเป็นประโยชน์บ้าง ผู้เขียนขอใช้หลักโหราศาสตร์อุตุนิยมวิทยามาพอเป็นแนวทางคลำหาพายุและฝน ดังนี้
1.ตั้งแต่ประมาณ 27 กรกฎาคม 2569 เป็นต้นไป ดาวที่จำกัดปริมาณน้ำหยุดมีอิทธิพลชั่วคราวไปจนถึงประมาณ 30 พฤศจิกายน 2569 (พระเสาร์ 7 ดาวแห่งการจำกัดปริมาณเดินถอยหลัก หรือพักร ในราศีมีนธาตุน้ำ) เปิดโอกาสให้ดาวบันดาลฝนตกทำหน้าที่ได้เต็มที่ คือ
2.ดาวแห่งความชุ่มชื้นที่ทำหน้าที่แบบถูกจำกัดมาตั้งแต่ต้นเดือนมิถุนายน 2569 ก็จะได้ทำหน้าที่เต็มที่ตั้งแต่ประมาณ 27 กรกฎาคม 2569 เป็นต้นไป และจะเป็นไปถึงประมาณ 19 ตุลาคม 2569 (พฤหัสบดีจร 5 เดินในราศีกรกฎ-ธาตุน้ำ)
โดยฝนที่ตกนี้จะมาจากมรสุมหรือร่องฝนที่จะชุกขึ้นกว่าที่ผ่านมา
3.ส่วนอิทธิพลของพายุหมุนเขตร้อนที่จะเข้าประเทศไทยลูกแรกปีนี้จะเริ่มเห็นเค้าลางตั้งแต่ประมาณ 4 สิงหาคม-19 กันยายน 2569 ก่อนหรือหลังประมาณ 7 วัน
คาดว่าพายุนี้อาจจะเป็นไปได้ทั้งระดับหย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรง หรือสูงกว่านั้นคือดีเปรสชัน (พระอังคารจร 3 ในราศีเมถุน ตัวแทนลมเล็ก ร่วมธาตุกับพระราหูจร 8 ตัวแทนลมใหญ่ที่เดินในราศีกุมภ์)
หลังจากนั้นพายุลูกต่อมามีโอกาสเข้าอาจจะหนึ่งหรือสองลูกภายในปีนี้
การที่พายุนำความชุ่มฉ่ำมาให้ และเพิ่มปริมาณน้ำในอ่าง สำหรับปี 2569 นี้ระดับที่เข้าเมืองยังจะไม่สูงกว่าดีเปรสชัน
แต่ไม่ว่าจะอย่างไร ฝนที่จะตกต่อไปนี้ก็ต้องระมัดระวัง เพราะตามดวงชะตาเมืองแล้ว อุบัติภัยรอบสี่ที่รอเกิดในเมืองระหว่าง 29 กันยายน-19 ตุลาคม 2569 นั้น มูลเหตุใหญ่มาจากน้ำ หรือใกล้น้ำ เช่น ดินชุ่มน้ำถล่ม เป็นต้น
อีกทั้งเวลาที่เหลือของปีมีโอกาสเกิดน้ำท่วมแปลกประหลาด ไม่คาดฝัน ตามที่เคยทำนายไว้ว่า หากบริหารจัดการไม่ดีมีโอกาสเกิดน้ำท่วมคล้ายปี 2485 ที่รถเมล์กับเรือวิ่งเลนเดียวกันบนถนนในกรุงเทพฯ ด้วย.
ฟองสนาน จามรจันทร์
24 กรกฎาคม 2569
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ช่วงดาวตัวแทนรัฐบาลเดินวิปริต
ภาพดวงชะตาเมืองรัตนโกสินทร์ พระเสาร์จร (7) เดินผิดปกติในราศีมีนระหว่าง 27 ก.ค.-30 พ.ย.69 แม้ภายในวันเกิดที่ 13 กันยายน 2569 ดาวประจำชีพคุณอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี จะมีภูมิต้านทานสูงอยู่ แต่ต้องจับตาปรากฏการณ์หนึ่งที่กำลังรอเกิดกับรัฐบาลและบ้านเมือง
เถลือกไถลแต่ลางบวกเศรษฐกิจโผล่เป็นระยะ
ผู้เขียนเคยเรียกร้องและขอทีมงานเศรษฐกิจมืออาชีพ ที่ไม่ใช่สมัครเล่นจากรัฐบาลใหม่หลังการเลือกตั้งเมื่อ 8 กุมภาพันธ์ 2569 เพื่อพาเมืองตีฝ่าสงครามเศรษฐกิจโลกที่เริ่มก่อตัวมาตั้งแต่กลางกรกฎาคม 2565 และซ้อนวิกฤตเศรษฐกิจที่เมืองจะพานพบเนื่องจากปัญหาของเมืองเองน้องๆ ต้มยำกุ้งที่จะเริ่มตั้งแต่ 14 กุมภาพันธ์ 2569 เป็นต้นไป
เมื่อพฤหัสบดีออกอาวุธหนักใส่ราหูรอบนี้
ในบรรดาดาวร้ายทางโหรนั้น ตำราของ อ.เทพย์ สาริกบุตร ครูโหรผู้ล่วงลับ บอกไว้ว่าพระราหู (๘) ให้ผลลบหนักสุด อันว่าราหูนี้ถือว่าเป็นเจ้าของความมืด หรืออวิชชาที่บดบังอยู่ทั่วทุกตัวบุคคล ทำให้เกิดโมหจริตและอกุศลจิต มัวเมาไปในอารมณ์ต่างๆ ตามคำจำกัดความทางโหรคือ "ทายมัวเมาให้ทายราหู”
อุบัติเหตุ-ภัย(สอง)รอบต่อไป
อันที่จริงอุบัติเหตุ-อุบัติภัยเกิดในเมืองได้ตลอดเวลา ไม่ใช่เรื่องแปลกประหลาดแต่ประการใด เพียงแต่หากจะเข้าเค้าคำทำนายการเกิดที่ผู้เขียนให้ไว้เป็นรอบๆนั้นต้องเป็นเรื่องระดับ
ผลของพฤหัสบดีจรเข้าเดินในราศีกรกฎต่อคนทุกลัคนาราศี-ตอนที่ห้า
ในทางโหร พฤหัสบดี (๕) เป็นหัวหน้าดาวดี หรือศุภเคราะห์ดวงใหญ่ ที่ทางโหราศาสตร์ยกย่องว่ามีคุณูปการมาก เป็นดาวที่คอยบันดาลให้มนุษย์มีแต่ความสุขสถาพร ให้ความเห็นอ
ผลของพฤหัสบดีจรเข้าเดินในราศีกรกฎต่อคนทุกลัคนาราศี-ตอนที่สี่
ในทางโหรพฤหัสบดี (๕) เป็นหัวหน้าดาวดี หรือศุภเคราะห์ดวงใหญ่ ที่ทางโหราศาสตร์ยกย่องว่ามีคุณูปการมาก เป็นดาวที่คอยบันดาลให้มนุษ

