พฤติกรรมแย่! เก๋งไม่ยอมหลบรถกู้ชีพ แถมเบรกใส่ ไปถึงผู้ป่วยเสียชีวิต

4 พ.ย. 2567 – จากกรณีผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่ง ได้โพสต์ข้อความว่า “ในขณะที่กำลังจะไปเคสผู้ป่วยหมดสติ ทั้งเสียง ทั้งไฟ ทั้งประกาศไมค์ ทั้งบีบแตร ก็ยังไม่หลบ จิตใจคุณพี่แน่นอนจริง ๆ ครับ” พร้อมลงคลิปวิดีโอความยาวประมาณ 36 วินาที โดยเป็นภาพเหตุการณ์ขณะที่รถกู้ชีพเทศบาลนครสมุทรปราการ กำลังเดินทางไปตรวจสอบเหตุฉุกเฉินในพื้นที่ บนถนนแพรกษา มุ่งหน้าคลองเก้า จนมาถึงโค้งโรงแก้วก่อนวัดแพรกษา มีรถนั่งส่วนบุคคลวิ่งในเลนขวาสุด ไม่หลบรถกู้ชีพคันดังกล่าว ทั้งกระพริบไฟ เปิดเสียง รถคันดังกล่าวก็ขับแบบสบายใจ แถมบางครั้งมีเบรกใส่รถกู้ชีพ จนรถกู้ชีพต้องเบี่ยงซ้ายหลบไปเอง ซึ่งหลังจากที่โพสต์ดังกล่าวได้เผยแพร่ลงในโลกโซเซียล ได้ผู้เข้ามาแสดงความคิดเห็นกับเหตุการณ์นี้เป็นจำนวนมาก โดยเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้น เมื่อเวลา 18.30 น วันที่ 3 พ.ย. ที่ผ่านมา

จากการสอบถาม นายนครินทร์ รัตนประภาสชลา เจ้าหน้าที่กู้ชีพเทศบาลนครสมุทรปราการ เล่าให้ผู้สื่อข่าวฟังว่า ได้รับแจ้งจากศูนย์สั่งการว่ามีผู้ป่วยหมดสติ หลังจากนั้นในระหว่างที่จะเดินทางไปรับผู้ป่วยในบริเวณช่วงโค้งโรงแก้ว ได้มีรถเก๋งยี่ห้อฮอนด้าคันดังกล่าวขับอยู่ในเลนขวาสุดและไม่มีท่าทีที่จะหลบให้ มีการเบรกใส่ตลอด เราจะเบี่ยงออกฝั่งซ้ายก็ไม่ได้เพราะมีรถจักรยานยนต์ขวางอยู่ ซึ่งทางเราได้มีการเปิดสัญญาณไฟและเสียงแล้วแต่รถเก๋งคันดังกล่าวก็ไม่หลบ ทางเรามีการประกาศใส่ไมค์ เพื่อชี้แจงแล้วแต่รถคันดังกล่าวก็ไม่หลบ จึงมีการนำโทรศัพท์มาถ่ายคลิปไว้ เขาขับขวางหน้ารถอยู่ประมาณ 1 นาที กระทั่งเราขับมาถึงบริเวณปากซอยพุฒสี (ปากซอย 7 แพรกษา) ตอนนั้นมีทางเบี่ยงซ้ายจึงขับเบี่ยงขึ้นมา ทางคนขับรถคันดังกล่าวก็มีการมองหน้าเรา คนขับเป็นผู้ชายวัยกลางคน ตอนเราไปถึงตัวผู้ป่วย ผู้ป่วยก็ได้เสียชีวิตไปแล้ว เราไปไม่ทัน

“อยากจะฝากถึงผู้ใช้รถใช้ถนนว่า ถ้าหากมีรถพยาบาลที่เปิดสัญญาณไฟและเสียงขอทาง ได้โปรดช่วยให้ทางด้วย เพราะมันส่งผลต่อการสูญเสียของผู้ป่วยหรือผู้ประสบเหตุที่เรากำลังไปรับ เคสนี้เราได้อธิบายให้ทางญาติผู้ป่วยฟังแล้วในสาเหตุ ทางญาติก็ไม่ได้ติดใจเอาความอะไร” เจ้าหน้าที่กู้ชีพฯ ระบุ

ด้านนางสาวสุกัญญา สุขกลิ่น เจ้าหน้าที่กู้ชีพเทศบาลนครสมุทรปราการ เล่าเพิ่มเติมว่า ตอนนั้นที่พวกตนขับไปกัน ทุกคันหลบหมด จนมาเจอคันนี้ไม่ยอมหลบ ตั้งแต่โค้งโรงแก้วจนมาถึงปากซอย 7 แพรกษา เลยเลือกที่จะเบี่ยงตัวเองออกมาเพื่อรีบจะไปรับผู้ป่วย ที่ตนตัดสินใจหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาถ่ายคลิป เพราะดูแล้วว่าเขาไม่หลบ แต่ถ้าเขาหลบก็จะไม่ถ่าย แต่นี่เขาไม่หลบจึงถ่ายเพื่อที่จะนำมาลงไว้เป็นอุทาหรณ์ว่าคือพฤติกรรมที่ไม่ดี มีการสูญเสีย หรือถ้าหากเป็นญาติของเขาเอง ตนไม่อยากให้มีการสูญเสีย มองทุกคนเป็นเหมือนญาติ.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

สลด! รถตู้พุ่งชนสาวเมียนมาข้ามทางม้าลาย ดับ 1 เจ็บ 1

ร.ต.ท.ธนวัฒน์ เจริญสุข รองสว.(สอบสวน) สภ.บางพลี รับแจ้งเหตุ รถตู้ชนคนข้ามถนน มีผู้เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บ หน้าบริษัทแสตนดาร์ดแคน จำกัด ถนนเทพารักษ์ กม.14

ฮ.ตก เจ้าของโรงงานพร้อมกัปตันรอดหวุดหวิด

เฮลิคอปเตอร์ส่วนตัวขนาดเล็ก ราคาไม่ต่ำกว่า 20 ล้านบาท เครื่องยนต์ขัดข้องร่วงตกกลางป่าหญ้า ไฟลุกท่วมเครื่อง เจ้าของโรงงานพร้อมกัปตันหนีตายหวุดหวิด บาดเจ็บเพียงเล็กน้อย

สาวจีนตกท่อระบายน้ำ! ขณะถ่ายรูปจุดเช็กอิน 'ช้างเอราวัณ'

20 เม.ย. 2569 - ผู้สื่อข่าวจังหวัดสมุทรปราการรายงานว่า ช่วงบ่ายวันที่ 19 เม.ย. ที่ผ่านมา ศูนย์กู้ชีพปราการ รับแจ้งมีผู้บาดเจ็บขาตกท่อระบายน้ำ เหตุเกิดภายในซอยบางด้วน เข้าจากปากซอยประมาณ 50 เมตร ตำบลบางด้วน อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรปราการ หลังรับแจ้งจึงประสาน เจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญู เดินทางไปตรวจสอบและช่วยเหลือ ที่เกิดเหตุ เป็นท่อระบายน้ำในพื้นที่ส่วนบุคคลริมถนนภายในซอย เจ้าหน้าที่พบนักท่องเที่ยวสาวชาวจีน ขาซ้ายตกลงไปในท่อระบายน้ำ โดยขายังคาติดอยู่ในตระแกรงฝาท่อระบายน้ำ เจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญู จึงใช้อุปกรณ์เครื่องตัดถ่าง ถ่างตระแกรงฝาท่อระบายน้ำออก ใช้เวลาไม่นานสามารถนำขานักท่องเที่ยงหญิงชาวจีนออกมาได้ ซึ่งจากการตรวจสอบ พบรอยแดงที่ขาซ้าย แต่ไม่มีอาการผิดรูปที่ขาหรือบาดแผลใดๆ นักท่องเที่ยวหญิงชาวจีนไม่ประสงค์ที่จะไปโรงพยาบาล และได้กล่าวขอบคุณเจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญูที่เข้ามาช่วยเหลืออย่างรวดเร็ว จากการสอบถาม นายธัญเทพ กอบธัญกิจ อาสามูลนิธิร่วมกตัญญู จุดสำโรงใต้ 28 เล่าว่า ได้รับแจ้งเหตุขอความช่วยเหลือจากศูนย์วิทยุกู้ชีพปราการว่ามีนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติประสบอุบัติเหตุขาติดอยู่ในท่อระบายน้ำ เมื่อเจ้าหน้าที่ซึ่งปฏิบัติหน้าที่อยู่ในบริเวณใกล้เคียงไปถึงจุดเกิดเหตุ พบว่าผู้บาดเจ็บอยู่ในสภาพขาติดอยู่กับแผ่นเหล็กฝาท่อ โดยลักษณะของอุบัติเหตุเกิดจากผู้บาดเจ็บได้เหยียบลงบนแผ่นเหล็กที่ชำรุดจนแผ่นเหล็กเกิดการบิดตัวและดีดกลับมาอัดเข้าที่บริเวณช่วงหัวเข่าอย่างแรง ทำให้ไม่สามารถขยับหรือดึงขาออกมาได้ด้วยตนเอง ในการช่วยเหลือช่วงแรก เจ้าหน้าที่ได้รีบประสานงานทีมสนับสนุนเพื่อขออุปกรณ์ตัดถ่างเข้ามาดำเนินการ โดยใช้เวลาในการง้างแผ่นเหล็กออกประมาณ 10 นาที ก็สามารถนำขาของผู้บาดเจ็บออกมาได้เป็นผลสำเร็จ จากการตรวจสอบอาการบาดเจ็บเบื้องต้นพบว่าผู้บาดเจ็บมีเพียงรอยฟกช้ำและแผลถลอกจากการที่พลัดตกลงไปกระแทกเท่านั้น ไม่พบอาการผิดรูปของกระดูกหรือกระดูกหักแต่อย่างใด ก่อนจะดำเนินการปฐมพยาบาลและให้ความช่วยเหลือตามขั้นตอน ด้าน เพื่อนของผู้บาดเจ็บซึ่งเป็นคนไทย ได้เล่าถึงวินาทีเกิดเหตุว่า ขณะกำลังเดินเท้าจากพิพิธภัณฑ์ช้างเอราวัณเพื่อไปถ่ายรูปบริเวณจุดเช็กอินยอดฮิตฝั่งตรงข้าม ซึ่งเป็นจุดที่นักท่องเที่ยวชาวจีนนิยมมาถ่ายภาพในระหว่างที่กำลังเดินข้ามมานั้น นักท่องเที่ยวสาวชาวจีนได้เหยียบลงบนแผ่นเหล็กฝาท่อระบายน้ำที่ชำรุดอยู่แล้ว ส่งผลให้แผ่นเหล็กหักและทรุดตัวลงทันทีจนขาข้างหนึ่งตกลงไปติดอยู่ด้านใน ในตอนนั้นตนพยายามช่วยพยุงและสั่งไม่ให้ผู้บาดเจ็บลุกขึ้นหรือขยับตัว เพราะเกรงว่าหัวเข่าจะหักหรือถูกเศษเหล็กที่หักคารูท่อแทงซ้ำ จึงรีบประสานขอความช่วยเหลือทันที และแม้จะเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันขึ้น แต่นักท่องเที่ยวสาวรายนี้กล่าวว่าตนเองไม่ได้รู้สึกตกใจหรือขวัญเสีย และยังรู้สึกขอบคุณที่เจ้าหน้าที่กู้ภัยและผู้เกี่ยวข้องเข้ามาให้การช่วยเหลืออย่างรวดเร็วมาก โดยหลังจากได้รับการช่วยเหลือเสร็จสิ้น เธอยังสามารถสื่อสารและยิ้มแย้มได้ พร้อมกับยืนยันว่าอุบัติเหตุครั้งนี้ไม่ได้ทำให้รู้สึกแย่กับการมาเที่ยวเมืองไทยแต่อย่างใด และยังคงมีความตั้งใจที่จะกลับมาท่องเที่ยวที่ประเทศไทยอีกครั้งในอนาคตแน่นอน เพราะประทับใจในการดูแลและความปลอดภัยภาพรวมที่ได้รับในครั้งนี้ ส่วน นางสาวจินจุภา ทองสุข ชาวบ้านในพื้นที่ได้แสดงความกังวลอย่างมากเกี่ยวกับความปลอดภัยบริเวณจุดดังกล่าว ซึ่งปัจจุบันได้กลายเป็นแลนด์มาร์คสำคัญที่มีนักท่องเที่ยว โดยเฉพาะชาวต่างชาติ เดินทางมาถ่ายรูปและเซลฟี่ กันเป็นจำนวนมากตลอดทั้งวัน ตั้งแต่เช้าจนถึงค่ำ โดยเฉลี่ยมีผู้มาเยือนสูงถึงวันละ 40-50 คน ซึ่งจุดดังกล่าวนั้นสภาพถนนเป็นแบบ 2 เลนสวนกัน และรถที่สัญจรไปมามักจะใช้ความเร็วสูง หากเป็นคนในพื้นที่จะทราบดีและช่วยชะลอความเร็วให้ แต่สำหรับรถจากที่อื่นที่ไม่ชำนาญทางมักจะขับผ่านด้วยความเร็ว ซึ่งเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุกับนักท่องเที่ยวที่ยืนรวมกลุ่มกันอยู่ริมถนนเป็นอย่างมาก ทั้งนี้ ชาวบ้านจึงอยากเรียกร้องให้หน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง เข้ามาดำเนินการติดตั้งสัญลักษณ์หรือป้ายเตือนให้รถที่สัญจรไปมาทราบว่าพื้นที่บริเวณนี้มีคนพลุกพล่านและควรชะลอความเร็ว แม้ว่าปัจจุบันจะมีแสงสว่างที่เพียงพอแล้ว แต่การขาดป้ายเตือนที่ชัดเจนยังคงเป็นช่องว่างที่อาจนำไปสู่อุบัติเหตุร้ายแรงได้ จึงอยากให้มีการจัดระเบียบพื้นที่และทำเครื่องหมายบอกทางให้ชัดเจน เพื่อสร้างความปลอดภัยให้กับนักท่องเที่ยวและลดความเสี่ยงในการสูญเสียที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต.