เอาแล้ว! จับกุมเรือประมงเมียนมา 2 ลำ รุกล้ำน่านน้ำไทย


8 ก.พ.2568 - พลเรือโทสุวัจ ดอนสกุล ผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่ 3 ผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเลภาค 3 สั่งการให้ ศรชล.ภาค 3 บูรณาการกับ ทัพเรือภาคที่ 3 (ทรภ.3 )และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จับกุมเรือต่างชาติรุกล้ำราชอาณาจักรไทย

สืบเนื่องจาก ศูนย์ควบคุมความมั่นคงท่าเรือจังหวัดพังงา (ศศท.จว.พง.ฯ) ได้รับแจ้งจากเครือข่ายเรือประมงในพื้นที่ จังหวัดพังงาเมื่อ 7 ก.พ.68 ว่าได้ตรวจพบเรือประมงไม่ทราบสัญชาติลักษณะเรือไม่เคยพบเห็นในพื้นที่ ตำบลที่ แลตจิจูต 9 องศา 10 ลิปตาเหนือ ลองจีจุด 98 องศา 30 ลิปดา ตะวันออก แบริง 268 ระยะ 5.52 ไมล์ จากปลายแหลมเกาะรา ต.เกาะพระทอง อ.คุระบุรี จังหวัดพังงา

ศูนย์ควบคุมความมั่นคงท่าเรือจังหวัดพังงา จึงได้ประสานการปฏิบัติกับ ศูนย์ PIPO คุระบุรี และเครือข่ายเรือประมงในพื้นที่ ในการติดตามเป้าเรือลำดังกล่าวตามที่ได้รับแจ้งจากแหล่งข่าว เพื่อติดตามเป้าเรือต้องสงสัย

ต่อมา ได้ส่งเรือตรวจการณ์ความเร็วสูงบริเวณชายฝั่งศรชล.4015 พร้อม เจ้าหน้าที่ฯ ออกเรือตรวจสอบเป้าเรือต้องสงสัย ตามพิกัดที่ได้รับแจ้ง โดยบูรณาการร่วมกับเรือตรวจประมงทะเล 206 เรือ ต.271 เรือ ต.274 รวมทั้งประสานการปฏิบัติกับ เครื่องบินตรวจการณ์ชี้เป้าแบบที่ 1 (บ.ตช.1 ) บินลาตตระเวนและแลกเปลี่ยนข้อมูลเป้าเรือประมงต้องสงสัย

โดยได้ตรวจพบเรือประมงไม่ทราบสัญชาติดังกล่าว บริเวณตำบลที่แลตจิจุด9 องศา 33.089 สัปดา เหนือ ลองจิจูด 98 องศา 34.642 ลิปดา ตะวันออก แบริง 250 ระยะ 8.7 ไมล์ จากเกาะค้างคาว จังหวัดระนอง โดยมีการแลกเปลี่ยนข้อมูลเป้ากับเรือศรชล. 4015

ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ได้ควบคุมเรือประมงต้องสงสัย โดยหัวเรือกราบขวา เขียนเป็นภาษาเมียนมา ตัวหนังสือสีแดง เข้าเทียบกราบขวาของเรือ ต.274 รวมทั้งได้ควบคุมเรือประมงพื้นบ้าน ในพื้นที่ใกล้เคียงที่มีพถติกรรมต้องสงสัย สัญชาติเมียนมา ชื่อเรือ TRC 556 NGWE TOE HLAING 1 เข้าเทียบกราบขวาเรือประมงต้องสงสัย เพิ่มเติมอีก 1 ลำ

จากการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ประสานความมั่นคง ร่วมกับเจ้าหน้าที่ชุดตรวจค้นเรือ ต.274 ตรวจพบว่า เรือประมงต้องสงสัย ไม่แสดงธงสัญชาติ ในเรือมีลูกเรือสัญชาติเมียนมา จำนวน 7 คน มีบัตรประจำตัวสีชมพู เป็นภาษาเมียนมา

จากการตรวจสอบข้อเท็จจริง ไต๋เรือ ให้การว่า ได้นำเรือประมงลำ ดังกล่าว ออกเรือมาจากเมืองเมาะลำใย ประเทศเมียนมา ในวันที่ 15 ม.ค.68 เพื่อนำยางพาราแผ่นไปส่งยังเมืองปีนัง ประเทศมาเลเซีย โดยได้เดินทางกลับจากปีนัง ประเทศมาเลเซีย ในวันที่ 27 ม.ค.68 โดยเรือประมงต้องสงสัย ได้เดินทางเข้ามายังน่านน้ำไทยจนถึงตำบลที่ตามที่ตรวจพบเป้าเรือต้องสงสัย

จากการตรวจค้นของเจ้าหน้าที่ ตรวจพบในระวางไม่มีสินค้า สภาพระวางไม่มีกลิ่นยางพาราแผ่น ระวางอยู่ในสภาพสะอาด รวมทั้งตรวจพบถังเปล่า 200 ลิตร ในระวาง ภายในสะพานเดินเรือ มี อุปกรณ์การเดินเรือ ประกอบด้วย เข็มทิศแม่เหล็ก GPS และสายอากาศ Lorng wire ย่าน HF และโทรศัพท์สัญญาณมือถือ จำนวน 5 เครื่องแบบทัชสกรีนและโทรศัพท์สัญญาณแบบมีเสา จำนวน 1 เครื่อง มีลูกเรือทั้งสิ้น 7 คน สัญชาติเมียนมา ไม่มีเอกสารประจำเรือ และใบแสดงการส่งสินค้ามาสำแดงต่อเจ้าหน้าที่ ในขณะตรวจสอบ รวมทั้งแล่นเรือในเขตน่านน้ำไทยโดยไม่ชักธงแสดงสัญชาติ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าจากการตรวจเรือประมงพื้นบ้าน ชื่อเรือ TRC 556 NGWE TOE HLAING 1 มีลูกเรือ 6 คน เป็นคนสองสัญชาติไทย/เมียนมา จำนวน 1 คน ชื่อ Mr. Tun Tun Linn อายุ 59 ปี และสัญชาติเมียนมา จำนวน 5 คน

โดยภายในเรือตรวจพบถังน้ำมันเชื้อเพลิง ดีเซล ขนาด 200 ลิตร จำนวน 8 ถัง (1,600 ลิตร) พร้อมน้ำดื่ม และเสบียงอาหารท้ายเรือมีเครื่องยนต์ติดท้าย จำนวน 3 เครื่อง ประกอบด้วย เครื่องยนต์ติดท้ายดีเซล จำนวน 1 เครื่อง และเครื่องยนต์ติดท้ายเบนชิน จำนวน 2 เครื่อง พร้อมแกลลอนน้ำมัน 30 ลิตร จำนวน 5 แกลลอน

จากการตรวจสอบลูกเรือให้การว่าได้ถูกว่าจ้างมาจากเจ้าของเรือทั้ง 2 ลำ ชื่อ อากู สัญชาติเมียนมา เป็นผู้ว่าจ้างให้เรือประมงพื้นบ้าน นำน้ำมันเชื้อเพลิง พร้อมเสบียงอาหารมาส่งให้กับเรือประมงต้องสงสัย โดยได้เดินทางออกจาก เกาะสอง ในวันที่ 7 ก.พ.67 เวลา 10.00 น.

เจ้าหน้าที่ชุดตรวจค้นเรือ ต.274 ได้ดำเนินการจับกุม รวมทั้งแจ้งข้อกล่าวหาในชั้นจับกุม ในข้อหา ประกอบด้วย ไม่มีเอกสารคนประจำเรือ และเอกสารใบนำส่งสินค้ายางพาราแผ่นมาสำแดงต่อเจ้าหน้าที่ นำเรือเข้ามาในราชอาณาจักรไทยโดยไม่ชักธงสัญชาติ ลักลอบนำน้ำมันเชื้อเพลิงเข้ามาในราชอาณาจักรไทย โดยไม่ผ่านพิธีการทางศุลกากร และนำเรือรุกล้ำเข้ามาในราชอาณาจักรไทยโดยไม่ได้รับอนุญาต

สำหรับการปฏิบัติต่อไปได้ประสาน เรือ ต.274 และเรือ ต.271 ดำเนินการควบคุมเรือต้องสงสัยทั้ง 2 ลำ พร้อมของกลางโดยควบคุมเรือต้องสงสัยเข้าไปยังท่าเทียบเรืออเนกประสงค์จังหวัดระนอง เพื่อส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีทางกฎหมายต่อไป

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

กระตุกไทย 'เมียนมา' อยู่ในเรดาห์มหาอำนาจ เร่งสร้างบทบาทลดความขัดแย้ง

“ปณิธาน” ชี้ เมียนมาคือพื้นที่ยุทธศาสตร์สำคัญ ไทยควรเป็นตัวกลางหยุดยิง นักวิจัยย้ำเร่งสร้างบทบาทเชิงรุกเหตุอยู่ในเรดาห์มหาอำนาจ อาจกลายเป็นพันธมิตรสำคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจของทั้งสองประเทศและของภูมิภาคในระยะยาว

เริ่ม 1 ก.พ. เปิดยื่นใบอนุญาตประมงรอบใหม่ ผ่อนปรนเงื่อนไขช่วยชาวประมง

กรมประมงเปิดรับคำขอใบอนุญาตทำการประมงพาณิชย์และพื้นบ้าน รอบปี 2569-2570 ระหว่าง 1-28 ก.พ. ผ่อนคลายข้อจำกัดเรือจม-อับปาง

ฉากทัศน์และความเป็นไปได้หากศาลโลกตัดสิน ‘เมียนมา’ คดี ‘โรฮิงญา’

นักวิชาการธรรมศาสตร์มอง คดีโรฮิงญาในศาลโลกมีน้ำหนักพอเอาผิดรัฐบาลทหารเมียนมาได้ แต่การบังคับใช้คำตัดสินยังติดข้อจำกัด ชี้แรงกดดันอาจตกอยู่ที่อาเซียนและไทย ขณะการค้า-การลงทุนเสี่ยงกระทบ หากถูกคว่ำบาตรจากนานาชาติ

สลด! หนุ่มเมียนมาเมาทะเลาะเมีย ดิ่งตึกชั้น 6 ดับ

เมื่อเวลา 00.45 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองสมุทรปราการ รับแจ้งมีคนพลัดตกจากที่สูงลงมาเสียชีวิต บริเวณอพาร์ตเมนต์แห่งหนึ่ง ภายในซอยพุฒสี ตำบลแพรกษา

’กรมเจ้าท่า’สั่งเร่งสอบเหตุสปีดโบ๊ทชนเรือประมงนักท่องเที่ยวเสียชีวิต 1 ราย

’กรมเจ้าท่า‘ สั่งสอบสวนอุบัติเหตุทางน้ำบริเวณเกาะพีพี เรือสปีดโบ๊ทจากภูเก็ตพุ่งชนเรือประมงขณะลากอวน ส่งผลให้เรือโดยสารจม นักท่องเที่ยวเสียชีวิต 1 ราย พร้อมเข้มมาตรการป้องกันกระทบภาพลักษณ์ท่องเที่ยวไทย เตรียมเรียกผู้ประกอบการอบรมเรื่องความปลอดภัย