ยิ่งกว่าเด็กเล่นขายของ! สส.เถียงกันกว่า 45 นาทีเรื่องทำงานเร็วขึ้นครึ่งชั่วโมง

'โสภณ' โดนรับน้องอีกรอบ ฝ่ายค้านประท้วงปรับเวลาหรือเริ่มประชุม 08.30 น. ทำ 'กล้าธรรม-ประชาชน' ประท้วงวุ่น สุดท้าย 'กรวีร์' ขอจบเป็นกลางคุยให้ ทำเสียเวลาเถียงกันกว่า 45 นาที

02 เม.ย.2569 - ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร มีนายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภา ทำหน้าที่เป็นประธานการประชุม หลังเปิดให้หารือแล้ว นายอรรถกร ศิริลัทธยากร สส.ฉะเชิงเทรา พรรคกล้าธรรม ได้ลุกขึ้นวิงวอนว่า ให้เวลาตนสักนิดเพื่อความชัดเจนสัก10 -15 นาที ดีกว่าในอนาคตข้างหน้าอาจจะต้องใช้เวลากับตนมากกว่าเดิม เนื่องจากเมื่อวันที่ 1 เม.ย.ที่ตนได้สอบถาม และมีหนังสือสอบถามกรณีที่ประธานคัดค้านการประกาศในที่ประชุมว่าจะปรับเวลาในการนัดประชุมสภาฯจากเวลา 09.00 น. เป็น 08.30 น.สิ่งที่ตนเป็นห่วงคือไม่อยากให้เราในฐานะ สส. ทำผิดมติในที่ประชุมตั้งแต่ช่วงเริ่มต้นของการทำงานในสภาแห่งนี้เพราะหากย้อนกลับไปสัปดาห์ที่แล้วสภามีมติซึ่งมี สส.ทั้งฝ่ายค้านและรัฐบาล การที่จะมาร่วมกันกำหนดวันประชุมและเวลาประชุมโดยที่ไม่มีผู้ใดคัดค้าน ซึ่งมติที่ประชุมเสนอให้ประชุมวันพุธและพฤหัสฯเริ่มในเวลา 09.00 น.เป็นต้นไป แต่ประธานฯประกาศว่าจะนัดประชุมในครั้งถัดไป 08.30 น.ซึ่งตนไม่เห็นด้วย จึงขอ เรียกร้องให้ประธานทบทวน และขอให้พิจารณากำหนดเวลาการประชุมใหม่ โดยที่เปิดโอกาสให้สมาชิกลงมติหรืออย่างไรก็ได้ พวกเราจะได้ทำตัวถูก

นายโสภณ ชี้แจงว่า จากการหารือในประเด็นการปรึกษาหารือก่อนที่จะเข้าวาระการประชุม ได้หารือว่าถ้าเราลดเวลาลงเหลือ 1 ชั่วโมงได้หรือไม่ แต่จะเปิดช่องทางการหารืออีกช่องทางคือการือด้วยลายลักษณ์อักษร ตนเห็นความสำคัญของฝ่ายนิติบัญญัติเพราะเรามีวิธีเดียวที่จะเอาความเดือดร้อนของประชาชนมาพูดในสภาแห่งนี้แม้แต่การที่เราจะไปยื่นหนังสือต่อส่วนราชการก็ไม่สามารถทำได้จะเป็นการแทรกแซงฝ่ายบริหาร เราเป็นผู้แทนฯของประชาชนได้รับความทุกข์จากพี่น้องประชาชนก็นำมาบอกกล่าวในที่นี่ท่านจะเห็นว่าจากการที่เรากำหนดว่าถ้าใช้เวลา 2 นาทีท่านก็ยังทำไม่ได้ เพราะความทุกข์ที่ท่านรับมาจากพี่น้องประชาชนมันเกิน 2 นาที จึงได้เปิดช่องทางเพิ่ม และการหารือก็ไม่ได้อยู่ในวาระ

นายโสภณ ชี้แจงต่อว่า เมื่อครบองค์ประชุมประธานก็เปิดการประชุมแต่ด้วยเหตุผลของตนก็มีบรรทัดฐานเหมือนกันว่าข้าราชการที่มาลงชื่อปฏิบัติงานไม่ว่าจะเป็นโรงเรียนหรือส่วนราชการเขาเริ่มเวลา 08.30 น. ตนจึงเอามาเป็นบรรทัดฐานว่าถ้า สส.จะเสียะสละ สำหรับท่านที่ต้องการหารือก็ใช้เวลา 08.30 น. ซึ่งทำให้เหลือเวลาให้ประธานที่ประชุม ชี้แจง ว่าการหารือด้วยลายลักษณ์อักษรซึ่งเรากำหนดประมาณ 40 คนต่อวัน เท่ากับอภิปรายหารือ เพื่อไม่ให้ผิดข้อบังคับหากเราไปยื่นตรงต่อราชการก็จะผิดข้อบังคับแต่เมื่อเอาเข้ามาในสภาประกาศให้สมาชิกได้รู้ว่าเป็นการหารือด้วยลายลักษณ์อักษร

“เมื่อมีการทักท้วง ผมไม่ใช่คนดื้ออะไรผมเอาประโยชน์ของประชาชนเป็นหลัก หลังจากลงบัลลังก์ผมก็จะหารือกับฝ่ายกฎหมายต่อไป ดังนั้นขอจบเรื่องนี้ก่อนเพื่อดำเนินการประชุมตามระเบียบวาระ”ประธานสภากล่าว

แต่นายอรรถกร พยามที่จะลุกขึ้นพูดทำให้นายโสภณสั่งให้พอแล้วไม่ต้องมาเอาแพ้เอาชนะ ซึ่งนายอรรถกรก็ตอบกลับว่าไม่ได้ต้องการเอาแพ้เอาชนะ แต่นายโสภณไม่อนุญาต และจะดำเนินการตามระเบียบวาระ นายอรรถกรจึงสวนกลับว่าจะไม่ให้พูดตั้งแต่สัปดาห์ที่ 2 ที่3 เลยหรือ

ทั้งนี้อรรถกรพยายามที่จะพูดแต่ถูกนายโสภณปิดใหม่และให้นั่งลง ถูกนายปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชนประท้วง ควบคุมการประชุมและต้องให้สิทธิ์สมาชิกเพราะประธานพูดร่ายยาวให้เหตุผลว่าคิดอย่างไรแต่ไม่ถามสมาชิกสักคำว่าสมาชิกมีเหตุผลและมีข้อคิดเห็นอย่างไรเรื่องแบบนี้ถือว่าไม่ถูกต้องสภานี้ไม่ใช่ของท่านประธานคนเดียว เพราะเป็นของสมาชิกทั้ง 500 ท่าน

นายโสภณตอบกลับว่าเข้าใจถึงได้บอกว่าตนไม่ใช่คนดื้อ ไม่ใช่ว่าไม่ให้สมาชิกพูดแต่เมื่อมีการประสานงานการหารือก็ให้นายอรรถกรได้หารือเมื่อฟังความในการหารือนายอรรถกรก็เป็นห่วงเป็นใยในเรื่องที่เราจะเลื่อนการหารือมาเป็นเวลาศูนย์ 08.30 น. ซึ่งก็ชี้แจงแม้จะยาวหน่อยก็ชี้แจงเพื่อให้ทราบว่าเหตุผลเป็นอย่างนี้ มีการหารือกับฝ่ายกฎหมายว่าทำได้หรือไม่ ถ้าทำไม่ได้ จึงบอกว่าถ้าท่านไม่เห็นด้วย จนไม่ใช้เวทีสภานี้แต่จะไปหารือกันในวิปอีกครั้งหนึ่ง ฉะนั้นเปลี่ยนแปลงได้ ฉะนั้นอนุญาตและไม่ปิดปากสมาชิกด้วย หากอภิปรายเกินก็อนุโลมให้สิ่งไหนที่เป็นเหตุเป็นผลก็น้อมรับ ดังนั้นขอให้จบเรื่องนี้

แต่นายปกรณ์วุฒิไม่ยอม ยกมือประท้วงว่า ในเมื่อบอกว่าจะไปคุยกันในวิปทำไมประธานถึงมาพูดในสภาใหญ่ดังนั้นก็ต้องเปิดโอกาสให้เพื่อนสมาชิกได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นเช่นกัน

ทำให้นายโสภณ ชี้แจงว่า หารือกับวิปครั้งหนึ่งแล้ววันนั้นไม่มีใครสรุปเป็นอย่างอื่น ไม่มีคนเห็นแย้งฉะนั้นเมื่อมีการทักท้วงในสภานี้ก็รับ ไม่ใช่ทำตามอำเภอใจ ขอให้พอได้แล้วหน่วยงานมารอชี้แจงและไม่อนุญาตให้ใครพูดถ้าสภาแห่งนี้ประธานวินิจฉัยแล้วดำเนินการไม่ได้ท่านจะบอกว่าเผด็จการ ขอให้ประชาชนที่อยู่ทางบ้านเขาตัดสินเอา

ขณะที่นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ชี้แจงในฐานะตัวแทนพรรคการเมืองที่เข้าร่วมประชุมตัวแทนพรรคการเมืองที่ยืนยันว่าไม่มีการพูดถึงวาระการประชุม หรือการปรึกษาหารือเลย ฐานส่งหนังสือเชิญเพื่อมาพูดคุยเรื่องสวัสดิการอาหาร ซึ่งมีข้อยุติเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ตนเป็นคนทักท้วงว่าเปิดประชุมสภามาสัปดาห์นี้เข้าสัปดาห์ที่สองเป็นไปได้อย่างไรเป็นที่จะไม่เปิดให้สมาชิกทั่วประเทศเอาความเดือดร้อนของประชาชนมาปรึกษาหารือในที่ประชุมเวลา 09.30-10.30น. จึงจำเป็นต้องปกป้องเวลา 1.30 ชั่วโมงในการหารือ

จากนั้น มีการโต้ตอบกันอย่างต่อเนื่อง จนกระทั่งนายปกรณ์วุฒิ ลุกขึ้นประท้วงอย่างมีอารมณ์ว่า เมื่อสักครู่ท่านให้นายพริษฐ์ฟังให้จบ แต่ท่านยังฟังไม่จบเลย ยังปิดไมค์แล้วขอชี้แจงก่อนเลย

นายปกรณ์วุฒิ กล่าวว่า นายพริษฐ์อาจจะยอม แต่ตนยอมไม่ได้ อย่างน้อยนายพริษฐ์ควรจะพูดให้จบก่อน ซึ่งเมื่อสักครู่ นายพริษฐ์ก็ใกล้จะจบแล้ว นายโสภณจึงกล่าวเบรกว่าพอเถอะ ไม่อย่างนั้นไปต่อไม่ได้

ทำให้นายกรวีร์ ปริศนานันทกุล สส.อ่างทอง พรรคภูมิใจไทย เสนอว่าเพื่อเป็นการหาทางออกและแบ่งเบาภาระของท่านประธาน ตนจะขออนุญาตไปประสานกับพรรคกล้าธรรมและพรรคประชาชน เพื่อจะได้หาทางออกและนำเป็นข้อเสนอ เพื่อให้ประธานได้พิจารณาอีกทางหนึ่ง ซึ่งต้องบอกกับเพื่อนสมาชิกว่าท่านประธานมีเจตนาที่ดีและเป็นข้อเท็จจริงว่าช่วงเวลาของการหารือ อย่างวันนี้เราหารือตั้งแต่ 09.00-10.45 น.ซึ่งทุกคนแม้กระทั่งตน ก็ยืนยันว่าเรื่องการหารือเป็นเรื่องที่จำเป็น ท่านประธานจึงได้เปิดช่องทางเพื่อรับเรื่องหารือทางเอกสารอีกช่องทางหนึ่ง อย่างไรก็ตาม เรื่องเวลาการหารือว่าจะเป็น 1 ชั่วโมงหรือ 1 ชั่วโมงครึ่ง ที่ประธานดำริในการเปลี่ยนแปลง ตนคิดว่าเรื่องนี้ขออนุญาตหารือกับทุกฝ่าย

ต่อมา นายพริษฐ์ ยังไม่จบ ลุกขึ้นเปิดโทรศัพท์ โชว์ประเด็นที่เป็นระเบียบวาระการประชุมตัวแทนพรรคการเมืองในวันดังกล่าว พร้อมอ่านให้นายโสภณฟังว่าไม่มีการทราบมาก่อนว่าจะมีการประชุมเรื่องการปรึกษาหรือความเดือดร้อนประชาชน จึงเป็นสิ่งที่ค่อนข้างประหลาดใจว่าทำไมถึงประธานถึงบอกว่าเป็นข้อตกลงร่วมกัน

นายโสภณ จึงกล่าวว่า ไม่ได้แจ้งก่อน แต่มีการประชุมเรื่องนี้จริง เดี๋ยวให้ฝ่ายเลขาฯเอามาดูได้ แต่จบแล้ว

อย่างไรก็ตาม ประเด็นนี้ใช้เวลาถกเถียงกันประมาณ 45 นาที ก่อนเข้าสู่วาระการประชุมต่อไป

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

โอกาสสำหรับชีวิตใหม่ "โสภณ" ชูพลังความรัก-ความศรัทธา นำทางแก้ยาเสพติดแบบบูรณาการ บำบัดครบวงจร พร้อมฝึกอาชีพแจกเครื่องมือทำกิน

วันที่ 16 พ.ค. 2569 เวลา 9.00 น. นายโสภณ ซารัมย์ ประธานรัฐสภา และประธานสภาผู้แทนราษฎร พร้อมด้วย นายศักดิ์ ซารัมย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดบุรีรัมย์ พร้อมคณะ ลงพื้นที่อำเภอบ้านใหม่ไชยพจน์ จังหวัดบุรีรัมย์

"โสภณ" ลุยเอกซเรย์รัฐสภา แก้ปัญหาน้ำรั่วถึงต้นตอ จี้ผู้รับเหมาเร่งซ่อมก่อนหมดประกัน เตรียมปรับภูมิทัศน์เพิ่มพื้นที่สีเขียว

นายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร กล่าวภายหลัง เป็นประธานการประชุม เรื่องการปรับปรุงภูมิทัศน์โดยรอบอาคารรัฐสภา

'เจเศรษฐ์' ตอบกะทู้สดโตโต้ชี้คดี 'ตี๋ซีโฟร์' ไม่มีตัดตอนจ่อตั้งเป็นคดีพิเศษ

'เจเศรษฐ์’ ตอบกะทู้สดโตโต้เรื่อง 'ตี๋ซีโฟร์' ยันไม่มีตัดตอนแน่ เผยพรุ่งนี้ ตร. เตรียมออกหมายตั้งข้อกล่าวหา 'จนท.รัฐ' เอี่ยว 'เฉินหมิง ซัน' ย้ำรัฐบาลไม่นิ่งนอนใจ จ่อตั้งเป็นคดีพิเศษ

กธ.จี้แก้มลพิษข้ามแดนเป็นวาระแห่งชาติ 'สุชาติ' บอกพร้อมชงให้นายกฯ

สส.กล้าธรรมจี้ รบ.แก้ปัญหามลพิษข้ามแดนเป็นวาระแห่งชาติ มีแนวทางการฟื้นฟูเยียวยาในทุกด้านอย่างไร ด้าน 'สุชาติ' ยันรบ.ไม่ได้นิ่งนอนใจแก้ปัญหา พร้อมนำเรียน 'นายกฯ' รับทราบ

'ศิริกัญญา' ซัดเอาเงินเยียวยาเป็นตัวประกัน 'ภราดร' โต้ต้องรอให้ข้าวยากหมากแพงเหรอ

'ศิริกัญญา' ซัดรัฐบาลออก พ.ร.ก.กู้ 4 แสนล้าน ส่อขัด รธน. 172 ยัดไส้ตีเช็คเปล่า เตือนอย่าเอาเงินเยียวยาปชช.เป็นตัวประกัน ด้าน 'ภราดร' ย้ำจำเป็นต้องกู้รับมือพิษสงคราม ย้ำออก พ.ร.ก.ไม่ขัดรธน.