ชวนเที่ยว จ.น่าน จัดเต็มศิลปิน! ในเทศกาลดนตรีสุดปัง “Nan Music Festival 2025” เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว 29-30 มี.ค. 68 เข้าชมฟรี !
จังหวัดน่าน โดย สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดน่าน ร่วมกับสภาอุตสาหกรรมจังหวัดน่าน และหน่วยงานพันธมิตร ทั้งภาครัฐและภาคเอกชน เตรียมจัดงาน “Nan Music Festival 2025” ระหว่างวันที่ 29 - 30 มีนาคม 2568 ณ บริเวณป่าเป๋ย เฮือนฮังต่อ จังหวัดน่าน
เพื่อกระตุ้น ส่งเสริม สนับสนุนด้านเศรษฐกิจทางการท่องเที่ยวพัฒนาและส่งเสริมกิจกรรมการ ท่องเที่ยวในรูปแบบใหม่ๆ ให้ตรงกับความต้องการของนักท่องเที่ยว ให้นักท่องเที่ยวรู้จักจังหวัดน่าน และเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวเพิ่มมากขึ้น
ทั้งนี้ จังหวัดน่านเป็นหนึ่งในเมืองน่าเที่ยวที่มีศักยภาพด้านการท่องเที่ยวทั้งแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติและแหล่งท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์และศิลปวัฒนธรรมที่หลากหลาย นอกเหนือจากงานสร้างสรรค์อื่นๆ ที่มีอัตลักษณ์และมีความโดดเด่น
อาทิ งานหัตถกรรม งานออกแบบ ภูมิปัญญาแพทย์แผนไทย และอาหารพื้นถิ่น
ส่งผลให้จังหวัดน่านเป็นจุดหมายปลายทางที่นิยมของนักท่องเที่ยว ซึ่งสามารถสร้างและกระจายรายได้ให้กับชุมชนและดึงดูดนักท่องเที่ยวคุณภาพสูงให้มาท่องเที่ยวมากขึ้น
ดังนั้นเพื่อเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวจังหวัดน่านให้พัฒนาอย่างยั่งยืน และดึงดูดนักท่องเที่ยว จึงได้กำหนดจัดกิจกรรมเทศกาลดนตรี Nan Music Festival 2025 ขึ้น โดยใช้เทศกาลดนตรี เป็น Soft Power ที่กระตุ้นให้เกิดการท่องเที่ยว กระตุ้นการจับจ่ายใช้สอย เกิดการหมุนเวียนทางเศรษฐกิจภายในจังหวัด และก่อให้เกิดการสร้างและกระจายรายได้จากการท่องเที่ยว
นอกจากนี้ยังมีการประกวด NAN YOUNG ARTIST MUSIC CONTEST ที่เป็นเวทีสําหรับการแสดงความสามารถด้านดนตรีของเยาวชนและประชาชนจังหวัดน่าน และประชาสัมพันธ์ศักยภาพด้านการท่องเที่ยวในจังหวัดน่าน
โดยภายในงานมีจุดถ่ายภาพสวยงาม ท่ามกลางบรรยากาศธรรมชาติ มีกิจกรรม DIY , การเล่นเกมรับของที่ระลึก และอิ่มอร่อยจากอาหารเด็ดจากผู้ประกอบการภายในจังหวัดน่าน และรถ FOOD TRUCK จำนวน 35 ร้านค้า
และที่สำคัญ พลาดไม่ได้! กับการแสดงคอนเสิร์ตจากศิลปินชื่อดังเอาใจแฟนคลับหลายกลุ่มวัย อาทิ วัชราวลี , Scrubb , Anatomy Rabbit ,Jetset’er , เบล วริศรา,Pretzelle ,Season Five และ แสตมป์ อภิวัชร์
งาน “NAN MUSIC FESTIVAL 2025” จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 29 - 30 มีนาคม 2568 ณ บริเวณป่าเป๋ย เฮือนฮังต่อ ตำบลผาสิงห์ อำเภอเมืองน่าน จังหวัดน่าน ตั้งแต่เวลา 17.00 – 22.00 น. โดยเปิดให้ลงทะเบียนเข้าร่วมงานฟรี!
ติดตามรายละเอียดการจองเข้าร่วมงานได้ที่ FACEBOOK : Nan Music Festival 2025 www.facebook.com/NanMusicFes และFACEBOOK : Comm Arts Productionwww. facebook.com/Commartsproduction
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'กสิกรไทย'อวดกำไร Q1 แตะ 1.46 หมื่นล้าน
'กสิกรไทย'เปิดกำไรไตรมาสแรกพุ่ง 1.4 หมื่นล้าน โต 6.35% จากรายได้ค่าธรรมเนียม ธุรกิจประกันภัยและบริการ ชี้พิษตะวันออกกลางฉุดเศรษฐกิจไทยสะดุดคาดทั้งปีโตเพียง 0.8–1.2%
สาวจีนตกท่อระบายน้ำ! ขณะถ่ายรูปจุดเช็กอิน 'ช้างเอราวัณ'
20 เม.ย. 2569 - ผู้สื่อข่าวจังหวัดสมุทรปราการรายงานว่า ช่วงบ่ายวันที่ 19 เม.ย. ที่ผ่านมา ศูนย์กู้ชีพปราการ รับแจ้งมีผู้บาดเจ็บขาตกท่อระบายน้ำ เหตุเกิดภายในซอยบางด้วน เข้าจากปากซอยประมาณ 50 เมตร ตำบลบางด้วน อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรปราการ หลังรับแจ้งจึงประสาน เจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญู เดินทางไปตรวจสอบและช่วยเหลือ ที่เกิดเหตุ เป็นท่อระบายน้ำในพื้นที่ส่วนบุคคลริมถนนภายในซอย เจ้าหน้าที่พบนักท่องเที่ยวสาวชาวจีน ขาซ้ายตกลงไปในท่อระบายน้ำ โดยขายังคาติดอยู่ในตระแกรงฝาท่อระบายน้ำ เจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญู จึงใช้อุปกรณ์เครื่องตัดถ่าง ถ่างตระแกรงฝาท่อระบายน้ำออก ใช้เวลาไม่นานสามารถนำขานักท่องเที่ยงหญิงชาวจีนออกมาได้ ซึ่งจากการตรวจสอบ พบรอยแดงที่ขาซ้าย แต่ไม่มีอาการผิดรูปที่ขาหรือบาดแผลใดๆ นักท่องเที่ยวหญิงชาวจีนไม่ประสงค์ที่จะไปโรงพยาบาล และได้กล่าวขอบคุณเจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญูที่เข้ามาช่วยเหลืออย่างรวดเร็ว จากการสอบถาม นายธัญเทพ กอบธัญกิจ อาสามูลนิธิร่วมกตัญญู จุดสำโรงใต้ 28 เล่าว่า ได้รับแจ้งเหตุขอความช่วยเหลือจากศูนย์วิทยุกู้ชีพปราการว่ามีนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติประสบอุบัติเหตุขาติดอยู่ในท่อระบายน้ำ เมื่อเจ้าหน้าที่ซึ่งปฏิบัติหน้าที่อยู่ในบริเวณใกล้เคียงไปถึงจุดเกิดเหตุ พบว่าผู้บาดเจ็บอยู่ในสภาพขาติดอยู่กับแผ่นเหล็กฝาท่อ โดยลักษณะของอุบัติเหตุเกิดจากผู้บาดเจ็บได้เหยียบลงบนแผ่นเหล็กที่ชำรุดจนแผ่นเหล็กเกิดการบิดตัวและดีดกลับมาอัดเข้าที่บริเวณช่วงหัวเข่าอย่างแรง ทำให้ไม่สามารถขยับหรือดึงขาออกมาได้ด้วยตนเอง ในการช่วยเหลือช่วงแรก เจ้าหน้าที่ได้รีบประสานงานทีมสนับสนุนเพื่อขออุปกรณ์ตัดถ่างเข้ามาดำเนินการ โดยใช้เวลาในการง้างแผ่นเหล็กออกประมาณ 10 นาที ก็สามารถนำขาของผู้บาดเจ็บออกมาได้เป็นผลสำเร็จ จากการตรวจสอบอาการบาดเจ็บเบื้องต้นพบว่าผู้บาดเจ็บมีเพียงรอยฟกช้ำและแผลถลอกจากการที่พลัดตกลงไปกระแทกเท่านั้น ไม่พบอาการผิดรูปของกระดูกหรือกระดูกหักแต่อย่างใด ก่อนจะดำเนินการปฐมพยาบาลและให้ความช่วยเหลือตามขั้นตอน ด้าน เพื่อนของผู้บาดเจ็บซึ่งเป็นคนไทย ได้เล่าถึงวินาทีเกิดเหตุว่า ขณะกำลังเดินเท้าจากพิพิธภัณฑ์ช้างเอราวัณเพื่อไปถ่ายรูปบริเวณจุดเช็กอินยอดฮิตฝั่งตรงข้าม ซึ่งเป็นจุดที่นักท่องเที่ยวชาวจีนนิยมมาถ่ายภาพในระหว่างที่กำลังเดินข้ามมานั้น นักท่องเที่ยวสาวชาวจีนได้เหยียบลงบนแผ่นเหล็กฝาท่อระบายน้ำที่ชำรุดอยู่แล้ว ส่งผลให้แผ่นเหล็กหักและทรุดตัวลงทันทีจนขาข้างหนึ่งตกลงไปติดอยู่ด้านใน ในตอนนั้นตนพยายามช่วยพยุงและสั่งไม่ให้ผู้บาดเจ็บลุกขึ้นหรือขยับตัว เพราะเกรงว่าหัวเข่าจะหักหรือถูกเศษเหล็กที่หักคารูท่อแทงซ้ำ จึงรีบประสานขอความช่วยเหลือทันที และแม้จะเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันขึ้น แต่นักท่องเที่ยวสาวรายนี้กล่าวว่าตนเองไม่ได้รู้สึกตกใจหรือขวัญเสีย และยังรู้สึกขอบคุณที่เจ้าหน้าที่กู้ภัยและผู้เกี่ยวข้องเข้ามาให้การช่วยเหลืออย่างรวดเร็วมาก โดยหลังจากได้รับการช่วยเหลือเสร็จสิ้น เธอยังสามารถสื่อสารและยิ้มแย้มได้ พร้อมกับยืนยันว่าอุบัติเหตุครั้งนี้ไม่ได้ทำให้รู้สึกแย่กับการมาเที่ยวเมืองไทยแต่อย่างใด และยังคงมีความตั้งใจที่จะกลับมาท่องเที่ยวที่ประเทศไทยอีกครั้งในอนาคตแน่นอน เพราะประทับใจในการดูแลและความปลอดภัยภาพรวมที่ได้รับในครั้งนี้ ส่วน นางสาวจินจุภา ทองสุข ชาวบ้านในพื้นที่ได้แสดงความกังวลอย่างมากเกี่ยวกับความปลอดภัยบริเวณจุดดังกล่าว ซึ่งปัจจุบันได้กลายเป็นแลนด์มาร์คสำคัญที่มีนักท่องเที่ยว โดยเฉพาะชาวต่างชาติ เดินทางมาถ่ายรูปและเซลฟี่ กันเป็นจำนวนมากตลอดทั้งวัน ตั้งแต่เช้าจนถึงค่ำ โดยเฉลี่ยมีผู้มาเยือนสูงถึงวันละ 40-50 คน ซึ่งจุดดังกล่าวนั้นสภาพถนนเป็นแบบ 2 เลนสวนกัน และรถที่สัญจรไปมามักจะใช้ความเร็วสูง หากเป็นคนในพื้นที่จะทราบดีและช่วยชะลอความเร็วให้ แต่สำหรับรถจากที่อื่นที่ไม่ชำนาญทางมักจะขับผ่านด้วยความเร็ว ซึ่งเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุกับนักท่องเที่ยวที่ยืนรวมกลุ่มกันอยู่ริมถนนเป็นอย่างมาก ทั้งนี้ ชาวบ้านจึงอยากเรียกร้องให้หน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง เข้ามาดำเนินการติดตั้งสัญลักษณ์หรือป้ายเตือนให้รถที่สัญจรไปมาทราบว่าพื้นที่บริเวณนี้มีคนพลุกพล่านและควรชะลอความเร็ว แม้ว่าปัจจุบันจะมีแสงสว่างที่เพียงพอแล้ว แต่การขาดป้ายเตือนที่ชัดเจนยังคงเป็นช่องว่างที่อาจนำไปสู่อุบัติเหตุร้ายแรงได้ จึงอยากให้มีการจัดระเบียบพื้นที่และทำเครื่องหมายบอกทางให้ชัดเจน เพื่อสร้างความปลอดภัยให้กับนักท่องเที่ยวและลดความเสี่ยงในการสูญเสียที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต.

