
สุดสลดนักท่องเที่ยวหญิง 2 รายดับคู่ พลาดท่าลื่นไถลโขดหิน ระหว่างน้ำป่าทะลักน้ำตกทรายขาว
4 พ.ค.2568 – ผู้สื่อข่าวรายงานมันที่ 4 พ.ค. ว่า เมื่อวันที่ 3 พฤษภาคม 2568 เวลา 14.30 น. พ.ต.อ.มุสตอพา มะนิ ผกก.สภ.โคกโพธ์ อ.โคกโพธิ์ จ.ปัตตานี ได้รับแจ้งเหตุมีนักท่องเที่ยวถูกกระแสน้ำป่าพัดจมหาย ขณะเล่นน้ำภายในอุทยานแห่งชาติน้ำตกทรายขาว จึงประสานกำลังร่วมกับเจ้าหน้าที่สมาคมกู้ชีพกู้ภัยโพธิ์เงิน พร้อมอุปกรณ์ช่วยเหลือเร่งเดินทางไปยังจุดเกิดเหตุ
เมื่อไปถึงพบเจ้าหน้าที่อุทยานและนักท่องเที่ยวอยู่ในที่เกิดเหตุ จากการสอบถามทราบว่ามีนักท่องเที่ยวหญิงจำนวน 2 คน พลาดท่าลื่นไถลโขดหิน ถูกกระแสน้ำป่าที่หลากลงมาอย่างรวดเร็วพัดหายไป จึงระดมกำลังค้นหาโดยเริ่มจากต้นน้ำลงสู่ด้านล่าง
กระทั่งเวลา 16.39 น. เจ้าหน้าที่พบร่างผู้เสียชีวิตรายแรกอยู่บริเวณข้างบนของอุทยาน จากนั้นเจ้าหน้าที่ยังคงออกค้นหาอย่างต่อเนื่องจนทั้งเวลา 17.40 น. เจ้าหน้าที่ได้พบร่างผู้เสียชีวิตอีกรายที่บริเวณข้างล่างสุดของอุทยาน ซึ่งอยู่ห่างจากจุดแรกประมาณ 1 กิโลเมตร ผู้เสียชีวิตรายแรกทราบชื่อคือ นางสาวนิมุลลีฮา นิสะนิ อายุ 21 ปี อยู่บ้านเลขที่ 21 หมู่ 2 ตำบลปูยุด อำเภอเมือง จังหวัดปัตตานี ส่วนอีกราย คือ นางสาวฟิรดาว กาโฮง อยู่หมู่ 3 ตำบลปูยุด อำเภอเมือง จังหวัดปัตตานี
จากการสอบสวนเบื้องต้นทราบว่า ก่อนเกิดเหตุมีฝนตกหนัก จนท.กรมอุทยานจึงได้เดินประกาศเเจ้งเตือนตามจุดต่างๆ ซึ่งคาดว่ามีคนลงเล่นน้ำ โดยเช็กจากยอดผู้เข้าท่องเที่ยวอุทยาน ซึ่งทราบว่ามีนักท่องเที่ยวไม่ถึง 30 คน ส่วนใหญ่พอฝนตกนักท่องเที่ยวอื่นๆได้เก็บข้าวของเพื่อกลับที่พัก กระทั่งมีนักท่องเที่ยวที่ลงเล่นน้ำกัน 2 คน หลังทราบว่ามีการประกาศแจ้งเตือน จึงรีบขึ้นจากน้ำ ขณะกำลังเดินลงจากอุทยาน
ปรากฏว่านักท่องเที่ยว 2 คน พลาดท่าลื่นไถลโขดหิน เเล้วเกิดจมน้ำสูญหายไปและเป็นช่วงที่เจ้าหน้าที่อุทยานมาเห็นพอดี แต่ก็ช่วยไว้ไม่ทัน จากนั้น จนท.อุทยานให้เร่งช่วยเหลือ ให้เร่งประสานงาน ทุกฝ่าย เพื่อมาช่วยค้นหาผู้จมน้ำที่หายไปหลังพบร่างผู้เสียชีวิต เจ้าหน้าที่ตำรวจพร้อมแพทย์โรงพยาบาลโคกโพธิ์ได้เข้าชันสูตรศพในเบื้องต้นก่อนส่งร่างไปยังโรงพยาบาลเพื่อดำเนินการตามขั้นตอน พร้อมเร่งสรุปสาเหตุที่แน่ชัดเพื่อประกอบการสอบสวน ก่อนให้ญาติมารับร่างนำไปประกอบพิธีทางศาสนาอิสลามต่อไป
อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่ได้เตือนนักท่องเที่ยวให้เพิ่มความระมัดระวังในการเข้าพื้นที่ลำธารและน้ำตกช่วงฤดูฝน เนื่องจากอาจเกิดน้ำป่าหลากได้โดยไม่คาดคิด.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'กสิกรไทย'อวดกำไร Q1 แตะ 1.46 หมื่นล้าน
'กสิกรไทย'เปิดกำไรไตรมาสแรกพุ่ง 1.4 หมื่นล้าน โต 6.35% จากรายได้ค่าธรรมเนียม ธุรกิจประกันภัยและบริการ ชี้พิษตะวันออกกลางฉุดเศรษฐกิจไทยสะดุดคาดทั้งปีโตเพียง 0.8–1.2%
สาวจีนตกท่อระบายน้ำ! ขณะถ่ายรูปจุดเช็กอิน 'ช้างเอราวัณ'
20 เม.ย. 2569 - ผู้สื่อข่าวจังหวัดสมุทรปราการรายงานว่า ช่วงบ่ายวันที่ 19 เม.ย. ที่ผ่านมา ศูนย์กู้ชีพปราการ รับแจ้งมีผู้บาดเจ็บขาตกท่อระบายน้ำ เหตุเกิดภายในซอยบางด้วน เข้าจากปากซอยประมาณ 50 เมตร ตำบลบางด้วน อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรปราการ หลังรับแจ้งจึงประสาน เจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญู เดินทางไปตรวจสอบและช่วยเหลือ ที่เกิดเหตุ เป็นท่อระบายน้ำในพื้นที่ส่วนบุคคลริมถนนภายในซอย เจ้าหน้าที่พบนักท่องเที่ยวสาวชาวจีน ขาซ้ายตกลงไปในท่อระบายน้ำ โดยขายังคาติดอยู่ในตระแกรงฝาท่อระบายน้ำ เจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญู จึงใช้อุปกรณ์เครื่องตัดถ่าง ถ่างตระแกรงฝาท่อระบายน้ำออก ใช้เวลาไม่นานสามารถนำขานักท่องเที่ยงหญิงชาวจีนออกมาได้ ซึ่งจากการตรวจสอบ พบรอยแดงที่ขาซ้าย แต่ไม่มีอาการผิดรูปที่ขาหรือบาดแผลใดๆ นักท่องเที่ยวหญิงชาวจีนไม่ประสงค์ที่จะไปโรงพยาบาล และได้กล่าวขอบคุณเจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญูที่เข้ามาช่วยเหลืออย่างรวดเร็ว จากการสอบถาม นายธัญเทพ กอบธัญกิจ อาสามูลนิธิร่วมกตัญญู จุดสำโรงใต้ 28 เล่าว่า ได้รับแจ้งเหตุขอความช่วยเหลือจากศูนย์วิทยุกู้ชีพปราการว่ามีนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติประสบอุบัติเหตุขาติดอยู่ในท่อระบายน้ำ เมื่อเจ้าหน้าที่ซึ่งปฏิบัติหน้าที่อยู่ในบริเวณใกล้เคียงไปถึงจุดเกิดเหตุ พบว่าผู้บาดเจ็บอยู่ในสภาพขาติดอยู่กับแผ่นเหล็กฝาท่อ โดยลักษณะของอุบัติเหตุเกิดจากผู้บาดเจ็บได้เหยียบลงบนแผ่นเหล็กที่ชำรุดจนแผ่นเหล็กเกิดการบิดตัวและดีดกลับมาอัดเข้าที่บริเวณช่วงหัวเข่าอย่างแรง ทำให้ไม่สามารถขยับหรือดึงขาออกมาได้ด้วยตนเอง ในการช่วยเหลือช่วงแรก เจ้าหน้าที่ได้รีบประสานงานทีมสนับสนุนเพื่อขออุปกรณ์ตัดถ่างเข้ามาดำเนินการ โดยใช้เวลาในการง้างแผ่นเหล็กออกประมาณ 10 นาที ก็สามารถนำขาของผู้บาดเจ็บออกมาได้เป็นผลสำเร็จ จากการตรวจสอบอาการบาดเจ็บเบื้องต้นพบว่าผู้บาดเจ็บมีเพียงรอยฟกช้ำและแผลถลอกจากการที่พลัดตกลงไปกระแทกเท่านั้น ไม่พบอาการผิดรูปของกระดูกหรือกระดูกหักแต่อย่างใด ก่อนจะดำเนินการปฐมพยาบาลและให้ความช่วยเหลือตามขั้นตอน ด้าน เพื่อนของผู้บาดเจ็บซึ่งเป็นคนไทย ได้เล่าถึงวินาทีเกิดเหตุว่า ขณะกำลังเดินเท้าจากพิพิธภัณฑ์ช้างเอราวัณเพื่อไปถ่ายรูปบริเวณจุดเช็กอินยอดฮิตฝั่งตรงข้าม ซึ่งเป็นจุดที่นักท่องเที่ยวชาวจีนนิยมมาถ่ายภาพในระหว่างที่กำลังเดินข้ามมานั้น นักท่องเที่ยวสาวชาวจีนได้เหยียบลงบนแผ่นเหล็กฝาท่อระบายน้ำที่ชำรุดอยู่แล้ว ส่งผลให้แผ่นเหล็กหักและทรุดตัวลงทันทีจนขาข้างหนึ่งตกลงไปติดอยู่ด้านใน ในตอนนั้นตนพยายามช่วยพยุงและสั่งไม่ให้ผู้บาดเจ็บลุกขึ้นหรือขยับตัว เพราะเกรงว่าหัวเข่าจะหักหรือถูกเศษเหล็กที่หักคารูท่อแทงซ้ำ จึงรีบประสานขอความช่วยเหลือทันที และแม้จะเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันขึ้น แต่นักท่องเที่ยวสาวรายนี้กล่าวว่าตนเองไม่ได้รู้สึกตกใจหรือขวัญเสีย และยังรู้สึกขอบคุณที่เจ้าหน้าที่กู้ภัยและผู้เกี่ยวข้องเข้ามาให้การช่วยเหลืออย่างรวดเร็วมาก โดยหลังจากได้รับการช่วยเหลือเสร็จสิ้น เธอยังสามารถสื่อสารและยิ้มแย้มได้ พร้อมกับยืนยันว่าอุบัติเหตุครั้งนี้ไม่ได้ทำให้รู้สึกแย่กับการมาเที่ยวเมืองไทยแต่อย่างใด และยังคงมีความตั้งใจที่จะกลับมาท่องเที่ยวที่ประเทศไทยอีกครั้งในอนาคตแน่นอน เพราะประทับใจในการดูแลและความปลอดภัยภาพรวมที่ได้รับในครั้งนี้ ส่วน นางสาวจินจุภา ทองสุข ชาวบ้านในพื้นที่ได้แสดงความกังวลอย่างมากเกี่ยวกับความปลอดภัยบริเวณจุดดังกล่าว ซึ่งปัจจุบันได้กลายเป็นแลนด์มาร์คสำคัญที่มีนักท่องเที่ยว โดยเฉพาะชาวต่างชาติ เดินทางมาถ่ายรูปและเซลฟี่ กันเป็นจำนวนมากตลอดทั้งวัน ตั้งแต่เช้าจนถึงค่ำ โดยเฉลี่ยมีผู้มาเยือนสูงถึงวันละ 40-50 คน ซึ่งจุดดังกล่าวนั้นสภาพถนนเป็นแบบ 2 เลนสวนกัน และรถที่สัญจรไปมามักจะใช้ความเร็วสูง หากเป็นคนในพื้นที่จะทราบดีและช่วยชะลอความเร็วให้ แต่สำหรับรถจากที่อื่นที่ไม่ชำนาญทางมักจะขับผ่านด้วยความเร็ว ซึ่งเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุกับนักท่องเที่ยวที่ยืนรวมกลุ่มกันอยู่ริมถนนเป็นอย่างมาก ทั้งนี้ ชาวบ้านจึงอยากเรียกร้องให้หน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง เข้ามาดำเนินการติดตั้งสัญลักษณ์หรือป้ายเตือนให้รถที่สัญจรไปมาทราบว่าพื้นที่บริเวณนี้มีคนพลุกพล่านและควรชะลอความเร็ว แม้ว่าปัจจุบันจะมีแสงสว่างที่เพียงพอแล้ว แต่การขาดป้ายเตือนที่ชัดเจนยังคงเป็นช่องว่างที่อาจนำไปสู่อุบัติเหตุร้ายแรงได้ จึงอยากให้มีการจัดระเบียบพื้นที่และทำเครื่องหมายบอกทางให้ชัดเจน เพื่อสร้างความปลอดภัยให้กับนักท่องเที่ยวและลดความเสี่ยงในการสูญเสียที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต.
ตร. คุมเข้มสงกรานต์ บินโดรนจับตา 7 จุดแลนด์มาร์กกลางกรุง
ตำรวจ สน.ปทุมวัน และกองกำกับการควบคุมฝูงชน (กก.คฝ.) ยกระดับมาตรการรักษาความปลอดภัยขั้นสูงสุดรับเทศกาลสงกรานต์ นำอากาศยานไร้คนขับ (โดรน)

