
20 มิ.ย. 2568 – ผู้สื่อข่าวจังหวัดนครศรีธรรมราชรายงานว่า เมื่อเวลา 19.00 น. วันที่ 19 มิ.ย. ที่ผ่านมา พ.ต.ท.สมใจ พูนพนัง พนักงานสอบสวนเวร สภ.ชะเมา อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช ได้รับแจ้งเหตุพบศพผู้เสียชีวิตในคูน้ำร่องสวนปาล์ม ม.7 ตำบลท่าเรือ อำเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช จึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบก่อนประสานกำลังเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน พิสูจน์หลักฐาน แพทย์เวร รพ.มหาราช และหน่วยกู้ภัยรุดเข้าตรวจสอบ
ที่เกิดเหตุอยู่ภายในสวนปาล์มใกล้ถนนหมู่บ้าน พบศพชายไม่ทราบชื่อและอายุ สภาพศพเน่าเปื่อยขึ้นอืดอย่างรุนแรง คาดว่าเสียชีวิตมาแล้วไม่ต่ำกว่า 2 สัปดาห์ ผู้ตายสวมเสื้อยืดสีน้ำเงิน สวมเพียงกางเกงในสีฟ้า และที่ข้อมือทั้งสองข้างถูกล็อกด้วยกุญแจมือเหล็ก ลำตัวถูกปกคลุมด้วยใบตาลโตนดซึ่งใช้ซ่อนศพไว้ในคูน้ำโดยรอบ
จากการสอบสวนนายอรุณ (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 53 ปี ชาวบ้านหมู่ 7 ต.ท่าเรือ ให้การว่า ขณะเข้าไปยังพื้นที่ดังกล่าวเพื่อดักไซดักปลา พบว่าบริเวณนั้นมีใบไม้และใบตาลโตนดปกคลุมอย่างหนาแน่น จึงพยายามแหวกออกเพื่อวางไซ กลับพบศพมนุษย์ในสภาพเน่าขึ้นอืด จนตกใจสุดขีด วิ่งหนีออกจากจุดเกิดเหตุแล้วตั้งสติได้ก่อนรีบแจ้งเพื่อนบ้านและเจ้าหน้าที่ตำรวจให้เข้าตรวจสอบ
เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ถ่ายภาพ เก็บพยานหลักฐานในที่เกิดเหตุอย่างละเอียด พร้อมมอบหมายให้หน่วยกู้ภัยนำศพไปยังโรงพยาบาลมหาราชเพื่อผ่าชันสูตรหาสาเหตุการเสียชีวิตที่แน่ชัด ขณะเดียวกันได้กระจายกำลังลงพื้นที่ตรวจสอบรายงานบุคคลสูญหายหรือหายตัวไปในพื้นที่ ต.ชะเมา และพื้นที่ใกล้เคียงเพื่อหาตัวตนของผู้เสียชีวิต
ในเบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตั้งข้อสันนิษฐานว่า ผู้ตายน่าจะเป็นบุคคลนอกพื้นที่ ถูกกลุ่มคนร้าย ซึ่งอาจมีตั้งแต่ 2 คนขึ้นไป ล่อลวงหรือจับตัวมาใส่กุญแจมือ ก่อนเค้นสอบถามข้อมูลหรือเจรจาเรื่องผลประโยชน์บางอย่างแต่ไม่สำเร็จ จึงลงมือทำร้ายร่างกายจนเสียชีวิต แล้วนำศพมาทิ้งในคูน้ำพร้อมใช้ใบตาลโตนดอำพราง
อย่างไรก็ตาม ประชาชนในพื้นที่ต่างวิพากษ์วิจารณ์ถึงความเป็นไปได้ว่า ผู้เสียชีวิตอาจเคยมีส่วนเกี่ยวข้องกับอาชญากรรมหรือยาเสพติด และถูกเจ้าหน้าที่รัฐบางกลุ่มควบคุมตัวแบบไม่เปิดเผย กระทั่งเกิดการใช้ความรุนแรงเกินกว่าเหตุจนเสียชีวิต แล้วนำศพมาซ่อนไว้ในสวนปาล์มอย่างเร่งรีบโดยลืมถอดกุญแจมือออก ซึ่งหากเป็นจริงถือว่าเป็นคดีสะเทือนขวัญและละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างรุนแรง
พ.ต.อ.ยรรยง หิรัญบูรณะ ผกก.สภ.ชะเมา ยืนยันว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างรวบรวมหลักฐาน ตรวจสอบกล้องวงจรปิดในละแวกใกล้เคียง และรอผลชันสูตรจากแพทย์เพื่อชี้ชัดถึงสาเหตุการเสียชีวิต ก่อนเดินหน้าสืบสวนหาตัวผู้กระทำผิดมาดำเนินคดีตามกฎหมายโดยไม่มีละเว้น.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ชื่นชม ตำรวจ สน.คันนายาว ใช้ AI ทำสำนวนสอบสวน เพจรีวิวชื่อดังเล่าเบื้องหลังได้เงินคืนจากมิจฉาชีพ
เพจเฟซบุ๊ก "ปลั๊กไทย by มหาชะนี" ได้ออกมาเปิดเผยข้อมูลเพื่อเป็นวิทยาทาน ภายหลังจากเหตุการณ์ถูกมิจฉาชีพโกงเงิน 14,500 บาท จากนั้นไปแจ้งความ สน.คันนายาว ทำสำนวนส่งอัยการก่อนจะมีคำสั่งฟ้อง จนกระทั่งศาลตัดสินคดี และได้รับเงินคืนจากมิจฉาชีพในที่สุด โดยมีเนื้อหาดังนี้
คดีพลิก! ผกก.สภ.ทุ่งใหญ่ เคลียร์ข่าว 'ชัยชนะ' ตบตำรวจ ไม่เป็นความจริง เผยสนิทกับรอง ผกก.
พ.ต.อ.พงศ์พิชาญ ชยานนท์พิริยะ ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรทุ่งใหญ่ จ.นครศรีธรรมราช เปิดเผยถึงกรณีกระแสข่าวที่มีการเผยแพร่ระบุว่า อดีตรัฐมนตรีบ้านใหญ่ในพื้นที่ จ.นครศรีธรรมราช ก่อเหตุทำร้ายร่างกาย หรือ “ตบหน้า” รองผู้กำกับการสืบสวน สภ.ทุ่งใหญ่ จนกลายเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในพื้นที่ว่า
โฆษก ตร.ออกโรงอธิบายเจ้าของบ้านยิงผู้บุกรุกผิดกฎหมายหรือไม่!
โฆษกตํารวจแห่งชาติแจงหลักกฎหมายปมเจ้าของบ้านยิงผู้บุกรุกเสียชีวิต ชี้ต้องสอบสวนทุกกรณี เผย ม.68 ป้องกันตัวได้หากมีภยันตรายใกล้ถึงและทำไปพอสมควรแก่เหตุ แต่หากภัยสิ้นสุดแล้วยังใช้กำลังอาจเข้าข่ายเกินสมควรแก่เหตุ
ผบ.ตร. ยอมรับตั้งด่านจับอาวุธปืน เป็นเรื่องที่ทำได้ยาก ตำรวจต้องใช้ทักษะความรู้ ข้อมูลการข่าว
ผบ.ตร. ยอมรับนายกฯ โทรติงปม "ฉลอง" ผู้ต้องหาคดียิงนายก อบจ. สูบบุหรี่ไม่ใส่กุญแจมือ สั่งจเรตำรวจตั้งกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง พร้อมยอมรับการตรวจค้นอาวุธเป็นเรื่องยาก แต่ตำรวจต้องใช้ทักษะสร้างความปลอดภัยให้กับประชาชน
ปฏิบัติการเฟส 6 ปราบนอมินีต่างชาติ! 'บิ๊กราญ' ควง 'นพศิลป์' ทลายพูลวิลล่าเถื่อนหัวหิน
‘บิ๊กราญ-พล.ต.ท.นพศิลป์’ นำกำลัง ปฏิบัติการเฟส 6 ปราบนอมินีต่างชาติ ทลาย 'พูลวิลล่าเถื่อน' หัวหิน พบ 33 บริษัทต้องสงสัยถือครองที่ดินแทนต่างด้าว มูลค่าราว 300 ล้าน
'ฉลอง เรี่ยวแรง' ยิงนายก อบจ.นนทบุรีดับ! เผยปมแตกหักก่อนลั่นไก
‘ฉลอง เรี่ยวแรง’ อดีต สส.นนทบุรี ก่อเหตุยิง พ.ต.อ.ธงชัย เย็นประเสริฐ นายก อบจ.นนทบุรี เสียชีวิตภายในที่ทำการ ก่อนโทรศัพท์เล่านาทีเกิดเหตุ พร้อมเปิดชนวนความขัดแย้งระหว่างเพื่อนรักที่นำไปสู่เหตุสลด

