หน่วยกู้ชีพ-กู้ภัย จัดชุดเคลื่อนที่เร็ว พร้อมรับส่งผู้ได้รับผลกระทบสู้รบชายแดน

เจ้าหน้าที่อาสาสมัครกู้ชีพ-กู้ภัย จากมูลนิธิ องค์กรการกุศล และหน่วยงานสังกัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ทั้งใน จ.บุรีรัมย์ และต่างจังหวัด ไม่ต่ำกว่า 100-200 นาย พร้อมรถยนต์กู้ชีพ-กู้ภัยกว่า 50 คัน จัดชุดเคลื่อนที่เร็ว เตรียมความพร้อมให้การช่วยเหลือ ในการเคลื่อนย้ายผู้ป่วยและประชาชนผู้ที่ได้รับผลกระทบ จากการสู้รบแนวชายแดนไทย-กัมพูชา บริเวณ จ.บุรีรัมย์ และ จ.สุรินทร์

25 กรกฎาคม 2568 - ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ อ.ประโคนชัย จ.บุรีรัมย์ ได้มีเจ้าหน้าที่อาสาสมัครกู้ชีพ-กู้ภัย ในเครือต่างๆ ทั้งเครือสว่าง และมูลนิธิ องค์กรการกุศล รวมถึงหน่วยกู้ชีพ-กู้ภัย จาก อบต.และเทศบาล ทั้งในพื้นที่ จ.บุรีรัมย์ และหลายจังหวัด ได้นำรถยนต์กู้ชีพ-กู้ภัย และรถพยาบาล รวมกว่า 50 คัน พร้อมอุปกรณ์ช่วยเหลือการปฐมพยาบาล และกำลังของเจ้าหน้าที่อาสาสมัครกู้ภัย ไม่น้อยกว่า 100-200 นาย มาประจำการยังจุดกองอำนวยการศูนย์ประสานงานกู้ภัยสว่างจรรยาธรรม และจุดรวมพลต่างๆ ที่ได้จัดขึ้นในพื้นที่ อ.บ้านกรวด และ อ.ประโคนชัย

เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการช่วยเหลือ ขนย้าย ลำเลียงผู้ป่วยจากโรงพยาบาล ผู้ป่วยติดเตียง เด็ก คนชรา และประชาชน ที่อยู่ในพื้นที่เสี่ยงภัย รวมถึงผู้ที่ได้รับผลกระทบ จากเหตุการณ์สู้รบกัน ระหว่างทหารไทยกับทหารกัมพูชา ที่บริเวณตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา ทั้งในพื้นที่ จ.บุรีรัมย์ และ จ.สุรินทร์

โดยได้มีการจัดเตรียมไว้พร้อม ไม่ว่าจะเป็นเจ้าหน้าที่อาสาสมัครกู้ภัย รถรับส่งผู้ประสบภัย อุปกรณ์ทางการแพทย์สำหรับการปฐมพยาบาล เพื่อนำส่งต่อไปยังโรงพยาบาลในพื้นที่ชั้นใน รวมถึงศูนย์พักพิงที่ทางราชการได้จัดไว้ให้อย่างปลอดภัย และทันท่วงที

นายบูรพา คุณวงศ์ เจ้าหน้าที่อาสาสมัครกู้ภัย สว่างจรรยาธรรม จุดประโคนชัย จ.บุรีรัมย์ ระบุว่า ได้มีการตั้งกองอำนวยการไว้เพื่อรองรับภารกิจอพยพผู้ป่วย และขนย้ายประชาชนผู้ที่ต้องการรับความช่วยเหลือในการอพยพ หรือเดินทางออกจากพื้นที่เสี่ยงภัยในพื้นที่เขตการสู้รบบริเวณแนวชายแดนไทย-กัมพูชา ทั้งในเขต จ.บุรีรัมย์ และ จ.สุรินทร์ เพื่อนำส่งไปรักษาต่อยังโรงพยาบาลในพื้นที่ชั้นใน และศูนย์พักพิงสนามแข่งรถช้างอินเตอร์เนชั่นแนลเซอร์กิต ซึ่งจะได้มีหารเฝ้าติดตามสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง เพื่อประเมินและเข้าให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยด้านต่าง ๆ ต่อไป

ทั้งนี้ หากมีเหตุฉุกเฉินหรือต้องการความช่วยเหลือ สามารถติดต่อหน่วยกู้ภัยในพื้นที่ หรือโทร 1669 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'ปราสาทพนมรุ้ง' เงียบเหงา! ยอดนักท่องเที่ยวลดลงหลายเท่า กังวลปัญหาน้ำมัน-ค่าครองชีพ

หัวหน้าอุทยานประวัติศาสตร์พนมรุ้งจังหวัดบุรีรัมย์ ยอมรับจากเหตุปะทะชายแดนไทย-กัมพูชา  และภาวะสงครามตะวันออกกลาง  ส่งผลกระทบทำให้ยอดนักท่องเที่ยว  เดินทางมาเที่ยวชม 'ปราสาทพนมรุ้ง' ลดลงหลายเท่า  จากวันหยุดเคยมีนักท่องเที่ยวหลักพัน เหลือเพียงหลักร้อย 

หลายปั๊มที่บุรีรัมย์ น้ำมันดีเซลหมด ชาวบ้าน-เกษตรกรเดือดร้อน จำใจยอมรับสภาพ

น้ำมันดีเซลหลายปั้ม ที่ จ.บุรีรัมย์หมด ไม่มีให้บริการ บางปั้มที่ได้น้ำมันจากคลังใหญ่น้อยลงต้องจำกัดการเติมคันละไม่เกิน 1,000 บาท แกลลอนไม่เกิน 500 บางตู้จ่ายติดป้ายสงวนสิทธิ์ไว้จำหน่ายให้รพพยาบาล ตร. กู้ภัย รถฉุกเฉิน และรถหน่วยงานราชการไฟฟ้า ชาวบ้านเกษตรกรเดือดร้อนแต่ละวันต้องคอยวิ่งหาปั้มไหนน้ำมันขนส่งมาถึงแล้วก็จะรีบเข้าไปเติม

แม่ค้าชายแดนทรุด! ศึกเขมรเพิ่งซา พิษน้ำมันซ้ำ วอนรบ.ช่วยด่วน

แม่ค้าที่เปิดร้านขายไก่ทอด หมูปิ้ง ไส้กรอกย่าง ข้าวเหนียว และอาหารตามสั่งริมถนน ในหมู่บ้านตามชายแดนไทย-กัมพูชา อำเภอละหานทราย จ.บุรีรัมย์ เริ่มได้รับผลกระทบ

บุรีรัมย์จัดใหญ่ ‘ประเพณีขึ้นเขาพนมรุ้ง’ ชมมหัศจรรย์อาทิตย์ขึ้นส่อง 15 ช่องประตูปราสาท

จ.บุรีรัมย์เตรียมจัดงาน “ประเพณีขึ้นเขาพนมรุ้งประจำปี 2569” ยิ่งใหญ่ 3-5 เม.ย. นี้ ส่งเสริมการท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมวิถีไทยตามนโยบายรัฐบาล พร้อมเชิญชวนร่วมชมมหัศจรรย์ดวงอาทิตย์ขึ้น ส่องตรง 15 ช่องประตูปราสาท หนึ่งเดียวในโลก

วิกฤตน้ำมันพ่นพิษ! ตลาดสดเงียบเหงา ผู้คนออกมาจับจ่ายน้อยลง

ตลาดค้าส่งค้าปลีก เทศบาลนครบุรีรัมย์ ซึ่งเป็นตลาดจำหน่ายสินค้าและอาหารช่วงเย็น รายใหญ่ของตัวจังหวัดบุรีรัมย์ ค่อนข้างเงียบเหงา มีประชาชนออกมาเลือกซื้อสินค้า และอาหารน้อยลง กว่าปกติทุกวันอย่างเห็นได้ชัด คาดเป็นผลกระทบมาจากวิกฤตน้ำมันที่ขาดแคลน

รถบัสนำเที่ยวบุรีรัมย์ ร้องจ๊าก ขับตระเวนหาปั๊มน้ำมันทั้งวัน เติมได้ก็ไม่เกิน 1 พันบาท

วิกฤตพลังงานพ่นพิษแล้ว! ผู้ประกอบการรถบัสนำเที่ยวใน จ.บุรีรัมย์ บ่นอุบต้องวิ่งรอกหาเติมน้ำมันมาแล้ว 2 ปั๊มไม่มีให้เติม ส่วนปั๊มที่มีน้ำมันกลับเติมได้แค่คันละ 1,000 บาท ขณะเดียวกันพบว่า ประชาชนแห่นำรถมาเติมน้ำมัน ซ้ำเติมได้แค่คันละ 500-1,000 บาทเท่านั้น วอนรัฐบาลเร่งเร่งหามาตรการแก้ไข