
10 ต.ค. 2568 – นายจตุนันท์ จอมทัน ปลัดอำเภอกระทุ่มแบน เปิดเผยว่า ร.ต.อ.เขตรัฐ ชาญศิลป์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร รักษาราชการแทนผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร พร้อมด้วยนายบรรพต จันทรวงษ์ ปลัดจังหวัด นายพิรุณโรจน์ นาคดนตรี นายอำเภอกระทุ่มแบน นายอาคม ศาณศิลปิน ศึกษาธิการจังหวัด ตม.สมุทรสาคร ตร. สภ.กระทุ่มแบน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าตรวจสอบโรงเรียนเภื่อน 2 แห่ง ในพื้นที่ของอำเภอกระทุ่มแบน จ.สมุทรสาคร
โดยโรงเรียนแห่งแรก พบนักเรียนร่วม 100 คน ครูผู้สอน 10 คน ตรงตามที่ได้รับแจ้ง ส่วนจุดที่ 2 ในพื้นที่ของ อบต.ท่าไม้ ก่อนหน้าเคยได้รับอนุญาตให้เปิดเป็นสถานศึกษา ของนักเรียนไทย แต่ปัจจุบันถูกเพิกถอนใบอนุญาตไปแล้ว และได้รับการร้องเรียนจากชาวบ้านผ่านศูนย์ดำรงธรรมว่า ภายในบริเวณดังกล่าวมีการเปิดเป็นศูนย์รับเด็กต่างชาติจำนวนมากเข้ามาทำการเรียนการสอน
ดังนั้นช่วงบ่ายวันที่ 9 ต.ค. ที่ผ่านมา รองผู้ว่าฯ สมุทรสาคร ได้นำทีมเจ้าหน้าที่และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าตรวจสอบพบว่า ภายในสถานที่ดังกล่าวมีเด็กต่างด้าวราว 900 คน อยู่ตามห้องต่างๆ ภายในอาคาร 3 ชั้น และยังพบบุคคลต่างด้าวอีก 27 คนทั้งชายและหญิง เป็นครูสอนหนังสือให้แก่เด็กๆ ทางเจ้าหน้าที่จึงได้ขอตรวจสอบหลักฐานและข้อมูลบุคคลต่างด้าว โดยมีคนไทยรับเป็นผู้บริหาร ซึ่งแจ้งว่าได้เช่าพื้นที่ดังกล่าวจากเจ้าของที่ดิน เพื่อเปิดเป็นค่ายเยาวชน ให้แก่กลุ่มเยาวชนชาติพันธุ์ โดยก่อนที่จะเปิดรับเด็กๆ มาเข้าค่ายนั้น ได้ให้วิศวกรเข้ามาตรวจสอบความมั่นคงแข็งแรงของอาคารและยื่นเสนอเพื่อขออนุญาตการใช้อาคารต่อทาง อบต.ท่าไม้แล้ว จากนั้นจึงรับเด็กต่างด้าวมาเข้าค่าย ไม่ใช่นำมาเพื่อเปิดเป็นการเรียนการสอนในรูปแบบโรงเรียนแต่อย่างใดทั้งสิ้น
ร.ต.อ.เขตรัฐ กล่าวว่า จากที่ได้รับเรื่องร้องเรียนเข้ามาเป็นจำนวนมาก ว่าสถานที่แห่งนี้มีการเปิดสอนหนังสือให้แก่ลูกหลานแรงงานข้ามชาตินั้น จึงได้สั่งการมอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกฝ่ายสนธิกำลังกันเข้าตรวจสอบ ซึ่งเบื้องต้นพบว่า สถานที่แห่งนี้ยังไม่ได้รับอนุญาตจากทางศึกษาธิการจังหวัดให้เปิดสอนหรือรับเด็กแรงงานข้ามชาติเข้ามาทำการเรียนการสอน หรือจัดกิจกรรมในรูปแบบค่าย แม้อาคารจะผ่านการประเมินความปลอดภัยจากวิศวกรและมีการยื่นขอจากทางองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นตามกฎระเบียบแล้ว แต่ต้องยื่นขอใช้อาคารเพื่อเปิดเป็นที่สอนหนังสือหรือเป็นค่าย จากทางศึกษาธิการจังหวัดด้วย ตราบใดที่ยังไม่ได้รับอนุญาตจะดำเนินการใดๆ ไม่ได้ทั้งสิ้น
สำหรับประเด็นต่อมาคือ เรื่องของรูปแบบการจัดการเรียนการสอนและหลักสูตรที่ยังไม่ผ่านการอนุญาต และที่สำคัญคือ บุคลากรผู้สอนหรือผู้ดูแลเด็ก จะต้องได้รับอนุญาตทำงานอย่างถูกต้องและตรงตามประเภท แต่ทุกคนถือใบอนุญาตทำงานกรรมกร ดังนั้นจึงเป็นการกระทำความผิดตามกฎหมายฐานทำงานไม่ตรงกับประเภทที่ได้รับอนุญาต ส่วนความผิดฐานอื่นๆ ก็ได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกฝ่าย ไปตรวจสอบเพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป
ทั้งนี้จังหวัดสมุทรสาครมีนโยบายในการรองรับและส่งเสริมการศึกษาให้แก่ลูกหลานแรงงานข้ามชาติ ภายใต้ระบบการศึกษาภาคบังคับที่เป็นไปอย่างถูกต้องตามกฎหมายไทย โดยเด็กต่างด้าวต้องได้รับการศึกษาในโรงเรียนของรัฐบาลเช่นเดียวกับเด็กไทย ดังนั้นเด็กๆ เหล่านี้ ก็จะต้องกลับเข้าสู่สถานศึกษาของรัฐบาลตามที่ได้มีการจัดหาไว้ให้แล้ว โดยหลังจากนี้ในส่วนของเด็กทุกคนจะถูกนำเข้าสู่ระบบการศึกษาในโรงเรียนรัฐบาล ส่วนทางด้านของผู้ที่ต้องการจะเปิดเป็นโรงเรียนสอนภาษา หรือจะเป็นค่ายอาสาใดๆ ก็ตาม จะต้องทำให้ถูกต้องตามกฎหมายทุกขั้นตอนและต้องได้รับใบอนุญาตก่อนเท่านั้น จึงจะดำเนินการได้ ห้ามลักลอบกระทำการโดยไม่ได้รับอนุญาตอย่างเด็ดขาด หากตรวจพบจะมีความผิดทางกฎหมายทั้งผู้บริหาร เจ้าของสถานที่ ผู้สอน และผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกคน.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
TSPCA ลงนาม MOU ร่วม 11 โรงเรียนต้นแบบ ปลุกเมตตากรุณาต่อสัตว์อย่างรับผิดชอบ
วันที่ 17 มีนาคม 2569 เวลา 13.00 น. ณ ห้องประชุมจันทรเกษม ชั้น 1 อาคารราชวัลลภ กระทรวงศึกษาธิการ ถนนราชดำเนินนอก แขวงดุสิต เขตดุสิต กรุงเทพมหานคร
พบซาก 'วาฬบรูด้า' ยาวกว่า 10 เมตร เกยตื้นทะเลมหาชัย
สำนักงานทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่ 8 ได้รับแจ้งจากนายกสมาคมประมงว่า พบซากวาฬบรูด้าเกยตื้น ความยาวประมาณ 11 เมตร บริเวณปากแม่น้ำท่าจีน จังหวัดสมุทรสาคร
ลุยสุ่มตรวจ 'ปั๊มน้ำมัน' ฮึ่มกักตุน-แพงเกินจริง โทษหนักคุก 7 ปี
นายบรรพต จันทรวงษ์ ปลัดจังหวัดสมุทรสาคร นำทีมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่สุ่มตรวจสถานีบริการน้ำมันแนวถนนพระราม 2 จังหวัดสมุทรสาคร ซึ่งเป็นเส้นทางสายหลัก
ไฟไหม้! โรงปลูก-แปรรูปกัญชา วอดทั้งหลัง
ศูนย์วิทยุสถานีตำรวจภูธรกระทุ่มแบน ได้รับแจ้งเหตุเพลิงไหม้โรงงานผลิตกัญชาครบวงจรภายในซอยเพชรเกษม 91 หมู่ 3 ต.อ้อมน้อย อ.กระทุ่มแบน
สาวพรรคเพื่อไทย เสนอ 3 มาตรการ เร่งแก้ต้นเหตุความรุนแรงในสังคม
น.ส.ลิณธิภรณ์ วริณวัชรโรจน์ รองเลขาธิการพรรคเพื่อไทย และอดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ โพสต์ข้อความในเพจส่วนตัว กล่าวถึงกรณี นายแอลปืนคลั่ง จ.ปทุมธานี และบุคคลใช้อาวุธ อ.คุระบุรี จ.พังงา

