"ลิณธิภรณ์" ชี้ ความรุนแรงที่เกิดขึ้นในสังคม สะท้อนวิกฤตสุขภาพจิตคนไทย เสนอ 3 มาตรการ เร่งแก้แต่ต้นเหตุ ลดความรุนแรงที่อาจเกิดขึ้นในสังคมและโรงเรียน
21 กุมภาพันธ์ 2569 - น.ส.ลิณธิภรณ์ วริณวัชรโรจน์ รองเลขาธิการพรรคเพื่อไทย และอดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ โพสต์ข้อความในเพจส่วนตัว กล่าวถึงกรณี นายแอลปืนคลั่ง จ.ปทุมธานี และบุคคลใช้อาวุธ อ.คุระบุรี จ.พังงา ทำให้สถานศึกษาหลายแห่งต้องปิดการเรียนการสอนชั่วคราวเพื่อป้องกันอันตรายที่อาจเกิดขึ้น
โดยน.ส.ลิณธิภรณ์ กล่าวว่า ช่วง 2 วันที่ผ่าน เราพบเห็น ข่าวความรุนแรงที่เกิดขึ้นในสังคม หลายครั้งแม้ไม่ได้เกิดขึ้นในโรงเรียนโดยตรง แต่มีแรงสะเทือนมาถึงห้องเรียนเสมอ ทั้งเด็ก ครู และครอบครัวต้องเผชิญความกังวลและความรู้สึกไม่ปลอดภัย ยิ่งเมื่อเหตุการณ์ลักษณะนี้เกิดซ้ำในช่วงเวลาไม่นานที่ผ่านมา โรงเรียนมักกลายเป็นพื้นที่รับแรงกระแทกก่อนเสมอ ทั้งต้องตัดสินใจอย่างรวดเร็ว สื่อสารกับผู้ปกครองทันที และประคองบรรยากาศการเรียนรู้ในช่วงเวลาที่เปราะบาง
น.ส.ลิณธิภรณ์ กล่าวต่ออีกว่า จากที่ตนได้มีโอกาสสัมผัส หลายโรงเรียนมีแผนรับมือวิกฤตอยู่แล้ว และบางแห่งทำได้ดีมาก ทั้งการซ้อม การสื่อสาร และการดูแลเด็กในสถานการณ์จริง ขณะเดียวกันก็ยังเห็นว่าความพร้อมแตกต่างกันไปในแต่ละพื้นที่ จึงเรียกร้องให้กระทรวงศึกษาธิการ 1.ให้มีแผนการจัดทำเรื่องนี้อย่างเป็นระบบ มีแผนการฝึกซ้อมชัดเจนในทุกเดือน ในทุกโรงเรียน เข้าถึงได้ในทุกโรงเรียน ทุกพื้นที่ เพื่อให้เด็กและครูทุกแห่งได้รับความคุ้มครองในมาตรฐานเดียวกัน 2.การเสริมความเข้าใจในครูและนักเรียน มุ่งเน้นการลงโทษ ทางวินัยเด็กในเชิงบวก เน้นความเห็นอกเห็นใจ (empathy) การพูดความรุู้สึก แทนการลงโทษ และไม่มองข้ามการบูลลี่ที่เกิดในนักเรียน ดูแลทั้งคนโดนกระทำ และคนกระทำ เพื่อลดความรุนแรงที่อาจเกิดขึ้นในโรงเรียนทุกรูปแบบ และ 3.ปัญหาสุขภาพจิตของคนไทย เห็นชัดคือเรื่องสุขภาพจิตการเข้าถึงบริการด้านจิตวิทยายังแตกต่างกันตามพื้นที่และทรัพยากร การเพิ่มระบบคู่สายเพื่อรับฟังปัญหา คลายความกังวล รวมถึงแยกแยะและติดตามกลุ่มคนที่มีความเสี่ยงในชุมชนเพื่อบรรเทาหรือบำบัดรักษาทางจิตใจ ยิ่งในสถานการณ์เช่นนี้ ความปลอดภัยทางใจควรเป็นพื้นฐานของการศึกษาของเด็กไทยและคนในชุมชน
“ท้ายที่สุด คำถามนี้ไม่ได้อยู่แค่ในระบบการศึกษา แต่ขยายไปถึงสังคมที่เราอยากเห็นร่วมกัน สังคมที่เด็กควรเติบโตได้โดยไม่ต้องคุ้นชินกับความรุนแรง และโรงเรียนควรเป็นพื้นที่ที่วางใจได้จริง การสร้างสังคมที่ปลอดภัยและไร้ความรุนแรง จึงไม่ใช่ภาระของโรงเรียนเพียงลำพัง แต่เป็นความรับผิดชอบร่วมกันของเราทุกคน เพราะการศึกษาที่มีความหมาย ควรเริ่มต้นจากการที่เด็กต้องรู้สึกปลอดภัย เข้าใจและเห็นใจผู้อื่น เพื่อให้พร้อมจะเติบโต ทั้งในห้องเรียน และในสังคมที่เขาต้ออยู่ร่วมกับผู้อย่างเข้าใจ” น.ส.ลิณธิภรณ์ กล่าว
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
กมธ.งบประมาณชี้ 'บุหรี่เถื่อน' ทำรายได้รัฐหดหาย!
'กมธ.งบฯ 70' ถกภาษีบุหรี่-บุหรี่เถื่อนฉุดรายได้รัฐ พร้อม จี้ 'กรมธนารักษ์' เร่งใช้ที่ราชพัสดุให้เกิดประโยชน์สูงสุด ขณะที่ 'กรวีร์' ย้ำไม่ได้ดูแค่ตัวเลขงบประมาณ แต่ติดตามประสิทธิภาพการใช้เงินพ่วงข้อเสนอแนะ
รบ.ตีปี๊บเปิดสมรภูมิ 'อีสปอร์ตนักเรียน' ใหญ่สุดในประเทศชิงรางวัลกว่า 3 ล้านบาท
รัฐบาลเปิดสมรภูมิ 'อีสปอร์ตนักเรียน' ครั้งใหญ่ที่สุดในไทย ชวนเด็ก 77 จังหวัดฟอร์มทีมล่าฝัน ชิงถ้วยพระราชทานและทุนกว่า 3 ล้าน พร้อมเตรียมใช้ฐานเครือข่าย ต่อยอดปั้นสตาร์ทอัพเทคโนโลยีไทย
'จักรภพ' รายงานตัวสภาบอก 'ทักษิณ' แนะให้ทำเพื่อส่วนรวม!
'จักรภพ' รายงานตัวนั่ง สส.สมัยแรก เตรียมใช้เวทีสภาถ่ายทอดความจริงทางการเมือง ในร่างพ.ร.บ.นิรโทษ บอก 'ทักษิณ' แนะให้ทำเพื่อส่วนรวม เป็นสส.ต้องคิดถึงประวัติศาสตร์ อย่าคิดแต่ความนิยมวันนี้พรุ่งนี้
ข่าวดีผู้ต้องขัง! ดันเรียนต่อถึงปริญญา
รัฐบาลเปิดห้องเรียนในเรือนจำ เปลี่ยนกำแพงเป็นโอกาส ดันผู้ต้องขังเรียนต่อถึงปริญญา สร้างอนาคตใหม่หลังพ้นโทษ
‘จักรภพ’ พร้อมรับตำแหน่ง สส.ปาร์ตี้ลิสต์เพื่อไทย
“จักรภพ” รับตำแหน่ง สส.ปาร์ตี้ลิสต์เพื่อไทย ประกาศทุ่มเททั้งชีวิตรับใช้ประชาชน ย้ำการเมืองผันผวนแต่พร้อมทำหน้าที่เต็มกำลัง
ราชกิจจาฯ เผยแพร่ประกาศเลื่อน 'จักรภพ เพ็ญแข' เป็น สส.บัญชีรายชื่อเพื่อไทย
ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ประกาศสภาผู้แทนราษฎร เรื่อง ให้ผู้มีชื่ออยู่ในลำดับถัดไปใ

