
ชาวหาดใหญ่–สตูลเดือดร้อนหนักหลังน้ำลด เร่งลงทะเบียนเยียวยาท่ามกลางอุปสรรคด้านเอกสาร
30 พ.ย.2568 – จากเหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่ในพื้นที่ภาคใต้ตอนล่างตลอดช่วง 4–5 วันที่ผ่านมา หลายอำเภอของจังหวัดสงขลาถูกน้ำท่วมขยายวงกว้าง โดยเฉพาะอำเภอหาดใหญ่ซึ่งได้รับผลกระทบรุนแรงที่สุด ขณะที่จังหวัดสตูลมีน้ำท่วมแทบทุกพื้นที่ ส่งผลให้ประชาชนจำนวนมากได้รับความเสียหายอย่างหนัก หลายครอบครัวทรัพย์สินเสียหายเกือบทั้งหมด
หลังระดับน้ำเริ่มลดลง ประชาชนในพื้นที่ยังคงประสบปัญหาขาดแคลนน้ำประปาสำหรับทำความสะอาดบ้านเรือน ซึ่งเป็นความเดือดร้อนเร่งด่วนที่ชาวหาดใหญ่ต้องเผชิญต่อเนื่องในช่วง 2–3 วันที่ผ่านมา
ขณะเดียวกัน การลงทะเบียนรับเงินเยียวยาเหตุอุทกภัย ครัวเรือนละ 9,000 บาท ซึ่งกระทรวงมหาดไทยสั่งการให้เร่งดำเนินการ ได้สร้างความสับสนให้ประชาชนจำนวนมาก โดยมีการประกาศแจ้งให้ทราบในช่วงค่ำของวันศุกร์ พร้อมกำหนดให้ดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในวันเสาร์เพียงวันเดียว
ประชาชนต้องจัดเตรียมเอกสารประกอบจำนวนมาก อาทิ สำเนาทะเบียนบ้าน สำเนาบัตรประชาชน และภาพถ่ายสภาพความเสียหายที่ต้องพิมพ์เป็นเอกสาร ในขณะที่อุปกรณ์สำนักงานภายในบ้านส่วนใหญ่ถูกน้ำท่วมเสียหาย ร้านถ่ายเอกสารหลายแห่งในพื้นที่ไม่สามารถให้บริการได้ ทำให้ประชาชนต้องเร่งหาเอกสารด้วยความลำบาก
สำหรับผู้พักอาศัยในบ้านเช่า ยังต้องจัดเตรียมเอกสารรับรองจากเจ้าของบ้านหรือให้เจ้าของบ้านมายื่นด้วยตนเอง ซึ่งในหลายกรณีเจ้าของบ้านไม่สามารถเดินทางได้ หรือเพิ่งเสียชีวิต ส่งผลให้หลายครอบครัวไม่สามารถยื่นเรื่องได้ทันตามกำหนดเวลา
แม้ระบบลงทะเบียนออนไลน์จะเปิดให้ใช้ แต่ยังคงต้องนำส่งเอกสารฉบับจริง ทำให้ขั้นตอนต่าง ๆ ยังคงไม่สะดวกสำหรับประชาชนที่เพิ่งประสบภัย
สถานการณ์ที่เกิดขึ้นสะท้อนถึงข้อจำกัดด้านความพร้อมของหน่วยงานรัฐ และการบริหารจัดการในภาวะวิกฤต ที่ยังไม่สอดคล้องกับสภาพความเป็นจริงของประชาชนในพื้นที่ประสบภัยน้ำท่วมครั้งนี้
ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า สถานการณ์ล่าสุดวันนี้ยังมีชาวบ้านมากรอกคำร้องไม่ทั่วถึง หลายครอบครัวยังตกหล่น เนื่องจากเจ้าของบ้านบางคนอยู่ต่างจังหวัด ขาดเอกสาร หรือ ไม่สามารถเดินทางกลับเข้าในพื้นที่ได้ ขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่ควรเร่งทำงานอย่างเป็นระบบ เพื่อช่วยเหลือปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนในเบื้องต้นให้ได้มากกว่านี้.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
เลขาธิการประกันสังคม เร่งเยียวยาทายาทลูกจ้าง เสียชีวิตจากอุบัติเหตุตกจากที่สูง จ.สระบุรี
กรณีเกิดอุบัติเหตุลูกจ้างเสียชีวิต 1 ราย จากการพลัดตกที่สูงขณะปฏิบัติงาน ในพื้นที่จังหวัดสระบุรี นางสาวกาญจนา พูลแก้ว เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม ได้แสดงความเสียใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น พร้อมมอบหมายให้ นายภัทรพล ตันเสถียร ประกันสังคมจังหวัดสระบุรี เร่งดำเนินการตรวจสอบสิทธิประโยชน์ตามกฎหมายโดยทันที
สำนักงานประกันสังคม ลงพื้นที่ เยียวยากรณีผู้ประกันตนที่เสียชีวิตจากการทำงาน เหตุเครนก่อสร้างรถไฟความเร็วสูงถล่ม อำเภอสีคิ้ว นครราชสีมา
กรณีเมื่อวันที่ 14 มกราคม 2569 เกิดเหตุเครนถล่มของโครงการก่อสร้างรถไฟความเร็วสูงถล่มทับขบวนรถไฟ บริเวณอำเภอสีคิ้ว จังหวัดนครราชสีมา นางสาวกาญจนา พูลแก้ว เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม แสดงความห่วงใย พร้อมสั่งการให้สำนักงานประกันสังคมจังหวัดนครราชสีมา ตรวจสอบข้อมูลเพื่อเร่งให้การช่วยเหลือผู้ประสบเหตุดังกล่าวอย่างเร่งด่วนแล้ว
กกต.โวคิดมาดีมากแล้ว เมินปรับ‘หน่วยเลือกตั้ง’
กกต.ยันใช้รูปแบบหน่วยเลือกตั้งเดิม เชื่อไม่สับสน อ้างคิดมาดีแล้ว พร้อมเตือนอย่าหาเสียงแบบผิดกฎหมาย หลังพบมีการร้องเรียนอื้อ
ศาลปกครอง พร้อมรับฟ้องคดีเครนถล่มทับรถไฟ-พระราม 2 ผู้เสียหายฟ้องเรียกเงินเยียวยาจากรัฐได้ภายใน 1 ปี
นายเทอดพงศ์ คงจันทร์ ตุลาการหัวหน้าคณะศาลปกครองอุดรธานี เปิดเผยว่า ครอบครัวผู้เสียชีวิตและผู้ได้รับบาดเจ็บจากเหตุเครนที่ใช้ในการก่อสร้างโครงการรถไฟความเร็วสูงถล่มทับขบวนรถไฟด่วนพิเศษที่ 21
นายกฯ ลงพื้นที่ดูจุดเครนถล่มพระราม 2 เมินโซเชียลถล่ม 'ภท.'
นายกฯ ลงพื้นที่ดูจุดเครนถล่มถนนพระราม 2 บ่ายวันนี้ ลั่นเอกชนฟ้อง รัฐฟ้องกลับ ไม่สนโซเชียลถล่มเลือก ‘ภท.’ ต้องรับความเสี่ยง ยอกรำคาญ หายใจลึกๆ แผ่เมตตา
'ผวจ.โคราช' เปิดตัวเลขเยียวยารายละ 1.69 ล้านบาท ผู้เสียชีวิตเหตุเครนทับรถไฟ
'ผวจ.โคราช' เผยตัวเลขเยียวยาเหตุเครนถล่มทับรถไฟ เร่งจ่ายครอบครัวผู้เสียชีวิตรายละ 1.69 ล้านบาท ขณะที่กู้ภัยฮุก 31 ช่วยส่ง 6 ร่าง คืนภูมิลำเนา โดยไม่มีค่าใช้จ่าย มีรถบริการ 50 คัน เจ้าหน้าที่ 150 นายพร้อม

