ตำรวจน้ำปล่อยเรือตรวจการณ์ออกลาดตระเวนแนวชายแดนทางทะเลไทย–กัมพูชา สกัดการลักลอบขนส่งน้ำมันเชื้อเพลิงและยุทธภัณฑ์ หลังรัฐบาลมีคำสั่งงดนำเข้า–ส่งออกเชื้อเพลิง ท่ามกลางสถานการณ์ความตึงเครียดบริเวณชายแดน
18 ธันวาคม 2568 - ที่กองบังคับการตำรวจน้ำ จังหวัดสมุทรปราการ ผู้บังคับบัญชาตำรวจน้ำได้สั่งการระดมกำลังเรือตรวจการณ์ออกลาดตระเวนตลอดแนวชายแดนทางทะเลไทย–กัมพูชา เพื่อสกัดกั้นการลักลอบขนส่งน้ำมันเชื้อเพลิง ยุทธภัณฑ์ และสิ่งของต้องห้าม ภายหลังเกิดสถานการณ์การปะทะบริเวณแนวชายแดนระหว่างสองประเทศ ตั้งแต่วันที่ 7 ธันวาคมที่ผ่านมา
ทั้งนี้ รัฐบาลได้มีคำสั่งงดการนำเข้า–ส่งออกน้ำมันเชื้อเพลิงไปยังประเทศกัมพูชา เพื่อควบคุมและรักษาความมั่นคงของประเทศ อย่างไรก็ตาม จากข้อมูลด้านการข่าวพบว่ายังคงมีกลุ่มผู้ประกอบการบางส่วนพยายามลักลอบลำเลียงน้ำมันเชื้อเพลิงออกนอกประเทศอย่างต่อเนื่อง ทั้งการใช้เส้นทางอ้อมผ่านประเทศเพื่อนบ้าน และการลักลอบขนส่งทางทะเลโดยใช้เรือประมงดัดแปลงหรือเรือผิดกฎหมาย
จากการสืบสวนสอบสวน กองบังคับการตำรวจน้ำจึงสั่งการให้เรือตรวจการณ์หมายเลข 1301 “ชัยจินดา” พร้อมกำลังพล ออกปฏิบัติภารกิจลาดตระเวน ตรวจสอบ และสกัดกั้นเรือที่มีพฤติการณ์ต้องสงสัยตลอดแนวชายแดนทางทะเล โดยมุ่งเน้นการป้องกันการลักลอบขนส่งน้ำมันเชื้อเพลิง ยุทธภัณฑ์ และสิ่งของต้องห้ามที่อาจถูกนำไปสนับสนุนประเทศกัมพูชา ซึ่งการปฏิบัติการดังกล่าวถือเป็นส่วนหนึ่งของภารกิจสนับสนุนด้านความมั่นคงของรัฐ
พ.ต.อ.ศราวุฒิ ลิจฉวีราช รองผู้บังคับการตำรวจน้ำ กล่าวว่า วันนี้ได้รับมอบหมายจาก ผู้บังคับบัญชา พล.ต.อ.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร รอง ผบ.ตร./ผอ.ศปนม.ตร. ,พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก. เนื่องจากเหตุการณ์ไม่สงบบริเวณชายแดนเพื่อนบ้าน ซึ่งทางตำรวจน้ำ ได้มีภารกิจในการสกัดกั้นและป้องปราม ไม่ให้เรือหรือยานพาหนะที่จะลำเลียงทรัพยากร โดยเฉพาะน้ำมันเชื้อเพลิง เข้าไปสนับสนุนประเทศเพื่อนบ้าน ตามนโยบายที่รัฐบาลสั่งการมา
ถือเป็นนิมิตรหมายที่ดีได้รวบรวมกำลังพลตำรวจน้ำทั้งประเทศ โดยใช้เรือตรวจการณ์ชัยจินดา เป็นเรือที่ออกปฏิบัติภารกิจ โดยจะมุ่งหน้าออกไปไปยังชายแดนไทยกัมพูชา ซึ่งเป้าหมายจะรู้อยู่แล้วว่าเรือที่ประกอบกิจการน้ำมันอยู่จุดไหนบ้าง โดยจะได้เข้าไปตรวจสอบ ว่าทำธุรกิจอยู่ในกรอบหรือไม่ โดยจะตรวจสอบ 3 อย่าง คือ 1.คน 2.เรือ 3.สิ่งของ โดยจะบูรณาการร่วมกับหน่วยงานอื่น โดยเฉพาะศรชล. เพื่อให้ภาพการทำงานมาในรูปแบบหน่วยราชการที่ทำงานทางทะเล ซึ่งในเรือจะมีอุปกรณ์พิเศษ ทั้งเรดาร์ และโซนาร์ รวมถึง GPS โดยจะรู้ถึงกลุ่มเรือเหล่านั้น ที่เป็นเรือสถานีบรรทุกน้ำมันว่าอยู่ตามพิกัด และเรือที่ขนถ่ายน้ำมันจะมีข้อมูลชื่อเรือ ว่า GPS ขึ้นอยู่บริเวณไหน โดยท่าเรือลำไหนวิ่งนอกเหนือเส้นทางที่เขาขอ ก็จะเข้าไปตรวจสอบ ซึ่งทางทะเลจะไม่เหมือนถนนที่จะมีกล้องวงจรปิด จึงจำเป็นต้องมีการข่าวนำ อาจจะไม่สามารถสกรีนได้ 100% แต่ก็จะผนึกกำลังเพื่อตอบสนองนโยบายของรัฐบาล
ถ้าหากเจอเรือที่ขนน้ำมันให้ทางกัมพูชาจริงอันดับแรก จะต้องตรวจสอบก่อนเพราะไม่สามารถสันนิษฐานได้ว่าเรือลำนั้นจะไปส่งที่กัมพูชาจริง ซึ่งจะตรวจสอบจากใบข้อมูล ว่าปลายทางอยู่ที่ไหน ซึ่งความผิดอาจจะยังไม่สำเร็จ ก็ต้องป้องปราม และสกัดกั้น ซึ่งการทำงานทางทะเลจะทำได้ประมาณนี้ แต่จะให้จับกุมจะต้องเป็นความผิดซึ่งหน้า ในกรณีที่อยู่นอกราชอาณาจักรจะต้องแจ้งไปยังบริษัทอย่างเดียว หากเขามีเหตุผลรองรับ การดำเนินคดีหากหลักฐานไม่เพียงพอก็ไม่สามารถดำเนินการได้ ต้องขอความร่วมมือไปยังหน่วยงานที่รับผิดชอบ อยากฝากให้ ให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ ซึ่งทางตำรวจน้ำก็เป็นส่วนหนึ่งในการปฏิบัติหน้าที่เพื่อบ้านเมือง โดยจะต้องไปอยู่บนเรืออย่างต่ำ 4-5 วัน แล้วแต่ภารกิจ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ผอ. JIC ลั่นไม่กลัวอาวุธจีน กัมพูชาจะใช้หรือไม่ใช้ หากขึ้นลำกล้อง ไม่ปล่อยให้ยิง เราต้องจัดการก่อน
พล.อ.อ.ประภาส สอนใจดี ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารอากาศ และผู้อำนวยการศูนย์ข่าวสารสถานการณ์ไทย-กัมพูชา JIC และผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารอากาศ ตรวจเยี่ยมกองกำลังป้องกันชายแดนจันทบุรี-ตราด (กปช.จต.) บ้านท่าเส้น-บ้านหนองรี พร้อมมอบสิ่งของบำรุงขวัญแบะกำลังใจเจ้าหน้าที่
'สีหศักดิ์' ยื่นหนังสือถึงข้าหลวงใหญ่ฯ ซัด 'ทอม แอนดรูว์ส' บิดเบือนข้อมูลมุ่งแสวงหาผลประโยชน์ทางการเมือง
เปิดหนังสือ รมว. กต. ส่งถึงท่าหลวงใหญ่เพื่อ สิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ กรณีแถลงการณ์ของ“ ทอม แอนดรูส์” ผู้เสนอรายงานพิเศษ เกี่ยวกับสถานการณ์สิทธิมนุษชนในกัมพูชา พาดพิงไทยด้วยข้อมูลที่ไม่ตรงกับความเป็นจริง
ทบ. โต้กัมพูชา ย้ำไทยใช้กำลังตามกรอบกฎหมาย มุ่งเฉพาะเป้าหมายทางทหาร
ทบ. โต้กัมพูชา ย้ำไทยใช้กำลังตามกรอบกฎหมาย มุ่งเฉพาะเป้าหมายทางทหาร ชี้ความเสียหายที่กัมพูชากระทำต่อไทย ไม่อาจลบล้างด้วยการบิดเบือนข้อมูล
'ชัยชนะ' ยื่น กมธ.ปปง. สอบขบวนการลักลอบขนน้ำมัน เดือนละ 30 ล้านลิตร ไปเมียนมา
นายชัยชนะ เดชเดโช สส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ยื่นหนังสือถึงนายดาชัย เอกปฐพี สส.ลำปาง พรรคกล้าธรรม ในฐานะโฆษกคณะกรรมาธิการ(กมธ.)การป้องกันปราบปรามการฟอกเงินและยาเสพติด สภาผู้แทนราษฎร เพื่อให้ตรวจสอบกรณีการลักลอบขนน้ำมัน
ไทยสวนหมัดเด็ด! ยื่น UN ขอหารือคณะมนตรีสิทธิมนุษยชนฯ จี้ปราบสแกมฯในกัมพูชา โต้ยิบรายงาน 'ทอม แอนดรูว์ส'
กต. แถลงท่าทีรัฐบาลไทย เผยเตรียมทำหนังสือถึงประธานคณะมนตรีสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติและสำนักงานข้าหลวงใหญ่สิทธิมนุษยชน ที่นครเจนีวา หลัง “ทอม แอนดรูส์” เสนอรายงานพิเศษพาดพิงประเทศไทย มีหลายประเด็นที่ไม่เห็นด้วย ชี้กระทบความเป็นกลาง -เที่ยงธรรม “สีหศักดิ์”
ทภ.1 แจงทหารเหยียบกับระเบิดขณะเคลียร์พื้นที่บ้านหนองจาน กำชับให้ดูแลเต็มที่
ทภ.1 ชี้แจง กำลังพลได้รับอุบัติเหตุจากการปฏิบัติหน้าที่เก็บกู้ทุ่นระเบิด ในพื้นที่ บ.หนองจาน กำชับให้ดูแลอย่างดีที่สุด พร้อมเน้นย้ำให้ปฏิบัติหน้าที่อย่างความรอบคอบไม่ประมาท ปัจจุบันสร้างพื้นที่ปลอดภัยแล้ว 76.73%

