
6 ม.ค. 2569- ผู้สื่อข่าวเดินทางลงพื้นที่ ต.จันทบเพชร อ.บ้านกรวด จ.บุรีรัมย์ ซึ่งเป็นพื้นที่รอยติดต่อชายแดนไทย-กัมพูชา และได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์สู้รบของทหารไทยกัมพูชา ในห้วงที่ผ่านมา โดยจากการลงพื้นที่สำรวจตามหมู่บ้าน และพื้นที่ทางการเกษตรแนวชายแดน ซึ่งเป็นพื้นที่ได้รับผลกระทบจากการสู้รบ และมีกระสุนปืนใหญ่ของฝ่ายกัมพูชายิงตกลงมาในพื้นที่ โดยพบว่าชาวบ้านหลายรายที่ทำสวนยางพารา และมันสำปะหลัง ต่างเร่งเก็บเกี่ยวผลผลิตนำไปขาย เพื่อนำเงินรายได้เอาไว้ใช้จ่ายในครอบครัว ชำระหนี้สิน และเตรียมไว้ใช้ในยามจำเป็นฉุกเฉิน หากเกิดเหตุการณ์สู้รบรอบที่ 3 ขึ้นอีก
เนื่องจากชาวบ้านในพื้นที่แนวชายแดนส่วนใหญ่ ยังไม่มั่นใจในสถานการณ์ชายแดน และเกรงว่าอาจจะเกิดเหตุการณ์ปะทะกันในรอบ 3 ขึ้นอีก หลังพบว่าฝ่ายกัมพูชาเริ่มมีความเคลื่อนไหวอยู่ตลอดเวลา จึงจำเป็นต้องเร่งเก็บเกี่ยวผลผลิตทางการเกษตรนำไปจำหน่าย
ด้าน นายสง่า อินทร์สำราญ อายุ 42 ปี เกษตรกรชาวสวนยางพารา บอกว่า สวนยางพาราของตนเองในรอบแรก มีลูกปืนใหญ่ของฝ่ายกัมพูชายิงตกลงมาจำนวน 1 ลูก แต่ครั้งที่ 2 ยังไม่พบว่ามีลูกปืนใหญ่ถูกยิงตกลงมาอีก มีเพียงสวนยางพาราของเพื่อนบ้านที่อยู่ใกล้เคียงกัน มีลูกปืนใหญ่ยิงตกลงมา พอสถานการณ์เริ่มคลี่คลาย และหน่วยงานภาครัฐอนุญาตให้เข้ามาในพื้นที่ได้ จึงรีบมากรีดยางและหยอดน้ำกรด เพื่อจะได้เก็บยางพาราไปขาย เอาเงินไว้ใช้จ่ายและใช้หนี้ โดยทุกวันนี้ยังคงใช้ชีวิตอยู่ด้วยความหวาดระแวง เนื่องจากหมู่บ้านและสวนยางพาราของตนอยู่ ห่างจากชายแดนประมาณ 1 กิโลเมตรเท่านั้น ซึ่งทุกวันนี้ยังคงเก็บกระเป๋าเสื้อผ้าและสิ่งของจำเป็นไว้ในรถยนต์ตอดเวลา พร้อมอพยพได้ในทันทีหากเกิดเหตุการณ์สู้รบขึ้นอีกเป็นรอบที่ 3
เช่นเดียวกับ น.ส.จินตนา กะการดี อายุ 31 ปี เกษตรกรชาวไร่มันสำปะหลัง ที่วันนี้ได้ว่าจ้างเพื่อนบ้านให้มาเก็บกู้มันสำปะหลังจำนวน 5ไร่ ที่ปลูกไว้บริเวณใกล้กับชายแดน กล่าวยอมรับว่า ปีนี้ผลผลิตมันสำปะหลังมที่ปลูกไว้ไม่ค่อยดี เนื่องจากตั้งแต่ปลูกมันสำปะหลังได้ใส่ปุ๋ยเพียงครั้งเดียว คือวันที่ 22 ก.ค.68 หลังจากนั้นก็เกิดเหตุการณ์สู้รบเกิดขึ้น ลากยาวจนมาถึงการสู้รบรอบที่ 2 ก็ไม่ได้เข้ามาดูแลไร่มันสำปะหลังเลย เพราะในพื้นที่โดยรอบมีกระสุนปืนใหญ่ตกลงมาเป็นจำนวนมาก ซึ่งการมาเก็บกู้มันสำปะหลังก็รู้สึกวิตกกังวลเกรงว่าจะมีลูกปืนใหญ่ตกอยู่ในไร่มันสำปะหลังของตนเอง
โดยในวันนี้ต้องเร่งเก็บกู้มันสำปะหลังออกไปขาย เพราะเกรงว่าอาจจะเกิดเหตุการณ์สู้รบรอบ 3 ขึ้นอีก ซึ่งจะทำให้ต้องอพยพหนีการสู้รบอีก งานที่ทำก็ทำไม่ได้เต็มที่ รายได้ก็ถดถอยไม่เหมือนเดิม จึงรีบกู้มันสำปะหลังเอาไปขาย เพราะเห็นว่าราคารับซื้อตอนนี้ดีกว่าตอนที่ยังไม่ปิดด่านชายแดน
ทั้งนี้ หากเกิดสถานการณ์ขึ้นอีก ก็อยากให้จัดการให้เด็ดขาดไปเลยไม่อยากให้รอบที่ 3-4-5-6 ไปหรอก เพราะไม่รู้ว่ารุ่นลูกรุ่นหลานจะอยู่กันยังไง และตอนนี้ก็ไม่อยากอพยพกันอีกแล้ว เพราะอยากอยู่ทำมาหากินตามปกติ จะทำไร่ ทำนา ทำสวน ก็จะได้ทำอย่างโล่งใจหน่อย ไม่ใช่ต้องมัวหวาดระแวงเหมือนทุกวันนี้ ว่าจะยิงกันวันไหน ระเบิดจะลงวันไหนกันอีก.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'ไทย' โต้ 'เขมร' ปัดยิง 22 นัดช่องจอม ชี้แค่ส่งเสียงเตือน หลังทหารขยับแนวใกล้พื้นที่ควบคุม
สถานการณ์บริเวณแนวชายแดนดังกล่าวยังอยู่ภายใต้การติดตามและประสานงานของหน่วยงานด้านความมั่นคงของทั้งสองฝ่ายอย่างใกล้ชิด
ทภ.2 รับได้ยินเสียงดังชายแดนศรีสะเกษ ยังชี้ไม่ได้ใช่ M79 หรือไม่
“ทภ.2” ยอมรับได้ยินเสียงดัง แต่ยังยืนยันไม่ได้ว่าเป็นการยิง M79 เหตุเกิดช่วงกลางคืน พร้อมสั่งห้ามกำลังพลออกนอกฐาน ย้ำทุกนายปลอดภัย ไม่ได้รับอันตราย
สลด! ประธานเครือข่ายเฝ้าระวังช้างป่าดงใหญ่ ถูกช้างเหยียบเสียชีวิต
ช้างป่าดงใหญ่ จ.บุรีรัมย์ 3 ตัว บุกเข้าไปหากินผลผลิตทางการเกษตรในชุมชน ประธานเครือข่ายเฝ้าระวังช้างป่านำทีมออกผลักดัน ถูกช้างป่ากระทืบศรีษะ ท้อง งาแทงลำตัว แขนดับสลด ภรรยาเชิญวิญญาณกลับบ้าน หน.เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า เผยมีอาสาและชาวบ้านถูกช้างป่าทำร้ายเสียชีวิตแล้ว 18 ราย กำชับเพิ่มความระมัดระวัง
'บุรีรัมย์'9คนชนะยะโฮร์รวม4-3 เข้าชิงสโมสรอาเซียน ดวลกับสลังงอร์
การแข่งขัน ศึกฟุตบอลชิงแชมป์สโมสรอาเซียน “SHOPEE CUP 2025/26” รอบรองชนะเลิศ เกมเลกสอง บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด เปิดบ้านพบ ยะโฮร์ ดารุล ทักซิม
พายุถล่ม อ.หนองกี่ พัดบ้านพังเกือบ 100 หลัง ฟ้าผ่าลุงวัย 63 ดับสลด เด็ก 4 คน รอดปาฏิหาริย์
เกิดพายุฝนฟ้าคะนองกระหน่ำอำเภอหนองกี่ จ.บุรีรัมย์อย่างหนัก พัดบ้านเรือนเสียหายเกือบ 100 หลัง ท่ามกลางความโกลาหลเกิดเหตุสลด ฟ้าผ่าลงกลางกระท่อมนา คร่าชีวิตลุง 63 ปี ต่อหน้าเพื่อนบ้านและเด็กอีก 4 คน ที่อยู่ในกระท่อม แต่รอดปาฏิหาริย์ ชาวบ้านที่รอดเผยนาทีรอดตาย
ร้านชุดนักเรียนคึกคักรับเปิดเทอม ผู้ประกอบการเผยขายราคาเดิมไม่ปรับขึ้น
บรรดาผู้ปกครองในพื้นที่ จ.บุรีรัมย์ ต่างพาบุตรหลาน มาเลือกซื้อชุดนักเรียนใหม่ เพื่อเตรียมไว้สวมใส่สำหรับการเปิดภาคเรียนที่ 1 ประจำปีการศึกษา 2569 ทำให้บรรยากาศตามห้างร้านต่างๆ เป็นไปอย่างคึกคัก ขณะเดียวกันพบว่า เงินอุดหนุนค่าชุดนักเรียนที่รัฐจ่ายให้ ไม่เพียงพอกับค่าใช้จ่ายจริง

