แม่ทัพภาคที่ 2 ตรวจเยี่ยมการจัดทำลายวัตถุระเบิดและกระสุนปืนใหญ่ของกัมพูชา ที่ยิงตกลงมาในพื้นที่ อ.บ้านกรวด จ.บุรีรัมย์ จำนวน 9 ลูก ที่ตรวจพบยังไม่ระเบิด การจุดระเบิดทำลายในครั้งนี้เป็นไปด้วยความเรียบร้อยและปลอดภัยดี ส่วนการสู้รบรอบที่ 3 จะเกิดขึ้นหรือไม่ บอกเป็นเรื่องของอนาคต ขอให้ทำปัจจุบันให้พร้อม
21 มกราคม 2569 เมื่อเวลา 15.00 น. พลโท วีระยุทธ รักศิลป์ แม่ทัพภาคที่ 2 พร้อมด้วย พลตรี สุคนธรัตน์ ชาวพงษ์ รองแม่ทัพภาคที่ 2 ,พันเอก(พิเศษ) สมโชค จันทาสี ผู้บังคับหน่วยปฎิบัติการทุ่นระเบิดด้านมนุษยธรรม 3 Humanitarian Mine Action Unit 3 (ผบ.นปท.3) ,นายศรีธรรม ราชแก้ว รองผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์ ,พ.ต.อ.เจตน์สฤษฎิ์ แพ่งศรีสาร รอง ผบก.ภ.จว.บุรีรัมย์ ได้ร่วมเป็นสักขีพยานในการจัดทำลายทุ่นระเบิดและกระสุนปืนใหญ่ ที่บริเวณด้านล่างอ่างเก็บน้ำห้วยตาเขียว(ทิศเหนือสันอ่าง) ต.บึงเจริญ อ.บ้านกรวด จ.บุรีรัมย์
โดยเจ้าหน้าที่ หน่วยปฏิบัติการทุ่นระเบิดด้านมนุษยธรรมที่ 3 ร่วมกับ หน่วยเก็บกู้วัตถุระเบิด (EOD) กองกำกับการสืบสวน ตำรวจภูธรจังหวัดบุรีรัมย์ กรมสรรพวุธทหารบก และกองสรรพวุธตำรวจ ได้จัดให้มีการทำลายทุ่นระเบิด ลูกกระสุนปืนใหญ่ชนิดต่างๆ ของฝ่ายกัมพูชา ที่ยิงตกลงมาในพื้นที่ อ.บ้านกรวด จ.บุรีรัมย์ ในห้วงการปะทะในห้วงเดือนธันวาคม 2568 ที่ผ่านมา
ซึ่งได้ทำการเก็บกู้จำนวน 169 ลูก ในจำนวนนี้มี 7 ลูก ที่ยังไม่ทำการแตกระเบิด จึงได้นำมาทำการระเบิดทำลาย จำนวน 9 ลูก ประกอบด้วย กระสุนปืนขนาดคอร้อย จำนวน 3 ลูก ,กระสุนปืนใหญ่ขนาดร้อย จำนวน 4 ลูก และกระสุนปืนขนาด RPG7 อีกจำนวน 3 ลูก โดยในการจัดทำลายวัตถุระเบิดในครั้งนี้ ได้มีการเลือกสถานที่ดังกล่าว ซึ่งเป็นพื้นที่ปลอดภัยอยู่ห่างไกลจากแหล่งชุมชนและพื้นที่ทางการเกษตร ซึ่งการจุดระเบิดทำลายในครั้งนี้เป็นไปด้วยความเรียบร้อยและปลอดภัยดี
ทั้งนี้ในขณะที่ พลโท วีระยุทธ รักศิลป์ แม่ทัพภาคที่ 2 จะตรวจเยี่ยมการจัดทำลายวัตถุระเบิด ยังได้รับฟังการบรรยายสรุปผลการปฎิบัติในการเก็บกู้และทำลายวัตถุระเบิดในครั้งนี้ พร้อมทั้งได้มอบสิ่งของบำรุงขวัญให้กับเจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจ และ ชรบ. ด้วย ซึ่งระหว่างนั้นได้มีผู้นำชุมชนรายหนึ่งสอบถามแม่ทัพภาคที่ 2 ว่าจะมีการเกิดเหตุการณ์สู้รบรอบที่ 3 เกิดขึ้นหรือไม่
แม่ทัพภาคที่ 2 กล่าวว่า ได้สั่งให้มีการเตรียมการข้างหน้าไม่ว่าจะเป็นหลุมหลบภัยบุคคล ส่วนที่จะจบหรือไม่จบอยู่ที่การเตรียมการตรงนี้ ของเราเหมือนกันชาวบ้านปลอดภัยแล้วหรือยัง มีหลุมหลบภัยไหม มีบังเกอร์แล้วหรือยัง มีการแจ้งเตือนแล้วหรือยัง ซึ่งจะต้องเตรียมการ ส่วนในวันข้างหน้าเป็นเรื่องของอนาคต เราอย่าไปมองว่าจะจบหรือไม่จบ ทำปัจจุบันให้ดีแล้วหรือยัง ชาวบ้านก็ต้องทำ ซึ่งทหารก็ต้องถามตัวเองว่าทำปัจจุบันให้พร้อมแล้วหรือยัง
ผู้สื่อข่าวถามว่า แสดงว่าเรายังไม่เจอภัยคุกคามใช่หรือไม่ แม่ทัพภาคที่ 2 กล่าวว่า มันก็เป็นวันๆให้ติดตามก็แล้วกัน ถ้ามีอะไรที่ผิดปกติหรือที่แปลกเจ้าหน้าที่ทหาร ฝ่ายปกครอง ก็จะได้ทำการแจ้งเตือน และขอให้ชาวบ้านฟังติดตามการประกาศจากทางภาครัฐ ซึ่งทุกคนพร้อมทหารก็พร้อม ชาวบ้านก็พร้อมทุกคน ซึ่งทหารก็เป็นกำลังใจให้เพราะว่าที่ผ่านมาทหารเอง ก็ได้กำลังใจจากพี่น้องประชาชน ทหารให้กำลังใจประชาชน ประชาชนก็ให้กำลังใจทหาร ทุกคนก็พร้อม.

ข่าวที่เกี่ยวข้อง
กองทัพไทย แจงสร้างรั้วกั้นชายแดนถาวร ต้องสอดคล้องสภาพพื้นที่ภูมิประเทศ
พล.ต.วิทัย ลายถมยา โฆษกกองบัญชาการกองทัพไทย เปิดเผยกรณีที่มีการแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับการใช้ระบบเฝ้าตรวจทางอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อเสริมสร้างความมั่นคงตามแนวชายแดนว่า กองทัพขอขอบคุณประชาชนทุกท่านที่ร่วมแสดงความคิดเห็น
'ผู้ช่วยทูตทหารจีน' ดอดเข้า ก.กลาโหม ยอมรับส่งรถถังให้กัมพูชา 39 คัน
จากกรณีที่มีการนำเสนอคลิป จีนได้ส่งรถถังT59D ให้กัมพูชา จำนวน 39 คัน และกัมพูชาส่งเข้าพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชานั้น
กองทัพไทย ยืนยันความพร้อมมากกว่าครั้งที่ผ่านมา หากปะทะกัมพูชารอบสาม
กองทัพไทย ยืนยัน ยังคงติดตามสถานการณ์ชายแดนไทย - กัมพูชา อย่างต่อเนื่อง เพื่อเลือกทางที่ดีที่สุดให้กับประชาชนและประเทศ มั่นใจ หากจำเป็นต้องเกิดการปะทะ รอบนี้ไทยพร้อมทุกด้านกว่าที่ผ่านมา แต่ย้ำว่า การใช้กำลังทหารจะเป็นหนทางสุดท้ายเนื่องจากก่อให้เกิดความสูญเสียตามมามหาศาล
ชายแดนคึกคัก! นักท่องเที่ยวนับพันคน แห่ชม 'ปราสาทตาควาย-เนิน 350'
นักท่องเที่ยวทะลุพันคน แห่เยือน “ปราสาทตาควาย-เนิน 350” เรียนรู้ประวัติศาสตร์ -สัมผัสธรรมชาติ -รำลึกวีรกรรมผู้กล้า วันแรกคึกคัก เจ้าหน้าที่อำนวยความสะดวกเต็มกำลัง
เมิน ‘ฟื้นสัมพันธ์-เปิดด่าน’
นายกฯ ปิดห้องคุย รมว.ต่างประเทศ ลั่นกับกัมพูชาคุย UNCLOS ก่อน เรื่องอื่นไม่คุย "สีหศักดิ์" แจงทูต-องค์การระหว่างประเทศ ลั่นไทยไม่ได้ถูกเขมรลากเข้าสู่ UNCLOS แต่ไป
เอาแล้ว! กองทัพภาค 2 ออกกฎเหล็กห้าม 'กำลังพล' เผยแพร่ภาพถ่ายที่ตั้งฐาน-ปฏิบัติการทางทหาร
กองทัพภาค 2 เผยแพร่ ระเบียบกระทรวงกลาโหมว่าด้วยการให้ข่าวฯ พ.ศ.2530 และ แนวทางการใช้สื่อโซเชียลมีเดียของกองทัพบก เพื่อป้องกันข้อมูลรั่วไหล ลดความเสี่ยงต่อการกิจ และรักษาความปลอดภัยของหน่วย

