ทภ.1 ชี้แจง กำลังพลได้รับอุบัติเหตุจากการปฏิบัติหน้าที่เก็บกู้ทุ่นระเบิด ในพื้นที่ บ.หนองจาน กำชับให้ดูแลอย่างดีที่สุด พร้อมเน้นย้ำให้ปฏิบัติหน้าที่อย่างความรอบคอบไม่ประมาท ปัจจุบันสร้างพื้นที่ปลอดภัยแล้ว 76.73%
29 กรกฎาคม 2569 - เมื่อเวลา 11.00 น. กองทัพภาคที่ 1 ได้รับรายงานจากกองกำลังบูรพา มีกำลังพลชื่อ จ.ส.อ.อุดมศักดิ์ นึกมั่น อายุ 44 ปี ตำแหน่ง เจ้าหน้าที่สำรวจทางเทคนิค สังกัด ม.พัน.30 ของหน่วยปฏิบัติการทุ่นระเบิดด้านมนุษยธรรมที่ 1 (นปท.1) ได้รับอุบัติเหตุจากการปฏิบัติหน้าที่ในการเก็บกู้วัตถุระเบิดในพื้นที่อันตราย บ้านหนองจาน ต.โนนหมากมุ่น อ.โคกสูง จ.สระแก้ว จำนวน 1 นาย เป็นผลให้ กำลังพลได้รับบาดเจ็บ ข้อเท้าซ้ายขาด และแขนซ้ายมีแผลจากสะเก็ดระเบิด ทางหน่วยได้เข้าปฐมพยาบาลและนำส่งเข้ารับการรักษา ณ โรงพยาบาลอรัญประเทศ โดยกำลังพลที่ได้รับบาดเจ็บรู้สึกตัวดี ปัจจุบันอยู่ระหว่างเจ้าหน้าที่ทางการแพทย์เร่งดำเนินการรักษา
สำหรับปฏิบัติการดังกล่าว เป็นภารกิจการเก็บกู้ทุ่นระเบิดเพื่อสร้างพื้นที่ปลอดภัย บ.หนองจาน อ.โคกสูง จ. สระแก้ว โดย กองกำลังบูรพาร่วมกับ นปท.1 กองบัญชาการกองทัพไทย ซึ่งถือเป็นพื้นที่อันตราย มีขนาด พื้นที่ 80,800 ตร.ม. ปัจจุบันหน่วยได้ทำการเก็บกู้ไปแล้ว 62,000 ตร.ม. คิดเป็น 76.73% ผลการปฏิบัติ พบทุ่นระเบิดและสรรพาวุธระเบิดที่ยังไม่ระเบิด รวมจำนวน 489 รายการ (PMN จำนวน 447 ทุ่น, MN79 จำนวน 39 ทุ่น, POMZ-2 จำนวน 2 ทุ่น และ UXO จำนวน 1 นัด) และยังคงเดินหน้าเก็บกู้ทุนระเบิด เพื่อสร้างพื้นที่ปลอดภัย 100% ต่อไป
ทั้งนี้ พล.ท. วรยส เหลืองสุวรรณ แม่ทัพภาคที่ 1 แสดงความห่วงใยต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ได้กำชับให้กองกำลังบูรพา เน้นย้ำให้กำลังพลที่เกี่ยวข้อง ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความรอบคอบไม่ประมาท พร้อมให้หน่วยดูแลกำลังพลที่ได้รับบาดเจ็บอย่างดีที่สุด รวมถึงสิทธิและสวัสดิการต่างๆที่ต้องได้รับให้ครบถ้วน และยังคงเดินหน้าภารกิจเก็บกู้ทุ่นระเบิดในพื้นที่อันตราย เพื่อสร้างพื้นที่ปลอดภัยให้กับพี่น้องประชาชนตามแนวชายแดนอย่างเต็มกำลังต่อไป
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ตอบโต้รายวัน! ผอ.JIC สวนกัมพูชากล่าวหาไทยยิงก่อน
พล.อ.อ.ประภาส สอนใจดี ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารอากาศ ในฐานะ ผู้อำนวยการ ศูนย์ข่าวสารสถานการณ์ไทย-กัมพูชา(ผอ.JICไทย ) กล่าวถึงกรณีกระทรวงกลาโหมกัมพูชาปฏิเสธข้อกล่าวหาว่าเป็นฝ่ายเปิดฉากยิงก่อน พร้อมกล่าวหาฝ่ายไทยเป็นผู้โจมตีกัมพูชาโดยปราศจากการยั่วยุว่า การโต้แย้งด้วยถ้อยคำเพียงอย่างเดียวไม่อาจใช้ชี้ขาดว่าใครเป็นฝ่ายถูกหรือผิด สิ่งสำคัญคือการตรวจสอบลำดับเหตุการณ์ หลักฐานที่สามารถพิสูจน์ได้ และสถานการณ์แวดล้อมก่อนเกิดการปะทะอย่างครบถ้วน
ผอ.JIC ซัด 'ฮุนเซน' ไม่รักษาข้อตกลงหยุดยิง หลังอ้างเป็นแค่กระดาษไม่รับประกันสันติภาพยั่งยืน
พล.อ.อ. ประภาส สอนใจดี ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารอากาศ ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ข่าวสารสถานการณ์ไทย-กัมพูชา (ผอ.JIC) ระบุถึงกรณีถ้อยแถลงของ ฮุน เซน เสนอคณะผู้สังเกตการณ์รัฐสภาหยุดยิง เพื่อป้องกันไม่ให้เหตุการณ์ชายแดนขยายตัวว่า
'พล.ท.วันชนะ' เดือด! ฟาด 'ฮุนเซน-ฮุนมาเนต' จำใส่กบาลไว้ ทำข้อตกลงให้ครบก่อนค่อยมาคุย
พล.ท.วันชนะ สวัสดี ผู้อำนวยการสำนักงานประสานภารกิจด้านความมั่นคงกับกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (สน.ปร.มน.) และ รองโฆษกกองบัญชาการกองทัพไทย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กสุดเดือดถึงปมชายแดนไทยกัมพูชาว่า ก่อนที่จะคิดไปไกลว่าจะคุย JBCทั้ง3คนนี้ประกอบด้วย ฮุนเซน และฮุนมาเนต รวมไปถึ
ไทยโต้กัมพูชาประท้วง 'อนุทิน' ลงพื้นที่ช่องอานม้า ถามใครให้อำนาจชี้เขตแดนฝ่ายเดียว
พล.อ.อ.ประภาส สอนใจดี ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารอากาศ ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ข่าวสารไทย-กัมพูชา (ผอ.JIC) กล่าวถึงข้อกล่าวอ้างของกัมพูชา กรณีระบุว่านายกรัฐมนตรีไทยเดินทางเข้าไปใน “ดินแดนอธิปไตยของกัมพูชา” และเรียกการเดินทางดังกล่าวว่าunauthorised visit โดยตั้งคำถามกลับว่า
ผอ.JIC โต้กัมพูชา เส้นเขตแดนไม่ถูกกำหนดขึ้นใหม่ด้วยแถลงการณ์ไร้ข้อเท็จจริง
พล.อ.อ.ประภาส สอนใจดี ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารอากาศ ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ข่าวสารสถานการณ์ไทย-กัมพูชา (ผอ.JIC) ให้สัมภาษณ์กรณีสื่อกัมพูชาเผยแพร่แถลงการณ์กล่าวหาฝ่ายไทยว่าแผ้วถางพื้นที่ สร้างถนน และจัดทำที่มั่นทางทหาร อันเป็นการละเมิดอธิปไตยของกัมพูชา โดยยืนยันว่า ไทยไม่มีนโยบายรุกรานหรือยึดครองดินแดนของประเทศเพื่อนบ้าน และขอให้แยก “ข้อกล่าวหา” ออกจาก “ข้อเท็จจริง”
'ผอ.JIC' สวน 'ทอม แอนดรูว์ส' บิดเบือนปมบ้านหนองจาน ย้ำเขมรต้องกลับพื้นที่ของตนเอง
พล.อ.อ.ประภาส สอนใจดี ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารอากาศ ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ข่าวสารสถานการณ์ไทย-กัมพูชา กล่าวถึงกรณี นาย Tom Andrews เรียกร้องให้ไทยปฏิบัติตามข้อตกลงหยุดยิง โดยอนุญาตให้ชาวกัมพูชากลับบ้านในพื้นที่หนองจาน ว่า ขอให้กลับไปอ่านถ้อยแถลงร่วมทั้งฉบับ ไม่ควรหยิบข้อความเพียงบางส่วนมาตีความโดยตัดบริบทออก

