'พิษณุโลก-ยะลา' คนไทยเชื้อสายจีนสวมเสื้อสีแดง นำสิ่งของมงคลไหว้ศาลเจ้า เทศกาลตรุษจีน

16 ก.พ.2569-ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ตรงกับวันไหว้ของเทสกาลตรุษจีนปี 2569 ที่บริเวณศาลเจ้าปุ่นเถ้ากง-ม่า อ.เมือง พิษณุโลก ซึ่งเป็นศาลเจ้าเก่าแก่ของเมืองพิษณุโลก มีประชาชนไปสิ่งของเครื่องไหว้เทพเจ้าไปกราบไหว้องค์ปุ่นเถ้ากง-ม่า องค์เทพเจ้าแห่งโชคลาภ และองค์พระภูมิเจ้าที่ ซึ่งถือเป็นเทพเจ้า เจ้าที่ประจำเมือง ที่ชาวไทยเชื้อสายจีนนับถือ เนื่องในเทศกาลตรุษจีน ทั้งนี้เพื่อความเป็นสิริมงคล และเป็นการเริ่มต้นปีใหม่ตามประเพณีชาวไทยเชื้อสายจีนในพิษณุโลก ต่างพาบุตรหลาน สวมเสื้อสีแดง นำหมู เป็ด ไก่ ปลา เป็นของคาว ผลไม้มงคลตามความเชื่อและขนมเข่งขนมเทียน นำมาไหว้จำนวนมากและหลากหลายชนิดขึ้น ซึ่งทางศาลเจ้าปุ่นเถ้าก่งม่า ได้มีชุดไหว้มงคล เป็นส้มใส่สลากกินแบ่งรัฐบาล ไว้บริการใสราคา 200 บาทให้ผู้ที่มากราบไหว้ด้วย

โดยทุกคนต่างเน้นเครื่องเซ่นไหว้ที่มีความหมายเป็นมงคลในชีวิต ซึ่งส่วนใหญ่จะขอพรในเรื่องการค้าทำกิจการค้าเจริญรุ่งเรือง เติบโต มั่งคั่งมั่นคง ทำให้ร่ำรวยขึ้น ได้โชคลาภ และขอให้สุขภาพร่างกายแข็งแรง หลังจากที่กราบไหว้เจ้าแล้วก็จะเดินทางกลับไปไหว้บรรพบุรุษที่บ้าน และรับประทานอาหารร่วมกันในครอบครัว ในปีนี้จังหวัดพิษณุโลกได้มีการรณรงค์ขอให้จุดกระดาษเงินกระดาษทองน้อยลง เพื่อป้องกันไม่เกิดหมอกควันเพื่อไม่ให้เกิดPM 2.5 ในพื้นที่จังหวัดพิษณุโลกอีกด้วย

นอกจากนี้ทางศาลเจ้าปุ่นเถ้ากง-ม่า ได้เชิญชวนประชาชนที่เกิดในปีเถาะ ปีมะเมีย ปีชวด และปีระกา ซึ่งเป็นชงปี 2569 มาฝากดวงกับองค์ไท่ส่วยเอี๊ยะ เทพเจ้าคุ้มครองดวงชะตา อีกด้วย

ส่วนที่จ.ยะลา บรรยากาศวันไหว้เทศกาลตรุษจีน ซึ่งถือเป็นวันสิ้นปีตามปฏิทินของชาวจีน โดยในเขตเทศบาลเมืองเบตง คึกคักตั้งแต่ช่วงเช้า ลูกหลานชาวจีนในแต่ละครอบครัวต่างได้มาช่วยกันทำอาหารต่างๆ เพื่อจัดเตรียมตั้งโต๊ะไหว้เทพเจ้า รวมถึงไหว้บรรพบุรุษ โดยหลักๆ ในพิธีไหว้ก็จะมีทั้งอาหารคาวหวาน ขนม ผลไม้มงคล และเครื่องเซ่นไหว้อย่างหมู เป็ด ไก่ สำหรับโต๊ะที่จัดเตรียมไว้จะวางไว้หน้าบ้าน เพื่อให้บุคคลในครอบครัวได้ร่วมกันไหว้บรรพบุรุษ พ่อแม่ญาติพี่น้องที่ถึงแก่กรรมไปแล้ว เพื่อแสดงถึงความกตัญญู สืบสานประเพณีวัฒนธรรมของชาวจีน ตลอดจนขอพรให้เกิดความเป็นสิริมงคลต่อตนเองและครอบครัว

ขณะที่บางบ้านจะตั้งโต๊ะไหว้ตรุษจีน ทั้งไหว้เจ้าที่และบรรพบุรุษไปพร้อมกัน ซึ่งแล้วแต่ประเพณีที่ได้สืบทอดกันมาจากบรรพบุรุษ หลังพิธีไหว้เทพเจ้า ไหว้บรรพบุรุษ และพี่น้องที่ล่วงลับไปแล้ว จะมีการเผากระดาษเงิน กระดาษทอง เสื้อผ้ากระดาษต่างๆ เพื่อเป็นการอุทิศส่วนบุญส่วนกุศลส่งไปให้บรรพบุรุษได้ใช้ รวมทั้งจุดประทัดเพื่อขับไล่สิ่งที่ไม่ดี สำหรับวันนี้ชาวไทยเชื้อสายจีน ทั้งผู้ใหญ่ และเด็กๆ จะสวมใส่เสื้อผ้าสีแดง สัญลักษณ์แห่งความสุข ความเป็นสิริมงคลวันตรุษจีนของชาวจีน

ขณะที่วัดโพธิสัตโตเจ้าแม่กวนอิมเบตง อ.เบตง จ.ยะลา ชาวไทยเชื้อสายจีนในพื้นที่ต่างพาลูกหลาน ญาติพี่น้องเดินทางเข้ามาสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์กันอย่างต่อเนื่อง โดยชาวไทยเชื้อสายจีนส่วนใหญ่ได้เข้ามาทำพิธีกันแบบครอบครัว และเครือญาติเพื่อความเป็นสิริมงคล และความเจริญในช่วงปีใหม่ของชาวจีน รวมทั้งขอพรให้เศรษฐกิจดี ค้าขายเจริญรุ่งเรือง ครอบครัวอยู่ร่มเย็นเป็นสุข และขอให้เกิดความสันติสุขในพื้นที่

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ใต้สุดสยาม! ปั๊มน้ำมัน 'เบตง' เปิดให้บริการตามปกติไร้คนต่อคิวยาว

ปั๊มน้ำมันที่ติดชายแดนไทย-มาเลเซีย ด้าน อ.เบตง จ.ยะลา เริ่มคลี่คลายเข้าสู่ภาวะปกติแล้ว ประชาชนสามารถเดินทางมาเติมน้ำมันได้ตามปก

ถึงขั้นหอบเสื่อหมอนมุ้งนอนหน้าปั้ม จองคิวเติม 'ดีเซล' รถเกี่ยวข้าว

ถานการณ์น้ำมันดีเซลในพิษณุโลกยังไม่เพียงพอกับความต้องการของผู้ใช้น้ำมัน บางปั้มประชาชนมารอต่อคิวกันจำนวนมาก

พิษณุโลกคิวน้ำมันยาว 5 กม. ชาวบ้านแห่รอปั้ม PT ข้ามคืน

วิกฤตน้ำมันลามหนัก พิษณุโลกต่อคิวยาวเหยียดหน้าปั้ม PT กว่า 5 กิโลเมตร บางคนมารอตั้งแต่ 2 ทุ่ม หวั่นกระทบฤดูเก็บเกี่ยว วอนรัฐเร่งแก้ปัญหา

ดีเซลขาดแคลนกระทบหนัก! ชาวนา-รถเกี่ยวข้าว ต่อคิวในปั๊มน้ำมันวันละ 4-5 ชม.

ทั้งชาวนาและเจ้าของรถเกี่ยวข้าว ต่างโอดครวญ ดีเซลขาดแคลน กำลังกระทบหนัก ต้องนำทางมารอเติมที่ปั๊ม วันละ 4-5 ชั่วโมง ได้ครั้งละ 500 บาทเท่านั้น ข้าวกำลังตั้งท้อง ถ้าขาดน้ำก็จะตาย ไม่ออกรวง ส่วนเจ้าของรถเกี่ยว ต้องเสียเวลามารอ เติมน้ำมัน นาน และได้ไม่คุ้ม ในแต่ละวันต้องดีเลประมาณ 100 ลิตร แต่เจ้าของรถเกี่ยวต้องมาตระเวนซื้อน้ำมันได้วันละ 500 บาท

ชาวพิษณุโลก รอเติมน้ำมันตั้งแต่เช้ามืด แต่เจอปัญหา 'ดีเซล' หมดเกือบทุกปั๊ม บางแห่งจำกัดให้ครั้งละ 300 บาท

ชาวเมืองพิษณุโลกแห่นำรถยนต์และรถจักรยานยนต์ออกมาตระเวนหาเติมน้ำมันตั้งแต่เช้ามืด ส่วนใหญ่แล้วจะหมด บางปั๊มหมดทั้งดีเซลและเบนซิน และยังไม่ทราบเวลารถมาเติมให้แน่นอน บางแห่ง จำกัดการเติม คันละ 300 บาทเท่านั้น