วิกฤตน้ำมันลามหนัก พิษณุโลกต่อคิวยาวเหยียดหน้าปั้ม PT กว่า 5 กิโลเมตร บางคนมารอตั้งแต่ 2 ทุ่ม หวั่นกระทบฤดูเก็บเกี่ยว วอนรัฐเร่งแก้ปัญหา
เช้าวันที่ 21 มีนาคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานสถานการณ์น้ำมันขาดแคลนในพื้นที่ จ.พิษณุโลก ว่ายังคงส่งผลกระทบต่อประชาชนอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะผู้ใช้รถและเกษตรกรที่จำเป็นต้องใช้น้ำมันในชีวิตประจำวัน
บรรยากาศบริเวณปั้มน้ำมัน PT ริมถนนสายพิษณุโลก–นครสวรรค์ หน้ามหาวิทยาลัยนเรศวร ต.ท่าโพธิ์ อ.เมือง จ.พิษณุโลก พบว่ามีประชาชนจำนวนมากนำรถมาจอดต่อแถวรอเติมน้ำมันตั้งแต่ช่วงเช้ามืด
หลังมีข่าวว่าจะมีรถบรรทุกน้ำมันเข้ามาส่งในเวลา 07.30 น. ทำให้ประชาชนทยอยมาจับจองคิวล่วงหน้า ส่งผลให้แถวยาวต่อเนื่องทั้งสองฝั่งถนน รวมระยะทางกว่า 5 กิโลเมตร
มีรายงานว่าบางส่วนเดินทางมารอตั้งแต่เวลา 20.00 น. ของคืนที่ผ่านมา เพื่อให้ได้เติมน้ำมันเป็นกลุ่มแรก สะท้อนถึงความกังวลต่อสถานการณ์ที่ยังไม่คลี่คลาย
จากการสอบถามประชาชนในพื้นที่ ส่วนใหญ่ระบุว่า ปัญหาน้ำมันขาดแคลนส่งผลกระทบในวงกว้าง โดยเฉพาะเกษตรกรที่อยู่ในช่วงเตรียมเก็บเกี่ยวผลผลิต จำเป็นต้องใช้น้ำมันทั้งในการเดินทางและการทำงานในไร่นา
ขณะเดียวกัน ปั้มน้ำมันหลายแห่งในพื้นที่ได้ประกาศหยุดให้บริการชั่วคราว เนื่องจากไม่มีน้ำมันเข้ามาเติม และบางแห่งแจ้งว่าจะสามารถกลับมาเปิดบริการได้อีกครั้งในช่วงต้นเดือนเมษายน.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ค่าไฟ-น้ำมันไทย 'แพงยาวหลายปี' นักวิชาการชี้ช่วงเจรจาสงครามคือจังหวะตุนพลังงาน
นักวิชาการธรรมศาสตร์ ชงรัฐบาล ประสานผู้ค้าพลังงาน เร่งขนส่งน้ำมัน-LNG ที่ทำสัญญาไว้ เพื่อมาเตรียมไว้ให้พร้อม เหตุ “สหรัฐ-อิหร่าน” เจรจายุติสงครามถาวร 60 วัน ยังมีความไม่แน่นอน ชี้ วิกฤตครั้งนี้ไทยเจ็บหนัก ราคาน้ำมัน-ไฟฟ้าแพงยาว แนะ เร่งใช้เงินกู้ 2 แสนล้านเปลี่ยนผ่านพลังงาน เพราะไทยเปราะบางด้านพลังงานจริง
เปิดชีวิต 'น้องสปอย' เด็กในอ้อมพระกรุณา 'พระองค์ภาฯ' วันนี้อยู่กับยาย ขณะแม่ยังอยู่ในเรือนจำ
ทัณฑสถานหญิงพิษณุโลกลงพื้นที่เยี่ยม "น้องสปอย" วัย 7 ขวบ เด็กหญิงที่เคยอยู่ในอ้อมพระกรุณาของ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ เมื่อครั้งเสด็จติดตาม
ส.อ.ท.เผยเชื่อมั่นภาคอุตฯดิ่ง หวังไทยช่วยไทยพลัสกระตุ้น GDP
ส.อ.ท. เปิดยอดดัชนีความเชื่อมั่นอุตสาหกรรมงวด พ.ค. ลดลงต่อเนื่อง อยู่ที่ระดับ 84.7 หลังต้นทุนพลังงาน-วัตถุดิบพุ่งสูง หวังอานิสงส์ “ไทยช่วยไทยพลัส-เติมเงินบัตรรัฐ” กระตุ้นจีดีพี 0.6-0.8%

