20 ผู้นำหมู่บ้าน ยื่น 5 ข้อเสนอ ขอใช้ถนนผ่านป่าแม่ยวม เผยเป็นเส้นทางเก่าใช้หนีน้ำหลาก

20 ผู้นำหมู่บ้านชายขอบยื่นหนังสือถึง "สุชาติ" ขอถนนผ่านเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าแม่ยวมฝั่งขวา เผยเป็นเส้นทางเก่าใช้หนีน้ำหลาก ทีมที่ปรึกษา-กรมอุทยานฯลงพื้นที่สำรวจข้อเท็จจริง อดีต สส. ชี้ความจริงซ้อนกัน มีถนนเส้นเดิมชาวบ้านใช้สัญจรบางจุด กับถนนตัดใหม่ อดีตหัวหน้า ขรป.ทำโดยไม่ผ่านขั้นตอน ถือว่าผิดแน่นอน

23 กุมภาพันธ์ 2569 - พล.ต.ต.นันนทชาติ ศุภมงคล ที่ปรึกษารัฐมนตรีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม(ทส.)และ นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช พร้อมคณะได้ลงพื้นที่เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริง กรณีการปรับปรุงถนนในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า(ขสป.)แม่ยวมฝั่งขวา อ.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน นอกจากนี้ยังมีนายมานพ คีรีภูวดล อดีตสส.บัญชีรายชื่อพรรคประชาชน ได้ร่วมเดินทางด้วย

ทั้งนี้ทั้งหมดได้เดินทางมายัง สภ.แม่ลาหลวง อ.แม่ลาน้อย จ.แม่ฮ่องสอน เพื่อเข้าประชุมร่วมกับเจ้าหน้าที่สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 16 กอ.รมน.แม่ฮ่องสอน ฝ่ายปกครอง และทีมสอบสวนสรุปผลเบื้องต้น ณ สภ.แม่ลาหลวง นอกจากนี้ผู้ใหญ่บ้านกว่า 10 หมู่บ้าน นายกองค์การบริหารส่วนตำบล(อบต.) สมาชิกอบต. กำนันและแกนนำหมู่บ้านกว่า 20 คนซึ่งอยู่ในพื้นที่ห่างไกลได้เดินทางมายื่นหนังสือและเล่าข้อเท็จจริงให้คณะได้รับทราบ

นายวรพจน์ รักธรรมเนียม เลขานุการเครือข่ายกะเหรี่ยงเพื่อวัฒนธรรมและสิ่งแวดล้อมจ.แม่ฮ่องสอนกล่าวว่า ผู้นำชุมชนได้ยืนยันเรื่องการถนนที่ปรับปรุงใหม่ในเขตขสป.เป็นเส้นทางเดิมและมีประโยชน์มากโดยเฉพาะเป็นเส้นทางหลีกเลี่ยงน้ำหลากในฤดูฝน จึงต้องใช้เส้นทางใหม่ ขณะที่เส้นทางเก่ามีระบบประปาภูเขาและแหล่งอนุรักษ์พันธุ์ปลา การใช้ถนนอาจส่งผลกระทบได้จึงควรปิดให้เป็นที่พักของสัตว์ป่า

นายวรพจน์กล่าวว่า อธิบดีกรมอุทยานฯได้เน้นย้ำว่า หากมีเส้นทางเดิม การปรับปรุงถนนใน ขสป.สามารถทำได้ แต่กรณีนี้ไม่ได้ขออนุญาตถูกต้องตามกฎหมาย โดยเจ้าหน้าที่ที่มีหน้าที่ดูแลทำผิดกฎหมายเอง ขณะเดียวกันก็พร้อมให้ความเป็นธรรมกับชาวบ้าน อย่างไรก็ตามคงต้องปิดหัวและท้ายเส้นทางนี้ก่อนเพื่ทำตามกระบวนการกฎหมายก่อน และในอนาคตจะปรึกษากับหน่วยงานฝ่ายความมั่นคงว่ามีวิธีการทำที่ถูกต้องหรือไม่อย่างไรเพื่อหาทางออกร่วมกัน

นายวรพจน์กล่าวว่าในที่ประชุมผู้การทหารพรานก็ได้เข้าร่วมด้วยโดยเน้นย้ำเรื่องความมั่นคงชายแดน ซึ่งบริเวณนี้มีเส้นทางสู่บ้านเสาหิน 2 ช่องทางคือเส้นทางที่ใช้อยู่และเส้นทางที่ปรับปรุงใหม่ โดยระหว่างทางมีหน่วยงานด้านความมั่นคงตั้งด่านคอยดูแลด้านความปลอดภัย ขณะที่ปัญหาเรื่องยาเสพติดมีแค่ 2 คดีส่วนกรณีว้าแดงนั้น อยู่ห่างไกลจากบริเวณนี้มาก เขาบอกด้วยว่าเส้นทางนี้หากทำถนนความมั่นคงก็จะเป็นประโยชน์

“ผมได้มีโอกาสอธิบายให้ท่านทราบ เพราะรู้บริบทแถวนี้ เพราะผมเป็นครูสอนศาสนาด้วย ในช่วงหน้าฝนชาวบ้านลำบากมากโดยเฉพาะผู้บาดเจ็บหรือป่วยฉุกเฉินต้องใช้เปลแบกหากกันออกไป เส้นทางใหม่ช่วยได้เยอะ”นายวรพจน์ กล่าว

ทั้งนี้ภายหลังจากยื่นจดหมายถึงรมว.ทส.และอธิบดีกรมอุทยานฯแล้ว กลุ่มผู้นำหมู่บ้านได้ร่วมกันออกแถลงการณ์กรณีเส้นทางสัญจรในขสป.แม่ยวมฝั่งขวา โดยระบุว่า 1. เราปกป้องป่ามาโดยตลอด ชุมชนกะเหรี่ยงในพื้นที่ลุ่มน้ำสาละวินตั้งถิ่นฐานและดูแลผืนป่าแห่งนี้มาก่อนการประกาศเขตอนุรักษ์ของรัฐ ผืนป่าที่อุดมสมบูรณ์ในจังหวัดแม่ฮ่องสอนจนถึงปัจจุบัน มิได้เกิดขึ้นเพราะการกันคนออกจากป่าเท่านั้น หากเกิดจากวิถีชีวิต วัฒนธรรม และระบบความเชื่อของชนเผ่าพื้นเมืองที่เคารพธรรมชาติอย่างลึกซึ้ง การกล่าวหาว่าการปรับปรุงเส้นทางดังกล่าวคือการทำลายป่า หรือเชื่อมโยงไปถึงขบวนการผิดกฎหมาย โดยปราศจากข้อเท็จจริงรอบด้าน เป็นการลดทอนศักดิ์ศรีของชุมชนผู้พิทักษ์ผืนป่ามาอย่างยาวนาน

2. เส้นทางแห่งชีวิต ไม่ใช่ถนนเพื่อทำลายป่า เส้นทางที่เป็นประเด็น เป็นเส้นทางสัญจรเดิมของชาวบ้าน ใช้เชื่อมระหว่างหมู่บ้านและพื้นที่ชายแดนติดกับเมียนมา การปรับปรุงบางช่วงมีเป้าหมายเพื่อเลี่ยงจุดอันตรายในฤดูฝน ลดระยะเวลาและความเสี่ยงต่อชีวิต โดยเฉพาะกรณีฉุกเฉินทางการแพทย์ในอดีต มีผู้ป่วยที่ไม่สามารถเดินทางออกจากหมู่บ้านได้ทันเวลา และต้องเสียชีวิตระหว่างทาง เรื่องเหล่านี้ไม่ใช่เรื่องเล่า หากเป็นความจริงที่ฝังอยู่ในความทรงจำของชุมชน ถนนเส้นนี้จึงไม่ใช่ “โครงการทำลายป่า” แต่เป็น “เส้นทางแห่งชีวิต” ของเด็ก นักเรียน ครู เจ้าหน้าที่สาธารณสุข และประชาชนทั่วไป

3. ต้องแยกแยะการเมืองออกจากสิทธิชุมชน เราเห็นว่ากระแสข่าวและการขยายประเด็นในครั้งนี้ มีลักษณะซับซ้อนและอาจเกี่ยวข้องกับความขัดแย้งภายในหน่วยงาน มากกว่าการปกป้องทรัพยากรธรรมชาติอย่างแท้จริงหากมีการกระทำที่ไม่ถูกต้องตามขั้นตอนกฎหมาย ควรดำเนินการตรวจสอบอย่างเป็นธรรมและโปร่งใส แต่ต้องไม่ใช้ชาวบ้านเป็นเครื่องมือทางการเมือง หรือเป็น “แพะรับบาป” เพื่อผลประโยชน์ของผู้มีอำนาจ

4. สิทธิชุมชนและศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ รัฐธรรมนูญรับรองสิทธิของชุมชนดั้งเดิมในการดำรงวิถีชีวิตและเข้าถึงสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐาน การปิดเส้นทางโดยไม่จัดทางเลือกที่เหมาะสม คือการซ้ำเติมความเหลื่อมล้ำ และละเมิดศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของประชาชนชายขอบ เราขอยืนยันว่า การอนุรักษ์ป่าไม้ต้องเดินคู่กับการคุ้มครองชีวิตผู้คน ไม่ใช่เลือกปกป้องต้นไม้โดยทอดทิ้งมนุษย์

5. ข้อเรียกร้องของเครือข่ายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งเปิดเส้นทางเลี่ยงที่ได้ปรับปรุงแล้ว เพื่อให้ประชาชนใช้สัญจรได้โดยเร็ว ก่อนฤดูฝนจะมาถึง จัดตั้งคณะทำงานร่วมที่มีตัวแทนชุมชน หน่วยงานอนุรักษ์ และฝ่ายความมั่นคง เพื่อพิจารณาแนวทางที่สมดุลระหว่างการอนุรักษ์กับคุณภาพชีวิตยุติการคุกคาม ดำเนินคดีหรือยึดทรัพย์สินของชาวบ้านที่มิได้มีเจตนากระทำผิดเคารพกระบวนการมีส่วนร่วมของชุมชนตามหลักสิทธิชนเผ่าพื้นเมืองและสิทธิมนุษยชนสากล การปกป้องผืนป่าจะยั่งยืนได้ ก็ต่อเมื่อรัฐเคารพและร่วมมือกับชุมชน ไม่ใช่ผลักไสหรือกล่าวหาโดยไร้ความเป็นธรรม

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ชาวบ้านที่อยู่ในพื้นที่ในป่าลึกหลายหมู่บ้านเมื่อทราบข่าวว่าจะมีคณะของ ทส.มาสำรวจข้อเท็จจริง ได้พากันมายืนรอพบคณะที่จุดสกัดขุนแม่สองโดยต่างชูป้ายเพื่อขอใช้ถนนที่มีการปรับปรุงเนื่องจากหวั่นเกรงว่าเมื่อถึงฤดูฝนจะไม่สามารถเดินทางได้เหมือนในอดีต

นายมานพ คีรีภูวดล อดีต สส.พรรคประชาชน กล่าวว่า มีความจริงซ้อนกันอยู่คือการทำถนนครั้งนี้มีทั้งเส้นทางเดิมที่ชาวบ้านใช้สัญจรอยู่จริงในบางจุด แต่บางจุดก็เป็นพื้นที่ใหม่ ซึ่งข้อมูลที่ชัดเจนคืออดีตหัวหน้า ขรป.ดำเนินการโดยไม่ผ่านขั้นตอนกระบวนการปกติที่ต้องให้ผู้อำนวยการสำนักอนุรักษ์ฯอนุมัติ และครั้งนี้ไม่ได้ใช้งบราชการถือว่าผิดกฏหมายแน่นอน อย่างไรก็ตามประชาชนต้องการใช้เส้นทางนี้จริงๆ และอาจนำไปสู่ถนนด้านความมั่นคงก็ได้

นายมานพกล่าวว่า ข้อสรุปของคดีเป็นเรื่องภายในของกรมอุทยานฯ แต่ในส่วนของชาวบ้านถ้าไม่มีเจตนาเข้าใจว่าอุทยานฯก็ไม่เอาเรื่อง ในส่วนของการดำเนินการต่อไป หากประชาชนในพื้นที่และราชการเห็นว่าถนนเส้นนี้มีความจำเป็นและดำเนินการให้ถูกต้องก็อาจเสนอไปยังรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง หรือเสนอให้ฝ่ายความมั่นคงเป็นเจ้าภาพทำถนนเส้นนี้เลย การดำเนินการก็จะชอบด้วยกฎหมาย เพราะเท่าที่ฟังทางอุทยานฯก็ไม่ได้ปิดกั้น ซึ่งผู้นำหมู่บ้านต่างก็พอใจในคำอธิบายต่างๆ

“ชาวบ้านกำลังจะทำแนวกันไฟสองแผ่นดินร่วมกับสภาลมหายใจ เพียงแต่บางครั้งสื่อเอาบางคำพูดของบางคนที่บอกว่าฝั่งตรงข้ามมีกลุ่มว้าแดงและเรื่องยาเสพติด ซึ่งเป็นการให้ข้อมูลที่คลาดเคลื่อนจากความเป็นจริง ส่วนเรื่องไม้ที่มีคนอ้างว่ามีการตัดไม้ขนาดใหญ่นั้น ไม่เป็นความจริง เพราะเท่าที่ดูส่วนใหญ่เป็นไม้เล็กและไม้ก่อที่ใช้ทำโครงสร้างการก่อสร้างไม่ได้”นายมานพ กล่าว

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

แผ่นดินไหวเขย่า 'เวียดนาม' ขนาด 3.8 'เมียนมา' 3.1

กองเฝ้าระวังแผ่นดินไหว กรมอุตุนิยมวิทยา รายงานว่า เมื่อเวลา 04:20 น. (ตามเวลาประเทศไทย) เกิดแผ่นดินไหวที่ประเทศเวียดนาม ขนาด 3.8 ลึก 10 กิโลเมตร

แผ่นดินไหวเขย่าเมียนมา ขนาด 4.0 ก่อนตามมาอีก 2 รอบ

กองเฝ้าระวังแผ่นดินไหว กรมอุตุนิยมวิทยา รายงานว่า เมื่อเวลา 04:20 น. ตามเวลาประเทศไทย เกิดแผ่นดินไหวประเทศเมียนมา ขนาด 4.0 ขนาด 4.0 ความลึก 10 กิโลเมตร

แผ่นดินไหวเขย่าเมียนมา ขนาด 3.2 ห่างจากแม่สะเรียง 176 กม.

เมื่อเวลา 07.03 น. ตามเวลาประเทศไทย เกิดเหตุแผ่นดินไหวขนาด 3.2 ลึก 10 กิโลเมตร ศูนย์กลางอยู่ประเทศเมียนมา ห่างจาก อ.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน

เตือนเหนือตอนล่างยังอ่วม!

สถานการณ์อุทกภัย "ภาคเหนือ" น่าห่วง "ปภ." ส่งเซลล์บรอดคาสต์แจ้งเตือนหลายพื้นที่เฝ้าระวัง "น่าน-แม่ฮ่องสอน"

กรมอุทยานฯ แจ้งข่าวเศร้า! 'สีดอทองม้วน' ช้างป่าสลักพระ อายุ 50 ปี ล้มแล้ว

“สีดอทองม้วน” ช้างป่าวัย 50 ปี ล้มแล้ว หลังทีมสัตวแพทย์รักษาอาการบาดเจ็บต่อเนื่อง เบื้องต้นพบปอดติดเชื้อ มีแผลกดทับหลายแห่ง และร่างกายอ่อนเพลียจากการกินอาหารได้น้อย