สถานการณ์อุทกภัย "ภาคเหนือ" น่าห่วง "ปภ." ส่งเซลล์บรอดคาสต์แจ้งเตือนหลายพื้นที่เฝ้าระวัง "น่าน-แม่ฮ่องสอน" ขยายวง "อีสาน" อ.เมืองนครพนม "ฝนตกต่อเนื่อง "เสรี" เตือน "เหนือตอนล่าง-น่าน" 23 ส.ค. ฝนมาอีกรอบ หวั่นดินอิ่มตัวรับน้ำไม่ไหวเสี่ยงดินโคลนถล่มน้ำป่าไหลหลาก "กอปภ.ก." เผย 4 อำเภอน่านยังจมน้ำ มีผู้เสียชีวิตแล้ว 2 ราย "รัฐบาล" ตั้งศูนย์บัญชาการจุดเดียว รับมือวิกฤตน้ำท่วม 24 ชม. "ทรงศักดิ์" เล็งชง กม.เฉพาะคุมแก้น้ำท่วมคล้ายกฎอัยการศึก ผุดไอเดีย "ประกันภัยพิบัติภาค ปชช." เยียวยา ชูโมเดลปรับระบายน้ำเป็นการสร้างประตูกักเก็บ เชื่อน้ำท่วมน้อยลงน้ำแล้งไม่เกิด "ภาคเอกชน" พร้อมใจพักหนี้ลดดอกเบี้ยช่วยผู้ประสบภัย
เมื่อวันที่ 20 ส.ค. สถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ภาคเหนือและภาคอีสานกำลังอยู่ในช่วงที่ต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด โดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ส่ง Cell Broadcast แจ้งเตือนสถานการณ์อุทกภัยอย่างต่อเนื่องในหลายพื้นที่ ทั้งการแจ้งเตือนในพื้นที่ อ.เมืองนครพนม มีฝนตกต่อเนื่อง ระวังน้ำท่วมฉับพลัน น้ำท่วมขัง ในพื้นที่ลุ่มต่ำให้ยกของขึ้นที่สูง เคลื่อนย้ายรถ เก็บทรัพย์สินมีค่าและเอกสารสำคัญ ระวังไฟฟ้าดูด
ต่อมาแจ้งเตือนในพื้นที่ อ.วังชิ้น มีฝนตกต่อเนื่อง ระวังน้ำท่วมฉับพลัน น้ำท่วมขัง ในพื้นที่ลุ่มต่ำให้ยกของขึ้นที่สูง เคลื่อนย้ายรถ เก็บทรัพย์สินมีค่าและเอกสารสำคัญ ระวังไฟฟ้าดูด ตามมาด้วยแจ้งเตือนในพื้นที่ อ.เมืองแม่ฮ่องสอน, อ.ขุนยวม, อ.แม่สะเรียง และ อ.สบเมย มีฝนตกต่อเนื่อง ระวังน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก ดินโคลนถล่ม ในพื้นที่ลุ่มต่ำและที่ลาดเชิงเขา โดยเฉพาะ ต.ห้วยโป่ง ต.ห้วยปูลิง อ.เมืองแม่ฮ่องสอน, อ.ขุนยวม, อ.แม่สะเรียง, อ.สบเมย และพื้นที่ใกล้เคียง ให้ยกของขึ้นที่สูง เคลื่อนย้ายรถ เก็บทรัพย์สินมีค่าและเอกสารสำคัญ ระวังไฟฟ้าดูด
นอกจากนี้ แจ้งเตือนระดับน้ำในคลองชมพู ต.ชมพู อ.เนินมะปราง มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น และอาจล้นตลิ่ง ส่งผลกระทบต่อพื้นที่ชุมชนริมคลอง และที่ลุ่มต่ำ โดยเฉพาะบริเวณ ม.3 บ้านชมพู, ม.5 บ้านปลวกง่าม, ม.2 บ้านน้ำปาด ต.ชมพู อ.เนินมะปราง และพื้นที่ข้างเคียง ขอให้ประชาชนติดตามระดับน้ำอย่างใกล้ชิด ยกของขึ้นที่สูง เคลื่อนย้ายรถ เก็บทรัพย์สินมีค่าและเอกสารสำคัญ ระวังไฟฟ้าดูด
นายเสรี ศุภราทิตย์ ผู้อำนวยการศูนย์การเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศและภัยพิบัติ มหาวิทยาลัยรังสิต และรองประธานมูลนิธิสภาเตือนภัยพิบัติแห่งชาติ กล่าวว่า สถานการณ์ภาพรวมน้ำในพื้นที่ จ.น่าน ยังคงมีฝนตกอยู่ แต่ระดับน้ำที่เมืองน่านถือว่าทรงและลดลงเล็กน้อย แต่พื้นที่ อ.เวียงสา ระดับน้ำยังสูง ทั้งนี้ ในวันที่ 21-22 ส.ค. ระดับน้ำลดลงอย่างมีนัยสำคัญ โดยในวันที่ 21 ส.ค. น้ำน่าจะต่ำกว่าตลิ่ง คาดการณ์ในวันที่ 23 ส.ค. จะมีฝนตกขึ้นอีกชุดหนึ่ง เนื่องจากหย่อมความกดอากาศบริเวณเวียดนามตอนเหนือ ซึ่งต้องอัปเดตสถานการณ์ทุกๆ วัน
"ตอนนี้พื้นดินอิ่มตัวมากแล้ว ไม่สามารถที่จะรับน้ำไหว จึงถือเป็นความเสี่ยงในพื้นที่ตอนบนจะเกิดดินถล่มและน้ำป่าไหลหลาก ซึ่งเราต้องติดตามอย่างใกล้ชิด ซึ่งส่วนใหญ่แล้วเวลาเราเตือนภัยจากส่วนกลาง หรือส่ง Cell Broadcast เข้าไป เราจะได้รับฟีดแบ็กกลับมาว่าเตือนแล้วจะให้ประชาชนไปที่ไหน ไม่แจ้งพื้นที่พักพิงเลย จึงขอชี้แจงว่า ระบบเตือนภัยจากส่วนกลาง เราส่งไปเพื่อให้ท้องถิ่นได้แจ้งเตือนว่าประชาชนที่อยู่ในหมู่บ้านๆ นั้น ควรจะไปที่ศูนย์พักพิงจุดไหน ส่วนกลางไม่สามารถจะบอกได้ จึงขอให้ท้องถิ่นตั้งวอร์รูมคู่ขนานกับส่วนกลาง เพื่อการประสานงานจะได้ใกล้ชิด" ผอ.ศูนย์การเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศฯ ระบุ
น.ส.ชัชดาพร บุญพีระณัช รองอธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เป็นประธานการประชุมติดตามสถานการณ์สาธารณภัย กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกลาง (กอปภ.ก.) ครั้งที่ 17/2569 เพื่อติดตามสถานการณ์อุทกภัยและการให้ความช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ประสบภัย
น่านยังอ่วม 4 อำเภอจมน้ำ
น.ส.ชัชดาพรกล่าวว่า จากเหตุฝนตกหนักในพื้นที่ภาคเหนือ ส่งผลให้เกิดน้ำป่าไหลหลาก น้ำท่วมฉับพลัน และน้ำล้นตลิ่ง ปัจจุบันยังคงมีสถานการณ์ในพื้นที่จังหวัดน่าน ใน 4 อำเภอ ได้แก่ อ.ปัว, อ.ท่าวังผา, อ.ภูเพียง, อ.สันติสุข รวม 24 ตำบล 99 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 13,132 ครัวเรือน 30,313 คน มีผู้เสียชีวิต 2 ราย (จ.น่าน อ.ปัว 1 ราย, อ.ท่าวังผา 1 ราย)
"อธิบดี ปภ.ได้สั่งการให้เคลื่อนย้ายยานพาหนะหรือทรัพย์สินมีค่าที่จะมีความเสียหายสูงออกจากพื้นที่ เพื่อลดความสูญเสียที่อาจจะเกิดขึ้น และดูแลกลุ่มเปราะบาง พร้อมเคลื่อนย้ายอพยพจากพื้นที่เสี่ยงไปยังจุดปลอดภัย โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบาง" รองอธิบดี ปภ.ระบุ
จ.น่าน นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รมช.มหาดไทย ลงพื้นที่จังหวัดน่านตั้งแต่ช่วงเช้า โดยขึ้นเฮลิคอปเตอร์สำรวจสถานการณ์น้ำท่วมจากมุมสูง เพื่อติดตามระดับน้ำและประเมินพื้นที่ได้รับผลกระทบ เช่นเดียวกับ พล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รมว.กลาโหม ได้ยกเลิกภารกิจประชุมสภากลาโหม เดินทางลงพื้นที่จังหวัดน่าน กำชับกำลังพลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ผนึกกำลังและบูรณาการการทำงานร่วมกัน เพื่อเร่งให้ความช่วยเหลือประชาชน
นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ลงพื้นที่ศูนย์ดูแลสุขภาพ เทศบาลเมืองน่าน ตรวจเยี่ยมระบบการให้บริการด้านการแพทย์และสาธารณสุข นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.เกษตรและสหกรณ์ ลงพื้นที่บริเวณวัดบ้านปง หมู่ที่ 2 ตำบลเจดีย์ชัย อำเภอปัว จังหวัดน่าน กำชับกรมชลประทานระดมเครื่องสูบน้ำเร่งสูบน้ำและระบายน้ำออกจากพื้นที่น้ำท่วมโดยเร็ว เพื่อช่วยลดความเสียหายต่อบ้านเรือน พื้นที่ทำกิน พื้นที่เศรษฐกิจ และทรัพย์สินของประชาชนให้ได้มากที่สุด
ที่ทำเนียบรัฐบาล วันที่ 20 ส.ค. ร.อ.หญิงภัทร์ดารัสมิ์ ทองสลวยกร รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงถึงสถานการณ์อุทกภัยพื้นที่ภาคเหนือ โดยเฉพาะจังหวัดน่าน ว่ารัฐบาลได้ยกระดับการบัญชาการในพื้นที่ โดยจัดตั้งศูนย์บัญชาการเหตุการณ์แบบจุดเดียว (Single Command) และปักหลักติดตามสถานการณ์ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อให้ทุกหน่วยงานใช้ข้อมูลและแนวทางสั่งการร่วมกัน สามารถปรับกำลังและทรัพยากรเข้าช่วยเหลือพื้นที่ที่มีความเสี่ยงได้ทันที โดยการตั้ง Single Command และการบัญชาการตลอด 24 ชั่วโมง เป็นความคืบหน้าสำคัญในการยกระดับการรับมือสถานการณ์ในพื้นที่
โดยกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) สั่งการ อว.ส่วนหน้า และทุกหน่วยงานในสังกัด เตรียมพร้อมรับมืออุทกภัยใน 3 จังหวัดภาคเหนือ ได้แก่ น่าน พะเยา และลำพูน โดยให้ดำเนินการครอบคลุมตั้งแต่การเฝ้าระวังและประเมินสถานการณ์ การแจ้งเตือน การจัดกำลังและเครื่องมือ การเตรียมศูนย์พักพิง การช่วยเหลือกลุ่มเปราะบาง ไปจนถึงการสำรวจความเสียหายและฟื้นฟูหลังน้ำลด
สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) หรือ GISTDA ได้รับมอบหมายให้ใช้ข้อมูลดาวเทียมติดตามสถานการณ์น้ำ วิเคราะห์พื้นที่เสี่ยง และส่งต่อข้อมูลให้หน่วยงานปฏิบัติในพื้นที่ พร้อมประสานข้อมูลกับกองอำนวยการน้ำแห่งชาติ ปภ. และกรมทรัพยากรน้ำ รวมถึงส่งเสริมการใช้แอปพลิเคชันเช็กน้ำ เพื่อติดตามสถานการณ์ ตรวจสอบพื้นที่เสี่ยง และรับการแจ้งเตือน
นอกจากนี้ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) เร่งประสานทีม พมจ.น่าน ลงพื้นที่ร่วมกับจังหวัดและ ปภ. เพื่อดูแลกลุ่มเปราะบาง กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ให้กรมชลประทานระดมเครื่องจักร เครื่องมือ และเครื่องสูบน้ำ เข้าช่วยเหลือพื้นที่ประสบภัย เพื่อเร่งระบายน้ำออกจากชุมชนและพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ เป็นต้น
จ่อชงกม.เฉพาะแก้น้ำท่วม
ส่วนนายทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกรัฐมนตรี ในกำกับดูแลหน่วยงานสํานักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สนทช.) กล่าวถึงสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่จังหวัดน่านว่า ที่ผ่านมาการพยากรณ์อากาศไว้ปริมาณน้ำฝนแค่ 80 มิลลิเมตร แต่ฝนที่ตกลงมาจริงมีปริมาณมากถึง 300 มิลลิเมตร จึงเกิดปัญหาการระบายในหลายอำเภอขึ้น ทั้ง อ.ปัว และ อ.เมืองน่าน ซึ่งเกินกว่าพื้นที่รับน้ำ จึงทำให้เกิดน้ำท่วมขึ้น
นายทรงศักดิ์กล่าวว่า ขณะนี้เครื่องมือที่ติดตั้งในพื้นที่ต่างๆ ต้องยอมรับความจริง บ้านเรามีกฎหมายเฉพาะ เช่น การติดเครื่องมือในพื้นที่ป่าสงวนหรือในที่อุทยานแห่งชาติต่างๆ ทำได้ยาก โดยเฉพาะเรื่องภัยพิบัติ ตนคิดว่าควรมีกฎหมายเฉพาะที่จะดำเนินการในพื้นที่ได้เลย เหมือนกฎอัยการศึกภัยพิบัติ ต้องมีบุคคลที่มีอำนาจเข้าไปบริหารจัดการในพื้นที่ได้เลย
"ศูนย์บัญชาการส่วนหน้ายังมีความจำเป็น และที่หน่วยงานต่างๆ ทำนั้นเป็นเรื่องดี ซึ่งในแต่ละจังหวัดผู้ว่าราชการจังหวัดก็มีหน้าที่บัญชาการบริหารจัดการอยู่แล้ว" นายทรงศักดิ์กล่าว
ถามว่า ก่อนหน้านี้มีการถอดบทเรียนเรื่องน้ำท่วมหลายครั้ง มีวิธีการที่จะแก้ปัญหาระยะยาวหรือไม่ ที่ทำให้ไม่ต้องเสียเงินเยียวยาในทุกๆ ปี รองนายกฯ กล่าวว่า เรื่องการเยียวยากำลังคิดเรื่องการออกกฎหมาย ทำประกันให้กับประชาชนในเรื่องภัยพิบัติไปเลย โดยอ้างอิงจากวงเงินที่เวลาเกิดเหตุ รัฐบาลต้องเยียวยา ตัวเลขอยู่ที่ประมาณ 3-4 หมื่นล้านบาทต่อปี จึงมีตัวเลขที่น่าสนใจ วงเงินที่จะประกันจริงๆ จะอยู่แค่หลักหมื่น เหมือนจะน้อยกว่าที่เราต้องจ่ายชดเชย เหมือนการทำประกันที่จะมีคนเข้ามาดูแล
ซักว่าวันนี้ยังห้ามน้ำท่วมไม่ได้ใช่หรือไม่ จึงต้องแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ รองนายกฯ กล่าวว่า ส่วนตัวได้นั่งกำกับดูแล สนทช. ประเทศไทยมี 22 ลุ่มน้ำ ถ้าแก้ปัญหาน้ำท่วมได้ ปัญหาน้ำแล้งก็จะไม่เกิด ซึ่งโครงการของรัฐส่วนใหญ่ทำเรื่องการระบายน้ำ แต่วันนี้สถานการณ์ต้องเปลี่ยน ต้องทำประตูกักเก็บน้ำ และพื้นที่รับน้ำที่เป็นห้วยหนองคลองบึง ก็ไม่ได้รับการพัฒนา จึงควรจะต้องพัฒนาพื้นที่รับน้ำด้วย เรื่องนี้เป็นคณิตศาสตร์ที่ต้องนำน้ำส่วนเกินจากพื้นที่กักเก็บ ไปทำแก้มลิง และต้องบริหารจัดการน้ำแบบเป็นระบบทุกลุ่มน้ำ ซึ่งหากทำได้ในทิศทางนี้ จะทำให้การแก้ไขปัญหาน้ำยั่งยืน อนาคตถ้าคิดอย่างตน โอกาสที่น้ำจะท่วมนั้นจะน้อยลง และน้ำแล้งจะไม่เกิด
ในส่วนภาคเอกชน นายฉัตรชัย ศิริไล ผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) แจ้งช่วยเหลือลูกค้าผู้ได้รับผลกระทบอุทกภัยน้ำท่วม ทั้งโครงการสินเชื่อเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายฉุกเฉินให้แก่ลูกค้าผู้ประสบภัยธรรมชาติหรือภัยพิบัติ ปี 2569/70 เพื่อเสริมสภาพคล่องเกษตรกรในด้านค่าใช้จ่ายทั่วไป เช่น ค่าอุปโภคและบริโภคที่จำเป็น วงเงินกู้รายละไม่เกิน 50,000 บาท อัตราดอกเบี้ย 0% นาน 6 เดือนแรก เดือนที่ 7 เป็นต้นไป คิดอัตราดอกเบี้ย MRR ต่อปี (ปัจจุบัน MRR เท่ากับ 6.575%) รวมทั้งโครงการสินเชื่อฟื้นฟูและพัฒนาคุณภาพชีวิตสำหรับเกษตรกรลูกค้า ผู้ประสบภัยธรรมชาติหรือภัยพิบัติ วงเงินรายละไม่เกิน 500,000 บาท อัตราดอกเบี้ย MRR-2 ต่อปี (ปัจจุบัน MRR เท่ากับ 6.575%) ระยะเวลาชำระคืนภายใน 15 ปี
นายพิชิต มิทราวงศ์ กรรมการผู้จัดการ ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) หรือ SME D Bank ออกมาตรการพักชำระหนี้เงินต้นและดอกเบี้ย สำหรับลูกค้าธนาคารที่ได้รับผลกระทบทางตรงและทาง
นายสิทธิกร ดิเรกสุนทร กรรมการและผู้จัดการทั่วไป บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) กล่าวว่า บสย.ออกมาตรการเร่งด่วนช่วยเหลือลูกค้าที่ประสบอุทกภัยและมีสถานประกอบการตั้งอยู่ในเขตพื้นที่จังหวัดน่าน โดยพักชำระค่าธรรมเนียม-ค่างวด อัตโนมัติ 3 เดือน.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
นายกฯลุยจีบ2ยักษ์ใหญ่ สยบลือทุนญี่ปุ่นย้ายฐาน
นายกฯ ลุยงานต่อนิวซีแลนด์ จีบ 2 ยักษ์ใหญ่ "T&G Global-Skyline Enterprises"
โกงข้อสอบ9พันล้าน กมธ.ปปช.แฉทุจริต32ขั้นตอนขรก.ซี10-นักการเมืองเอี่ยว
"มท.4" ร่วมถก กมธ.กระจายอำนาจฯ ปมรักษาสิทธิผู้สอบท้องถิ่นที่สุจริต
หนูรังเกียจถ้าฮั้วสว.จริง วงเสวนาซัดรบ.ล้มเหลว
"อนุทิน" ไม่กังวลฝ่ายค้านซักฟอก บอกถ้าฮั้ว สว.มีจริงน่ารังเกียจ
สส.ปชน.ภูเก็ต พร้อมแจงDSI นอมินีต่างชาติ
"ดีเอสไอ” ออกหมายเรียกพยาน “สส.ภูเก็ต พรรคประชาชน" เข้าชี้แจง 31 ส.ค.69
อ.เนินมะปราง เฝ้าระวังน้ำป่าเทือกเขาเพชรบูรณ์ ระดับน้ำคลองชมพูเพิ่มสูง
ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้าสถานการณ์น้ำในลำน้ำชมพู อ.เนินมะปราง จ.พิษณุโลก มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นเรื่อย ๆ และอาจล้นตลิ่ง โดยเฉพาะพื้นที่ริมคลอง และที่ราบลุ่มต่ำ โดยลำน้ำชมพู นั้นเป็นลำน้ำที่รับน้ำหลากลงมาจากเทือกเขาเพชรบูรณ์ ซึ่งในขณะนี้ยังมีฝนตกอยู่บนเทือกเขาตลอดเวลา นานกว่า 2 วันแล้ว

