บีบหัวใจ แม่คนงานในเรือ "มยุรีนารี" เผยหลังรู้ข่าวเรือไทยถูกยิงกลางทะเลช่องแคบฮอร์มุซ ถึงกับร้องไห้คนเดียว ห่วงลูกเป็นอันตราย นั่งเฝ้าข่าวหน้าจอนาน 6 ชม.
12 มีนาคม 2569 - กรณีเรือสินค้าสัญชาติไทย ชื่อ “มยุรี นารี” (Mayuree Naree) ขนาดระวางขับน้ำประมาณ 30,000 ตัน บริษัท พรีเชียส ชิพปิ้ง จำกัด (มหาชน) เป็นเจ้าของ ถูกโจมตีในขณะเดินเรือบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ เมื่อเวลาประมาณ 11.00 น. วันที่ 11 มีนาคมที่ผ่านมา หลังจากที่เรือลำดังกล่าวได้ออกเดินทางจากท่าเรือในเมืองคาลิฟา (Khalifa) ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรสต์ เมื่อเวลา 03.00 น.ในวันเดียวกัน เพื่อมุ่งหน้าท่าเรือกัณฑลา ประเทศอินเดีย Kandla, India แต่ได้ถูกอาวุธจากฝ่ายอิหร่าน ยิงบริเวณห้องเครื่องยนต์ท้ายเรือทำให้สูญเสียการควบคุม กัปตันจำเป็นต้องสละเรือ
ต่อมา กองเรือโอมานได้เข้าให้ความช่วยเหลือลูกเรือแล้วจำนวน 20 คนจากทั้งหมด 23 คน และนำขึ้นฝั่งที่เมืองคาซับ (Khasab) ประเทศโอมาน เพื่อดูแลความปลอดภัย ขณะเดียวกันกำลังอยู่ในระหว่างช่วยเหลือลูกเรืออีก 3 คนที่ยังตกค้างภายในเรือ ที่ลอยเท้งเต้งอยู่กลางทะเลอาหรับ
ในเบื้องต้นลูกเรือทั้ง 23 คนเป็นคนไทย ส่วนมากมีภูมิลำเนาอยู่ภาคอีสาน หนึ่งในจำนวนนั้นมีนายชัยวัฒน์ สิทธนุ หรือ เอเปค อายุ 24 ปี เป็นชาวจังหวัดนครพนม ที่ได้รับการช่วยเหลือจนปลอดภัย โดยเจ้าหน้าที่ของประเทศโอมานดูแลเป็นอย่างดี
ล่าสุด ผู้สื่อข่าวจังหวัดนครพนมเดินทางไปยังบ้านครอบครัวของนายชัยวัฒน์ ตั้งอยู่หน้าโรงเรียนบ้านคับพวง ริมถนนทางหลวงชนบท 3015 สายหว้านใหญ่-น้ำก่ำ ได้พบกับนางสมบูรณ์ พลนารี อายุ 74 ปี ผู้เป็นยายนายชัยวัฒน์ เปิดเผยว่าเพิ่งทราบข่าวหลานชายเมื่อเช้าวันนี้เอง เพราะแม่น้องเอเปคไม่ได้เล่าให้ฟัง กลัวว่ายายจะช็อก เขาติดตามข่าวจนแน่ใจว่าน้องเอเปคปลอดภัยดีถึงมาเล่าให้ฟัง ซึ่งตนก็ไม่อยากให้หลานเป็นอะไร ได้จัดขันธ์ 5 ดอกไม้ ธูป เทียน กล่าวอธิษฐานขอพรจากองค์พระธาตุพนมให้ช่วยคุ้มครอง และบนบานกับหลักบ้านคือศาลพ่อปู่ ซึ่งอยู่ภายในวัดโพธิ์ชัย ตามคติความเชื่อของคนในชุมชน
ด้าน น.ส.สุธารัตน์ บุตรหาญ หรือแอน อายุ 40 ปี แม่น้องเอเปค กล่าวว่ารู้ข่าวทีแรกในสื่อออนไลน์ เมื่อเวลาประมาณบ่ายสามโมง 11 มี.ค. ว่า เรือสินค้าไทยถูกยิงที่บริเวณช่องแคบฮอร์มุซ ทำให้นึกถึงลูกชายทันที เพราะเขาไปทำงานเป็นลูกเรือเดินสินค้าทางทะเลที่ประเทศศรีลังกา ผ่านกรมการจัดหางานถูกต้องตามกฎหมาย แต่ทักเฟซบุ๊กเขาแล้วไม่มีการอ่าน ยิ่งทำให้กระวนกระวายใจ
ยิ่งรู้ว่าเรือที่ถูกยิงชื่อมยุรี นารี (Mayuree Naree) ตนถึงกับนั่งร้องไห้คนเดียวอยู่หน้าบ้าน โดยไม่ยอมเล่าให้แม่ฟัง สิ่งแรกที่คิดถึงคือองค์พระธาตุพนม ตั้งแต่บ่ายถึงค่ำกินข้าวไม่ลง ห่วงลูกชายจะเกิดอันตราย กระทั่งเวลาเกือบสามทุ่ม เฟซบุ๊กของตนก็เด้งขึ้นมา เป็นลูกชายที่ทักมาหา เล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นให้ฟัง น้ำตาแห่งความดีใจมันพรั่งพรูออกมาทันที รู้ว่าลูกได้รับการช่วยเหลือ โดยทางการโอมานนำตัวไปพักที่โรงแรม ถึงมาเล่าให้แม่ฟัง
โดยนายชัยวัฒน์ สิทธนู หรือเอเปค สมัครไปทำงานเป็นลูกเรืออยู่ประเทศศรีลังกา ซึ่งเป็นเรือบรรทุกสินค้าสัญชาติไทย มีคนไทยเชื้อสายอินเดียเป็นเจ้าของ เงินเดือนประมาณ 50,000 บาท ได้ออกเดินเรือได้เกือบ 9 เดือน และเมื่อครบ 9 เดือนก็จะกลับมาจอดที่ประเทศไทย เพื่อให้ลูกเรือได้กลับบ้านพักผ่อน แต่ถูกกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามของอิหร่าน (IRGC) ยิงโจมตีเรือจนเสียหาย และยังไม่ทราบชะตากรรม 3 ลูกเรือคนไทยที่อยู่ในห้องเครื่องท้ายเรือ



ข่าวที่เกี่ยวข้อง
วิกฤตครั้งใหญ่มาถึงแล้ว 'ผู้เชี่ยวชาญพลังงาน' สรุปคำเตือนจาก ผอ.IEA ที่คนไทยต้องตื่นตัว
นายภาณุรัช ดำรงไทย ประธานยุทธศาสตร์ด้านพลังงานและนวัตกรรม พรรคไทยก้าวใหม่ และผู้เชี่ยวชาญด้านพลังงานและการขุดเจาะระดับโลก โพสต์เฟซบุ๊ก ว่า
มีหนาว! นักวิเคราะห์ข้อมูลชี้ฮอร์มุซแค่บททดสอบ 'ช่องแคบมะละกา' คือของจริง
ณัฏฐ์ มงคลนาวิน นักวิเคราะห์ข้อมูลและยุทธศาสตร์สังคม โพสต์เฟซบุ๊ก
'ณัฏฐ์' วิเคราะห์สถานการณ์อิหร่านหลังนับถอยหลังเส้นตายหยุดยิง!
ณัฏฐ์ มงคลนาวิน นักวิเคราะห์ข้อมูลและยุทธศาสตร์สังคม โพสต์เฟซบุ๊ก
โลกจับตาเส้นตายหยุดยิง อิหร่านงัดไพ่ใบใหม่ขู่US
จับตาเจรจารอบสอง หลังครบกำหนดหยุดยิง 14 วัน "อิหร่าน" ลั่นไม่เจรจาภายใต้เงาแห่งการข่มขู่ เมินส่งตัวแทนไปกรุงอิสลามาบัด
นักวิชาการ ชี้ “เรือ SCG ผ่านฮอร์มุซ” สำเร็จ ภาพสะท้อน ประสิทธิภาพรัฐทำงานได้จริง ยกบทบาท “สีหศักดิ์” เดินเกมทูตเชิงรุกคลี่คลายวิกฤต
รศ.ดร.โอฬาร ถิ่นบางเตียว อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา ให้ความเห็นกรณีเรือของบริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน) หรือ SCG สามารถเดินทางผ่านช่องแคบฮอร์มุซได้อย่างปลอดภัยว่า เหตุการณ์ดังกล่าวไม่ใช่เพียง “ข่าวดี” เชิงสถานการณ์ แต่สะท้อน “ประสิทธิภาพของรัฐ”

