ศาลยุติธรรมชูทำงานแทนค่าปรับ ผ่อนจ่ายได้ กักขังเป็นทางเลือกสุดท้าย

วีระพงศ์ สุดาวงศ์

ศาลยุติธรรมเดินหน้าคุ้มครองสิทธิประชาชน ปรับแนวทางบังคับโทษปรับคดีอาญา เปิดทางผู้ขาดแคลนทุนทรัพย์ทำงานบริการสังคมแทนค่าปรับ คิดอัตรา 500 บาทต่อวัน พร้อมให้ผ่อนชำระตามฐานะ ย้ำการกักขังแทนค่าปรับเป็นมาตรการสุดท้ายเท่านั้น

27 กรกฎาคม 2569 - นายสุริยัณห์ หงษ์วิไล โฆษกศาลยุติธรรม กล่าวถึงมาตรการคุ้มครองสิทธิเสรีภาพของประชาชนในการบังคับโทษปรับคดีอาญาว่า ที่ผ่านมาเมื่อศาลมีคำพิพากษาลงโทษปรับจำเลย มักพบปัญหาจำเลยหลายรายไม่สามารถหาเงินมาชำระค่าปรับได้ทันที เนื่องจากข้อจำกัดทางเศรษฐกิจ ฐานะทางการเงิน หรือปัจจัยความจำเป็นอื่น ๆ ซึ่งอาจทำให้จำเลยถูกกักขังแทนค่าปรับ ทั้งที่ศาลยุติธรรมมีแนวทางบังคับโทษปรับหลายรูปแบบ โดยไม่จำเป็นต้องกักขังแทนค่าปรับเสมอไป

ด้วยเหตุนี้ คณะกรรมการบริหารศาลยุติธรรม (ก.บ.ศ.) จึงแต่งตั้งคณะอนุกรรมการส่งเสริมและขับเคลื่อนมาตรการเพื่อคุ้มครองสิทธิเสรีภาพของประชาชน โดยมีนายวีระพงศ์ สุดาวงศ์ รองประธานศาลฎีกา เป็นประธาน เพื่อรวบรวมและเผยแพร่แนวปฏิบัติของศาลที่ยึดหลักว่า "การกักขังแทนค่าปรับควรเป็นมาตรการสุดท้าย" พร้อมผลักดันมาตรการทางเลือกอื่นมาใช้ให้แพร่หลาย

นายสุริยัณห์ กล่าวว่า ตั้งแต่ปี 2565 เป็นต้นมา ศาลอนุญาตให้จำเลยทำงานบริการสังคมหรือสาธารณประโยชน์แทนการชำระค่าปรับแล้วประมาณร้อยละ 80 ของคำร้องทั้งหมด โดยศาลจะแจ้งสิทธิและเปิดโอกาสให้จำเลยขอทำงานแทนค่าปรับได้ตั้งแต่ชั้นสอบคำให้การ

กรณีจำเลยรับสารภาพ ศาลจะสอบถามความประสงค์ว่าต้องการทำงานแทนค่าปรับตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 30/1 หรือไม่ หากมีคุณสมบัติตามเกณฑ์และยินยอม ศาลสามารถมีคำสั่งอนุญาตได้ทันทีโดยไม่ต้องยื่นคำร้อง อีกทั้งในคดีที่จำเลยเป็นบุคคลธรรมดา หากคำพิพากษาระบุการบังคับค่าปรับตามมาตรา 29 และมาตรา 30 จะระบุสิทธิการทำงานแทนค่าปรับตามมาตรา 30/1 ไว้ด้วย

อย่างไรก็ตาม ศาลกำหนดข้อยกเว้นสำหรับคดีที่กระทำโดยเจตนาร้าย ทุจริต หรือคดีที่กฎหมายมุ่งลงโทษทางทรัพย์สิน เพื่อไม่ให้ผู้กระทำผิดได้รับประโยชน์จากการกระทำผิด เช่น คดีฉ้อโกงประชาชน คดียาเสพติด คดีฟอกเงิน คดีเกี่ยวกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ สถาบันการเงิน และกฎหมายศุลกากร ซึ่งจะไม่อนุญาตให้ทำงานแทนค่าปรับ

สำหรับการคำนวณเวลา ศาลได้ปรับให้มีความยืดหยุ่นมากขึ้น โดยเปลี่ยนจากการนับเป็นวันมาเป็นการนับชั่วโมง ตามประมวลกฎหมายอาญาที่กำหนดให้การทำงาน 1 วัน แทนค่าปรับ 500 บาท ขณะที่ระเบียบราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรมกำหนดให้ทำงานครบ 2 ชั่วโมง เท่ากับการทำงาน 1 วัน

ลักษณะงานมีความหลากหลาย ทั้งการดูแลผู้พิการ ผู้สูงอายุ เด็กกำพร้า ผู้ป่วย งานด้านวิชาการ งานบริการการศึกษา งานช่างฝีมือ และกิจกรรมบำเพ็ญประโยชน์ รวมถึงการเข้ารับการอบรมความรู้หรือทักษะอาชีพ ซึ่งสามารถนับเวลาได้ในอัตราเดียวกัน

นอกจากนี้ หากเป็นงานที่มีความเสี่ยงหรือส่งผลกระทบต่อสุขภาพ เช่น งานทาสีที่มีสารเคมี งานลอกท่อระบายน้ำ หรือเช็ดกระจกอาคารสูง ศาลสามารถใช้ดุลพินิจลดจำนวนชั่วโมงทำงานตามความเหมาะสม เพื่อประโยชน์ของจำเลยได้

นอกจากการทำงานแทนค่าปรับแล้ว ศาลยังเปิดโอกาสให้จำเลยที่ไม่มีเงินก้อนสามารถขอผ่อนชำระหรือขยายเวลาชำระค่าปรับ โดยจะพิจารณาจากจำนวนเงิน ฐานะทางการเงิน สภาพความผิด และเจตนารมณ์ของการลงโทษ รวมถึงอาจให้แจ้งรายการทรัพย์สินไว้เป็นหลักฐาน และสามารถปล่อยตัวชั่วคราวระหว่างผ่อนชำระ พร้อมกำหนดมาตรการกำกับดูแล เช่น การรายงานตัว การแต่งตั้งผู้กำกับดูแล หรือการทำสัญญาประกัน

นายสุริยัณห์ กล่าวว่า ศาลยุติธรรมมุ่งปรับปรุงมาตรการบังคับโทษปรับให้มีความยืดหยุ่นและเป็นธรรม เปิดโอกาสให้ผู้ขาดแคลนทุนทรัพย์สามารถผ่อนชำระหรือทำงานบริการสังคมแทนค่าปรับ เพื่อลดการกักขังโดยไม่จำเป็น ไม่ให้การไม่มีเงินกลายเป็นภาระซ้ำเติมผู้กระทำผิด พร้อมยึดหลัก "คืนคนดีสู่สังคม" ให้ผู้กระทำผิดมีโอกาสร่วมพัฒนาชุมชนและกลับไปเริ่มต้นชีวิตใหม่ได้อีกครั้ง

ทั้งนี้ ศาลยุติธรรมมุ่งหวังให้การบังคับโทษปรับเป็นไปอย่างเที่ยงธรรมและเกิดประโยชน์สูงสุด โดยเปิดโอกาสให้ผู้กระทำผิดที่มีโทษปรับเพียงอย่างเดียว แต่ขาดแคลนทุนทรัพย์ ได้ชดใช้คืนแก่สังคมผ่านการทำงานบริการสังคมและการพัฒนาทักษะอาชีพ เพื่อให้สามารถกลับไปใช้ชีวิตในสังคมได้อย่างมีคุณภาพ.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ศาลฎีกายังไม่มีคำสั่งเรื่องคำฟ้อง สว.สำรอง ค้านมติ กกต.

นายสุริยัณห์ หงษ์วิไล โฆษกศาลยุติธรรม เปิดเผยว่า เรื่องดังกล่าวศาลฎีกายังไม่มีคำสั่งใดๆในเรื่องของคำฟ้อง แต่เป็นการรับเรื่องทางธุรการเพื่อให้ศาลพิจารณาตามขั้นตอนต่อไปเท่านั้น

ตุลาการเดือด! '12 ก.บ.ศ.' ชงปธ.ศาลฎีกา ตั้งคณะทำงาน 'บังคับโทษ' คดีร้ายแรง ป้องกันกระทำผิดซ้ำ

ตุลาการเดือด! 12 ก.บ.ศ.ลงชื่อเสนอ ปธ.ศาลฎีกา ตั้ง คกก.ศึกษาและพัฒนาการบังคับโทษทางอาญา หลังปรากฎข่าว คดีโทษประหาร แต่ติดคุกจริงไม่กี่ปี ชี้ส่งผลสังคมไม่เชื่อมั่นกระบวนการยุติธรรมอาญาทั้งระบบ

สวรรค์ของโจร 'แทนคุณ' ครวญ ไทยมีระบบการลดโทษที่ดีที่สุดในโลก จนอาชญากรร่าเริง

'แทนคุณ' ครวญ ไทยมีระบบการลดโทษที่ดีที่สุดในโลก ลดแล้วลดอีกลดแบบโปรโมชั่นไม่เกรงใจเหยื่อ จนอาชญากรร่าเริง ออกมาก่อเหตุอีก ระบบยุติธรรมขั้นต้นและกลางแยกไม่ออกว่าอะไรสุจริตอะไรทุจริต เหลือแต่ศาลที่จะดึงศรัทธาต่อความสุจริตกลับมาให้ประเทศไทยได้หรือไม่

ศาลไขข้อสงสัยเงิน 3.67 หมื่นล้าน แจงที่มา-เหตุยอดพุ่ง

สำนักงานศาลยุติธรรมชี้แจงตัวเลขเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด 36,700 ล้านบาท ย้ำไม่ใช่เงินที่นำไปใช้บริหารได้ตามใจ แต่มีภาระผูกพันตามกฎหมาย

'กมธ.งบฯ' อึ้ง! ศาลยุติธรรม มีเงินสด-เงินฝาก รวม 3.6 หมื่นล้าน แนะดึงมาใช้ให้เกิดประโยชน์

ในการประชุมคณะกรรมาธิการ(กมธ.)วิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ(พ.ร.บ.)งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 สภาผู้แทนราษฎร ที่มี นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะรองประธานกมธ. คนที่หนึ่ง ทำหน้าที่ประธานในที่ประชุม ได้พิจารณาการของบประมาณของหน่วยงานศาล