"ชัยวุฒิ" เผยเหตุ 5 อำเภอชายแดนตากขาดแคลนน้ำมันหนักแม้แต่รถอีแต๊กอีแต๋นยังต้องเติม “ไฮพาวเวอร์” ลิตรละกว่า 40 บ. ขณะที่ชาวบ้านตามประกบรถน้ำมันหวังได้เติมที่ปั๊มแต่กลับขนไปท่าข้ามเตรียมส่งออก
25 มีนาคม 2569 - นายชัยวุฒิ บรรณวัฒน์ เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ให้สัมภาษณ์ถึงการขาดแคลนน้ำมันใน 5 อำเภอชายแดน จ.ตาก และมีการลักลอบขนน้ำมันออกไปขายในฝั่งประเทศพม่าจำนวนมาก สร้างความไม่พอใจให้กับชาวบ้าน ว่าปัญหาที่เกิดขึ้นขณะนี้เห็นได้ชัดจากมาตรการตรึงราคาน้ำมัน 15 วัน ซึ่งทำให้ประชาชนกังวลว่าราคาจะปรับขึ้น จึงแห่กันไปเติมน้ำมัน จนเกิดภาพคิวแน่นในทุกอำเภอชายแดนของจังหวัดตาก
สำหรับการส่งออกน้ำมันไปฝั่งพม่านั้น นายชัยวุฒิกล่าวว่าโดยปกติฝั่งไทยมีการส่งออกน้ำมันไปพม่ามาอย่างต่อเนื่องเป็นเวลานาน กระทั่งมีคำสั่งให้หยุดส่งออกตามมาตรการ 3 ตัดเพื่อแก้ปัญหาสแกมเมอร์ อย่างไรก็ตาม เท่าที่ทราบ น้ำมันที่ส่งออกจากด่านชายแดนแม่สอดเป็นคนละส่วนกับน้ำมันที่ใช้ภายในประเทศ ขณะที่ปัญหาการขาดแคลนในปัจจุบันเกิดขึ้นทั้งในปั๊มไม่มีแบรนด์และปั๊มแบรนด์ใหญ่ แต่เมื่อราคาน้ำมันสูงขึ้น คนก็หันมาเติมปั๊มแบรนด์มากขึ้น เพราะเป็นกลุ่มที่รัฐอุดหนุนและตรึงราคา ทำให้คนที่เคยใช้ปั๊มเล็กเปลี่ยนมาเข้าปั๊มแบรนด์แทน จึงเกิดภาวะความต้องการเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว
“เจ้าของปั๊มหลายแห่งสะท้อนว่าได้รับน้ำมันเพียงครึ่งหนึ่งของปริมาณที่ควรได้รับ เช่น จากเดิม 12,000 ลิตร เหลือเพียง 6,000 ลิตร ทำให้แม้จะมีรถไปรับน้ำมันทุกวันก็ยังไม่พอรองรับความต้องการ คลังน้ำมันแจ้งว่าสามารถจ่ายได้เพียงเท่านั้น”นายชัยวุฒิ กล่าว
เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์กล่าวว่า เมื่อวันที่ 21 มีนาคมที่ผ่านมา ตนได้ขับรถจาก อ.แม่สอดมา กทม. พบว่าประมาณ 80% ของปั๊มน้ำมันไม่มีขาย บางปั๊มที่ยังมีน้ำมันก็มีคิวยาวมาก โดยเฉพาะบนเส้นทางสายหลักสู่ภาคเหนือ ส่วนใหญ่เป็นปั๊มสีเขียว PT ที่มีรถเข้าคิวจำนวนมาก
“ที่เจ็บปวดกว่านั้น รถผมต้องใช้น้ำมันพวกไฮ พาวเวอร์ ปรากฏว่าน้ำมันชนิดนี้หมดแม่สอด พอไปถามเจ้าของปั้ม เขาบอกว่าตอนนี้แม้แต่รถอีแต๊กอีแต๋นก็ยอมเติมน้ำมันลิตรละกว่า 40 บาทนี้ เขาบอกว่าแพงดีกว่าไม่มี คิดดูซิเกษตรกรต้องยอมใช้น้ำมันลิตรละกว่า 40 บาท สถานการณ์เช่นนี้ไม่น่าเชื่อว่าจะเกิดขึ้นได้ในประเทศไทย แม้รักษาการนายกรัฐมนตรีจะย้ำว่าทุกปั๊มต้องมีน้ำมันจำหน่าย แต่ในต่างจังหวัดข้อเท็จจริงกลับไม่เป็นเช่นนั้น”นายชัยวุฒิ กล่าว
นายชัยวุฒิกล่าวว่า น่าจะมีปัญหาเรื่องการบริหารจัดการหรือไม่ หรืออย่างน้อยก็มีการสื่อสารที่ทำให้ประชาชนตื่นตระหนกจนระบบรองรับไม่ทัน และผลกระทบได้ลามไปถึงภาคขนส่ง ภาคเกษตร และที่กำลังตามมาคือภาคการท่องเที่ยว ที่เห็นชัดคือสงกรานต์นี้ประชาชนกำลังคิดว่าจะกลับบ้านดีหรือไม่ เพราะไม่รู้จีน้ำมันเติมหรือไม่ ขณะที่รัฐบาลบอกว่าจะลดขบวนของรถไฟแทนที่จะเพิ่มรถขนส่งสาธารณะเพราะคนกลัวที่จะเอารถไปเองแล้วไม่มีน้ำมันเติม
“แต่ในภาวะเช่นนี้ผมเห็นว่าไม่ควรมีการส่งออกน้ำมันออกไปเพื่อนบ้าน หากคนไทยยังมีน้ำมันใช้ไม่เพียงพอ แม้จะเป็นการค้าถูกต้องตามกฎหมายก็ตาม เพราะรัฐต้องให้ความสำคัญกับการดูแลคนไทยก่อน”นายชัยวุฒิ กล่าว
เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์กล่าวว่า ในพื้นที่ชายแดนมีการกำหนดไม่ให้รถทะเบียนต่างด้าวเข้ามาเติมน้ำมันิ แต่คนต่างด้าวไม่ใช่คนโง่ เพราะสามารถเช่ารถไทยมาเติมแทนได้ และขณะนี้มีอาชีพใหม่เกิดขึ้นคือจ้างรับจ้างเข้าคิวแทน โดยบางคนเอารถไปจอดต่อคิวหน้าปั้มกันตั้งแต่เที่ยงคืน
ผู้สื่อข่าวถามว่าทำไมยังมีการลักลอบขนน้ำมันออกจากพื้นที่ชายแดนอย่างต่อเนื่องทั้งๆที่ประชาชนในพื้นที่ขาดแคลน นายชัยวุฒิกล่าวว่า เจ้าหน้าที่ต้องเพิ่มความระมัดระวัง แต่ก็ยังเจอตลอดเหมือนกับช่วงที่ปราบปรามสแกมเมอร์อย่างหนัก แม้ห้ามขนน้ำมันก็ยังมีการลักลอบส่งออก เพราะแนวชายแดนตากมีระยะทางยาวหลายร้อยกิโลเมตรและมีช่องทางธรรมชาติจำนวนมาก แม้การขนข้ามด้วยรถยนต์ส่วนบุคคลอาจไม่มากนัก แต่ในช่วงเวลานี้ไม่ควรอนุญาตให้รถเทรลเลอร์ขนส่งน้ำมันข้ามแดน สิ่งสำคัญที่สุดคือทำอย่างไรให้คนไทยมีน้ำมันใช้อย่างเพียงพอ
“สถานการณ์ล่าสุดเริ่มดีขึ้นบ้างในวันนี้ อาจเพราะราคาน้ำมันปรับสูงขึ้นจนคนเติมน้อยลง และปั๊มได้รับการจัดสรรน้ำมันจากศูนย์จ่ายมากขึ้น ทำให้คิวเริ่มสั้นลง จากเดิมที่น้ำมันหมดตั้งแต่เที่ยง ตอนนี้ยืดไปถึงราวบ่าย 3โมง แม้จะดีขึ้นแต่ก็ยังสร้างความลำบากให้กับภาคขนส่ง การท่องเที่ยว การขนส่งสินค้า และวิถีชีวิตของประชาชนในพื้นที่ชายแดนอย่างมาก”นายชัยวุฒิกล่าว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในพื้นที่ชายแดนจังหวัดตากได้มีการจับกุมการลักลอบขนน้ำมันข้ามไปฝั่งพม่าแล้วหลายครั้ง ซึ่งส่วนใหญ่เกิดจากการแจ้งสถานการณ์ของชาวบ้านให้เจ้าหน้าที่รัฐได้รับทราบ โดยเมื่อวันที่ 10 มีนาคมที่ผ่านมา ชาวบ้านพื้นที่บ้านห้วยไม้แป้นได้แจ้งผู้ใหญ่บ้านเกี่ยวกับความไม่ปกติในการขนน้ำมัน ทำให้ ปลัดอำเภอแม่สอด นำกำนันตำบลมหาวัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน ร่วมกับเจ้าหน้าที่ทหารราชมนู เจ้าหน้าที่ตำรวจตระเวนชายแดนที่ 346 ลงพื้นที่ตรวจสอบการลักลอบกักเก็บน้ำมัน ซึ่งเป็นโกดังด้านหน้าร้านเปิดเป็นที่จำหน่ายถังเก็บน้ำมันติดกับถนนสายแม่สอด - พบพระ ฝั่งขาเข้าแม่สอด
ส่วนข้างในโกดังพบกับถังน้ำมันขนาด 200 ลิตรอยู่เป็นจำนวนมากและยังมีถังน้ำมัน 200 ลิตรอีกจำนวนหนึ่งที่บรรจุน้ำมันไว้หลายถัง พร้อมกับรถยนต์บรรทุกน้ำมันวัตถุอันตรายทราบว่าเป็นน้ำมันดีเซล บี7 จำนวน 16,000 ลิตร จากเอกสารที่ส่งมอบให้เจ้าหน้าที่ และกำลังต่อสายน้ำมันเตรียมถ่ายลงยังแท๊งพักน้ำมันขนาดใหญ่ที่อยู่ใกล้กันกับถังน้ำมันและที่กักเก็บน้ำมันขนาดสี่เหลี่ยม 2 ถังตรวจแล้วพบว่าเป็นน้ำมันดีเซลอีกจำนวน 1,600 ลิตร ทางเจ้าหน้าที่ได้เปิดถังที่บรรจุน้ำมันไว้อีกจำนวน 46 ถัง พบว่าเป็นนำมันไบโอดีเซล จำนวน 9,200 ลิตร รวมพบน้ำมันจำนวนกว่า 26,800 ลิตร
ทั้งนี้ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ 5 บ้านห้วยไม้แป้น ต.มหาวัน อ.แม่สอด จ.ตาก ได้ให้ข้อมูลกับผู้สื่อข่าวว่า มีคนร้องเรียนไปเมื่อช่วงเช้านี้ว่ามีคนขายน้ำมันกัน เลยเข้ามาตรวจสอบดูก็พบเป็นอย่างที่เห็น ในกรณีนี้ทราบว่าผู้ที่เกี่ยวข้องได้เสียค่าปรับไปแล้ว
อีกเหตุการณ์หนึ่งคือชาวบ้านได้ติดตามรถขนน้ำมันที่เข้ามายัง อ.แม่สอด เพราะต้องการติดตามไปเต็มน้ำมันในปั้มที่รถน้ำมันคันนี้ขนมา แต่ปรากฏว่ารถน้ำมันคันดังกล่าวกลับไปจอดบริเวณจุดใกล้ท่าข้ามแห่งหนึ่งซึ่งอยู่ตรงข้ามกับแกรนด์คอมเพล็ก ดังนั้นชาวบ้านจึงได้แจ้งไปยังทางการซึ่งพบว่ารถคันนี้ขนน้ำมัน 2 หมื่นลิตรเตรียมส่งไปยังฝั่งพม่า
นายกันต์พงษ์ พิพัฒมนตรีกุล นายอำเภอแม่สอด จังหวัดตากกล่าวว่าหลังจากการที่ได้ตรวจยึดน้ำมันเชื้อเพลิงจำนวน 20,000 ลิตรแล้ว ได้ควบคุมผู้ต้องหา 2 คนส่งดำเนินคดีที่สถานีตำรวจภูธรแม่สอด ส่วนน้ำมันหรือของกลางนั้นได้ส่งให้กับทางศุลกากรแม่สอดเพื่อดำเนินการต่อไป
“ทางอำเภอได้รับคำสั่งจากผู้ว่าราชการจังหวัดตากให้เข้มงวดกวดขันตามแนวชายแดนโดยจัดกำลัง อส. และชรบ.จัดตั้งชุดเคลื่อนที่เร็วออกลาดตระเวนตามแนวชายแดนทุกจุดแล้ว ขอความร่วมมือจากประชาชนตามแนวชายแดนให้ช่วยกันสอดส่องดูแลเฝ้าระวังการกักตุนน้ำมันและการลักลอบส่งออก”นายกันต์พงษ์ กล่าว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าขณะเดียวกันที่ อ.พบพระ จ.ตาก ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีเกษตรกรปลูกพืชผักจำนวนมาก แต่เนื่องจากเป็นพื้นที่ชายแดน จึงมีทั้งชาวไทยและชาวพม่าแห่เติมน้ำมันกันเป็นจำนวนมาก ดังนั้นทางอำเภอจึงมีการแก้ไขสถานการณ์ โดยให้ผู้ที่เติมน้ำมันแสดงบัตรประจำตัวประชาชนก่อน เพื่อรอรับบัตรคิวเติมน้ำมัน และป้องกันไม่ให้ประชากรแฝงเข้ามาเติมน้ำมันได้
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
สส.ณัฐธิดา แนะรัฐปฏิรูปพลังงาน หนุนชีวมวลจากเกษตร
สส.ณัฐธิดา แนะ รัฐบาลปรับโครงสร้างพลังงานไทย หนุนส่งเสริมพลังงานจากชีวมวลจากของเหลือใช้การเกษตร ชี้ได้ 2 เด้ง ทั้งผลิตไฟฟ้า-ลดปัญหาฝุ่นพีเอ็ม 2.5
'อนุทิน' ลั่นต้องลดใช้น้ำมันให้เหลือ 55 ล้านลิตร จากช่วงวิกฤต 80 ล้านลิตร ช่วยลดผลกระทบค่าครองชีพ
"อนุทิน" ยันน้ำมันไทยไม่ขาดแคลน เผยเกาะติดพิกัดเรือไทยผ่านฮอร์มุซ หลังอิหร่านไฟเขียว พร้อมสั่งคุมเข้มพวกกักตุน-ลักลอบเก็งกำไร ยัน สงกรานต์นี้น้ำมันไม่ขาดแคลน ขู่เชือดพวกกักตุน
'อรรถวิชช์' แฉกลางสภา 'ไอ้โม่ง' คือ โรงกลั่น กักตุนน้ำมัน รอขายเมื่อราคาสูง
"อรรถวิชช์" แฉ "ไอ้โม่ง" คือโรงกลั่น ชี้ให้ไปถามว่าน้ำมันหน้าปั๊มไปไหน ยกปัญหากลไก 2 ราคา ค้าปลีกลดลง-ค้าส่งแพงขึ้น ทำให้หน้าปั๊มขาดแคลน แนะนายกฯ ใช้ พ.ร.ก. ป้องกันขาดแคลนน้ำมัน ทุบโรงกลั่นตั้งราคาตายตัว
ร้านส้มตำดังบุรีรัมย์ ลูกค้าหาย ยอดขายร่วงเกินครึ่ง จากวิกฤตน้ำมัน ต้นทุนวัตถุดิบพาเหรดขึ้นราคา
วิกฤตน้ำมันขาดแคลน ซ้ำปรับราคาไม่หยุด ทำให้สินค้าหลายอย่างพาเหรดขึ้นราคา ส่งผลกระทบกับร้านขาย "ส้มตำยายนอม" ชื่อดังที่บุรีรัมย์ที่เคยมีลูกค้าแน่นร้าน ยอดขายวันละกว่า 2 หมื่นบาท ซบเซาลงอย่างน่าใจหายทั้งลูกค้าหน้าร้านและไรเดอร์
'พิพัฒน์' ประชุมสถานการณ์พลังงาน วางแผนไม่ให้น้ำมันขาดช่วงสงกรานต์
นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.คมนาคม ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.) เป็นประธานการประชุม หารือสถานการณ์ด้านพลังงาน โดยมี รัฐมนตรี หัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง และผู้แทนผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา 7 เข้าร่วมประชุม
'อาจารย์เชน' อภิปรายครั้งแรก จี้ใช้ระบบดิจิทัลติดตามโรงกลั่น ไม่ใช่แค่ปั๊มน้ำมัน
"ยศชนัน" ลุกอภิปรายครั้งแรก แนะมอง 3 มิติแก้ปัญหาพลังงานอย่างรอบคอบ บอก วิกฤตครั้งนี้ไม่ได้เกี่ยวข้องกับ "ก.พลังงาน" อย่างเดียว แต่เป็นความร่วมมือทุกภาคส่วน

