สส.ณัฐธิดา แนะรัฐปฏิรูปพลังงาน หนุนชีวมวลจากเกษตร

สส.ณัฐธิดา แนะ รัฐบาลปรับโครงสร้างพลังงานไทย หนุนส่งเสริมพลังงานจากชีวมวลจากของเหลือใช้การเกษตร ชี้ได้ 2 เด้ง ทั้งผลิตไฟฟ้า-ลดปัญหาฝุ่นพีเอ็ม 2.5

25 มีนาคม 2569 - ที่รัฐสภา น.ส.ณัฐธิดา เทพสุทิน สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย อภิปรายต่อที่ประชุมสภาฯ วาระพิจารณาญัตติด่วนเพื่อส่งข้อเสนอแนะไปยังรัฐบาลเพื่อแก้ปัญหาวิกฤติพลังงานจากสถานการณ์สู้รบในตะวันออกกลางที่มีผลกระทบต่อประชาชน ว่า วิกฤติพลังงานที่เกิดขึ้นเป็นเพราะมีความเปราะบางของโครงสร้างพลังงานที่ต้องพึ่งพาต่างประเทศปริมาณสูง ทำให้เมื่อมีภัยสงครามจะส่งผลต่อราคาพลังงานของไทยทันที ดังนั้นสิ่งที่เป็นข้อเสนอแนะให้แก้ไข คือ การผลักดันโครงสร้างกฎหมายเพื่อเปลี่ยนผ่านไปสู่พลังงานใหม่ของไทย ผลักดันนโยบายของรัฐบาลที่เปลี่ยนไปตามรัฐบาลให้เป็นกฎหมายที่ใช้ต่อเนื่อง ผ่านกฎหมายการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และกฎหมายที่เกี่ยวข้องเพื่อสร้างงแรงจูงใจของการลงทุนพลังงานทางเลือก

น.ส.ณัฐธิดา อภิปรายต่อว่า นอกจากนั้นจำเป็นต้องผลักดันพลังงานแสงอาทิตย์ แก้ปัญหาราคารับซื้อไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ที่ไม่เป็นธรรมเพราะมีค่าส่วนต่างจากการรับซื้อ และการซื้อขายที่เป็นระบบปิด ไม่เสรี ดังนั้นรัฐบาลควรเร่งผลักดันการวางโครงสร้างพลังงานใหม่ ให้เอกชนเข้ามาซื้อขายไฟฟ้าในระบบได้เสรี เพื่อสร้างแรงจูงใจต่อการลงทุนพลังงานได้อย่างเสรี นอกจากนั้นต้องส่งเสริมและวิจัยชีวมวล นำของเหลือใช้จากการเกษตรมาผลิตไฟฟ้า ทั้งนี้จะช่วยลดปัญหาฝุ่นพีเอ็ม2.5ได้ด้วย ทั้งนี้เชื่อว่าการนำของเหลือใช้จากการเกษตร มาผลิตไฟฟ้า จะผลิตไฟฟ้าได้มากถึง 3หมื่นเมกะวัตต์

“การวางโครงสร้างพลังงานที่มั่นคง ลดการพึ่งพิงจากต่างปงระเทศ จะทำให้วิกฤติเป็นโอกาสเปลี่ยนโครงร้างพลังงานไทย สร้างความมั่นใจให้ประชาชน ว่ารัฐบาลวางโครงสร้างที่เหมาะสมและรับมือกับวิกฤติที่จะเกิดขึ้นต่อไไปได้” น.ส.ณัฐธิดา กล่าว.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

“ยศชนัน ควง นิกร” คิกออฟโครงการต้นแบบ “หนุนพลังงานทางเลือก” พร้อมยกระดับคุณภาพชีวิตบ้านมั่นคง

รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์

'อิหร่าน' เผยใกล้บรรลุข้อตกลงกับ' โอมาน' ในการเปิด 'ช่องแคบฮอร์มุซ' แล้ว แต่การเปิดขึ้นอยู่กับสหรัฐฯ

อิหร่านและโอมานได้ตกลงเส้นทางเดินเรือสำหรับเรือที่แล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซ และกำลังดำเนินการขั้นสุดท้ายในการบริหารจัดการเส้นทางเดินเรือยุทธศาสตร์นี้ร่วมกัน เตหะรานกล่าวเมื่อวันพุธที่ผ่านมา แม้ว่าเหตุการณ์ด้านความมั่นคงล่าสุดจะเน้นย้ำถึงความเสี่ยงที่ยังคงมีอยู่สำหรับการขนส่งทางเรือในภูมิภาคก็ตาม