
27 มี.ค. 2569 – นายธเนศ ตันติพิริยะกิจ นายกสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดภูเก็ต เปิดเผยว่า การปรับตัวสูงขึ้นของราคาพลังงานในปัจจุบันกำลังกระทบต่อโครงสร้างต้นทุนของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะธุรกิจโรงแรม กลุ่มรถสาธารณะ เช่น รถแท็กซี่ รถโดยสาร รถทัวร์ รวมถึงขนส่งทางทะเล เช่น เรือนำเที่ยวและเรือสปีดโบ๊ท ซึ่งเป็นกลไกหลักในการขับเคลื่อนการท่องเที่ยวของจังหวัด
อ้างอิงผลการศึกษาของ รศ.ดร.ชยานนท์ ภู่เจริญ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ พบว่า พลังงานเป็นต้นทุนสำคัญของภาคท่องเที่ยว โดยภาคขนส่งมีสัดส่วนต้นทุนพลังงานสูงถึง 39–48% ขณะที่ธุรกิจโรงแรมมีสัดส่วนประมาณ 24% ของต้นทุนรวม ส่งผลให้ทั้งสองภาคส่วนได้รับผลกระทบโดยตรงเมื่อราคาพลังงานเพิ่มขึ้น
นอกจากนี้ แม้ธุรกิจร้านอาหารจะมีสัดส่วนต้นทุนพลังงานโดยตรงไม่สูงมาก แต่ยังคงได้รับผลกระทบผ่านต้นทุนวัตถุดิบและค่าขนส่งที่ปรับเพิ่มขึ้น ทำให้ราคาอาหารปรับตัวสูงขึ้นตามไปด้วย และส่งผลต่อค่าใช้จ่ายโดยรวมของนักท่องเที่ยว
จากการจำลองสถานการณ์ในงานวิจัย หากราคาพลังงานปรับเพิ่มขึ้น 10% จะส่งผลให้ต้นทุนโรงแรมเพิ่มขึ้นประมาณ 5% และภาคขนส่งเพิ่มขึ้นกว่า 7% อย่างไรก็ตาม หากเกิดสถานการณ์รุนแรงที่ราคาพลังงานเพิ่มขึ้นถึง 50% ต้นทุนโรงแรมอาจเพิ่มสูงถึง 25.7% ขณะที่ภาคขนส่งอาจเพิ่มขึ้นถึง 38.5% ซึ่งสะท้อนถึงแรงกระแทกต่อทั้งระบบอุตสาหกรรม
นายกสมาคมฯ ระบุว่า ต้นทุนที่เพิ่มขึ้นดังกล่าวมีแนวโน้มจะถูกส่งต่อไปยังราคาห้องพัก ค่าอาหาร โปรแกรมท่องเที่ยวทั้งทางบกและทางทะเล รวมถึงค่าเดินทางของนักท่องเที่ยวอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ซึ่งอาจกระทบต่อความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทยในตลาดโลกในระยะยาว โดยเฉพาะผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดเล็ก (SMEs) ที่มีข้อจำกัดด้านเงินทุนและไม่สามารถดูดซับต้นทุนที่เพิ่มขึ้นได้เท่าผู้ประกอบการรายใหญ่
พร้อมกันนี้ สมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดภูเก็ตได้เสนอ “ชุดมาตรการเร่งด่วนและเชิงโครงสร้าง” เพื่อบรรเทาผลกระทบอย่างเป็นรูปธรรม โดยเสนอให้ภาครัฐพิจารณา ตรึงราคาน้ำมันดีเซลในระดับเป้าหมายสำหรับภาคท่องเที่ยว ผ่านกลไกกองทุนน้ำมัน ควบคู่กับการกำหนด “Tourism Fuel Rate” หรือราคาน้ำมันเฉพาะสำหรับภาคท่องเที่ยว ซึ่งเป็นการกำหนดอัตราราคาพิเศษให้กับผู้ประกอบการขนส่งนักท่องเที่ยว เช่น รถรับส่งโรงแรม รถทัวร์ และเรือท่องเที่ยว ผ่านระบบบัตรหรือการคืนเงินตามปริมาณการใช้งานจริง เพื่อลดต้นทุนในภาคขนส่งซึ่งเป็นต้นทุนหลักของทั้งระบบ และป้องกันการส่งผ่านต้นทุนไปยังนักท่องเที่ยว
ในด้านภาษี เสนอให้มีการลดภาษีสรรพสามิตน้ำมันชั่วคราว 6–12 เดือน และออกมาตรการ Energy Tax Credit ให้ผู้ประกอบการสามารถนำค่าไฟฟ้าและค่าน้ำมันไปหักภาษีได้โดยตรง ขณะเดียวกันควรมีมาตรการเฉพาะสำหรับ SMEs เช่น การลดภาษีเงินได้นิติบุคคลชั่วคราว การพักชำระหนี้ หรือการให้สินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ เพื่อช่วยประคองสภาพคล่องในช่วงที่ต้นทุนผันผวน เพื่อรักษา demand ของตลาด เสนอให้ภาครัฐเร่งออกโครงการ “คนละครึ่งพลัสท่องเที่ยว” โดยขยายรูปแบบจากคนละครึ่งเดิมให้ครอบคลุมค่าที่พัก ค่าเดินทาง และกิจกรรมท่องเที่ยว เพื่อกระตุ้นกำลังซื้อและช่วยดูดซับต้นทุนที่เพิ่มขึ้นโดยไม่กระทบราคาขายมากเกินไป
ขณะเดียวกัน สมาคมฯ เห็นว่าควรมีมาตรการช่วยเหลือสายการบินควบคู่กันไป เนื่องจากต้นทุนพลังงานเป็นต้นทุนหลักของสายการบินเช่นกัน โดยเสนอให้มีการลดภาษีน้ำมันเครื่องบิน (Jet Fuel) ชั่วคราว และ ลดค่าธรรมเนียมสนามบิน เช่น landing fee และ passenger service charge รวมถึงการจัดทำแพ็กเกจส่งเสริมเส้นทางบิน (Route Incentive Package) สำหรับเส้นทางระยะไกล เพื่อรักษาและเพิ่มจำนวนเที่ยวบินเข้าสู่ประเทศไทย
นอกจากนี้ ยังเสนอแนวคิดการแบ่งเบาความเสี่ยงร่วมกับสายการบิน (Load Factor Support) ในบางเส้นทางใหม่หรือเส้นทางยุทธศาสตร์ เพื่อจูงใจให้สายการบินเปิดหรือคงเส้นทางบินไว้ในช่วงที่ต้นทุนสูงและ demand ยังไม่ฟื้นเต็มที่ ในระยะกลาง เสนอให้จัดตั้งโครงการ “Solar for Tourism” โดยรัฐร่วมลงทุน 30–50% สำหรับการติดตั้ง Solar rooftop ในโรงแรมและธุรกิจท่องเที่ยว พร้อมสิทธิประโยชน์ทางภาษี เพื่อช่วยลดต้นทุนพลังงานในระยะยาว โดยเฉพาะในกลุ่ม SMEs
นอกจากนี้ ยังเสนอแนวคิด “Green Transport Corridor” ในพื้นที่ท่องเที่ยวสำคัญ เช่น ภูเก็ต โดยสนับสนุนยานยนต์ไฟฟ้า เช่น EV shuttle และ EV boat พร้อมโครงสร้างพื้นฐาน เพื่อปรับโครงสร้างต้นทุนพลังงานของระบบขนส่งทั้งเกาะในระยะยาว รวมทั้งเสนอให้มีการจัดตั้ง กองทุนพยุงต้นทุนพลังงานภาคท่องเที่ยว (Tourism Energy Stabilization Fund) เพื่อช่วยรองรับความผันผวนของราคาพลังงาน และให้การช่วยเหลืออย่างตรงจุด โดยเฉพาะผู้ประกอบการ SMEs ที่มีความเปราะบางสูง
“มาตรการเหล่านี้ต้องดำเนินการควบคู่กันทั้งระบบ ตั้งแต่สายการบิน ขนส่ง ไปจนถึงโรงแรม หากขาดส่วนใดส่วนหนึ่ง จะส่งผลต่อทั้งห่วงโซ่อุตสาหกรรม และสุดท้ายจะสะท้อนออกมาในราคาที่นักท่องเที่ยวต้องจ่าย” นายกสมาคมฯ กล่าว และยืนยันว่า ภาคเอกชนพร้อมในการร่วมมือกับภาครัฐในการยกระดับประสิทธิภาพด้านพลังงาน และขับเคลื่อนอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืนต่อไป.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ชาวนาระทม! ทุกอย่างแพงหมด ยกเว้นข้าวเปลือก บี้รบ.ลงพื้นที่ดูแล
ประชาชนในพื้นที่ อ.กงไกรลาศ จ.สุโขทัย รวมทั้งเจ้าของรถเกี่ยวนวดข้าว เจ้าของรถบรรทุก 6 ล้อ รับจ้างลากข้าว และเกษตรกรที่ทำนา ต่างพากันโอดครวญ
นายกฯอนุทิน บอกพอแล้ว งดจ้อสื่อ หลังประชุม ครม.นัดพิเศษ รับมือวิกฤตน้ำมันขึ้น 6 บาท
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เดินทางออกจากทำเนียบรัฐบาล ภายหลังวันนี้ได้ประชุมคณะรัฐมนตรีนัดพิเศษรับมือสถานการณ์พลังงาน ตะวันออกกลาง โดนสื่อมวลชน
“โอฬาร” ชี้ เรือไทยผ่านฮอร์มุซได้ สะท้อนกึ๋นการทูต “สีหศักดิ์” เปลี่ยนวิกฤติเป็นโอกาส ช่วยเพิ่มสภาพคล่องด้านพลังงาน
รศ.ดร.โอฬาร ถิ่นบางเตียว อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา ให้ความเห็นกรณีเรือพาณิชย์ของไทยสามารถผ่านช่องแคบฮอร์มุซได้อย่างปลอดภัย ท่ามกลางสถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลางว่า
เปิดมาตรการช่วยเหลือ รถขนส่ง-รถโดยสารสาธารณะ-จยย.รับจ้าง ชดเชยให้ตามจริง
ครม. งัดมาตรการ อุ้ม “รถขนส่ง-รถโดยสารสาธารณะ-จยย.รับจ้าง” ชดเชยให้ตามใช้จริง ลดผลกระทบราคาพลังงาน นายกฯแนะปชช.ใช้รถสาธารณะช่วงสงกรานต์
ครม.นัดพิเศษ เคาะมาตรการเยียวยาน้ำมันแพง เล็งลดภาษีสรรพสามิต เพิ่มเงินบัตรคนจน 100 บาท
ครม.นัดพิเศษ เคาะมาตรการเยียวยาน้ำมันแพง เติมเงินบัตรสวัสดิการ เพิ่ม 100 บาทเป็น 400 บาท 1 เดือน อัดซอฟต์โลนหมื่นล้าน จ่อลดภาษีสรรพสามิต

