
เร่งปิดจ๊อบงานคุ้มครองผู้บริโภคทุกเคสอย่างต่อเนื่อง สำหรับ “รัฐมนตรีผึ้ง-ศุภมาส อิศรภักดี” รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะกำกับดูแลสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค หรือ สคบ.
ที่ให้ความสำคัญไม่ให้ประชาชนถูกเอารัดเอาเปรียบ พร้อมเปิดช่องทางรับฟังเสียงสะท้อนของผู้บริโภค
ล่าสุดได้ร่วมผลักดันงานนิทรรศการศิลปะสะท้อนปัญหาผู้บริโภค "SPEAK UP : เราต้องไม่ยอมจำนน” ซึ่งสภาองค์กรของผู้บริโภค ในฐานะตัวแทนภาคประชาชนจัดขึ้นเป็นครั้งแรกของประเทศไทย ที่เป็นการสะท้อนเสียงของผู้บริโภคผ่านผลงานศิลปะภาพเล่าเรื่องกว่า 200 ภาพ
ซึ่งเป็นการสานต่อนโยบายของรัฐบาลที่ห่วงใยความเดือดร้อนของประชาชนจากการถูกเอารัดเอาเปรียบในชีวิตประจำวัน พร้อมให้ทุกหน่วยงานเปิดช่องทางรับฟังเสียงประชาชนให้มากที่สุด รัฐมนตรีศุภมาสจึงกำหนดให้การทำงานร่วมกับภาคประชาชนเป็นแนวทางหลักของ สคบ. โดยแปลงเสียงสะท้อนจากผู้บริโภคมาเป็นมาตรการที่บังคับใช้ได้จริง พร้อมทำงานแบบบูรณาการเชิงรุก แทนการรอให้เกิดความเสียหายแล้วค่อยตามแก้เป็นรายกรณี
โดยรัฐมนตรีผึ้งไปเป็นประธานเปิดงาน พร้อมฝากด้วยว่า "ศิลปะทำให้คนหยุดมองและรู้สึกกับปัญหาที่สังคมเคยชินจนมองข้าม เรื่องร้องเรียนหนึ่งเรื่องไม่ใช่ปัญหาของคนคนเดียว แต่คือสัญญาณว่ายังมีคนอีกจำนวนมากเจอเรื่องเดียวกันแล้วเลือกที่จะเงียบ จึงอยากให้คนที่เดินเข้ามาในนิทรรศการนี้กลับออกไปพร้อมความมั่นใจว่าการส่งเสียงไม่ใช่เรื่องยาก แต่คือสิทธิของทุกคน”
พร้อมได้มอบหมายให้ สคบ.นำ 4 ประเด็นจากนิทรรศการไปจัดลำดับความเร่งด่วน และรายงานความคืบหน้าเป็นระยะ โดยเฉพาะเรื่องสัญญาที่พักอาศัยที่ต้องติดตามการบังคับใช้อย่างใกล้ชิด เนื่องจากพบว่าผู้ประกอบการบางส่วนเลี่ยงข้อกำหนดด้วยการปรับขึ้นค่าเช่าแทน พร้อมกำชับให้เปิดช่องทางรับเรื่องจากภาคประชาชนให้เร็วขึ้น
พร้อมเชิญชวนประชาชนเข้าชมนิทรรศการศิลปะดังกล่าวที่เปิดให้เข้าชมฟรี ที่หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร จัดขึ้นระหว่างวันที่ 18-30 สิงหาคมนี้ และหากพบการถูกเอาเปรียบขอให้ร้องเรียนมาที่สายด่วน สคบ.
ส่วนวันนี้ 24 สิงหาคม เจ้าตัวนั่งหัวโต๊ะถกคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคนัดสำคัญอีกนัด.
บรรจง
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
งานรวมรุ่นใหญ่
เป็นประจำทุกปี เวลาถึงวันที่ 19 สิงหาคม ครอบครัวศิลปอาชา จะจัดพิธีบำเพ็ญกุศลให้แก่ ‘มังกรสุพรรณ’ บรรหาร ศิลปอาชา นายกรัฐมนตรีคนที่ 21 ของประเทศไทย ที่วัดปราสาททอง อ.เมืองฯ จ.สุพรรณบุรี
ยอมน้อยให้ได้มาก
ประเด็นร้อนทางการเมืองที่กลายเป็นทอล์กออฟเดอะทาวน์ชั่วข้ามคืน หลังจากปรากฏภาพของ "อนุทิน ชาญวีรกูล” นายกรัฐมนตรี ก้มตัวไหว้ "ทักษิณ ชินวัตร” กลางงานศพ "เกรียง กัลป์ตินันท์” อดีต รมช.มหาดไทย เมื่อคืนวันที่ 14 สิงหาคมที่ผ่านมา ได้ก่อให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางในสังคม
ป๊อก คาสโตร
กลายเป็นประเด็นแซวกันสนั่นเมื่อ "อ.ป๊อก" ปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการคณะก้าวหน้า ลุกขึ้นมาร่ายยาวบทความเนื่องในวาระรำลึก 100 ปีชาตกาลของ “ฟิเดล คาสโตร” อดีตผู้นำคิวบาผู้ล่วงลับ โดยยกย่องสปิริตและแท็กติกการสู้คดีของคาสโตรเมื่อปี 1953 จากเหตุการณ์นำกองกำลังบุกค่ายทหารมอนกาดาเพื่อหวังโค่นระบอบเผด็จการบาติสตา แม้จะล้มเหลวจนตัวเองถูกจับติดคุก แต่คาสโตรกลับใช้เวทีศาลพูดปราศรัยทางการเมืองนานกว่าสองชั่วโมง จนเกิดคำกล่าวลือลั่นว่า “ประวัติศาสตร์จะตัดสินให้ผมพ้นผิด” ซึ่ง อ.ป๊อก ของกลุ่มส้มศึกษามาตั้งแต่สมัยเรียนนิติศาสตร์ แถมยังยอมรับอย่างภาคภูมิใจว่าเอาแนวทางนี้มาปรับใช้กับการเขียนคำให้การและการแถลงปิดคดีสู้ศึกการเมืองในไทยแบบเป๊ะๆ
'ไม่ต้องไหว้น้องโฮม'
ช่วงนี้เป็นช่วงปิดสมัยประชุมสภาผู้แทนราษฎรอยู่ โดยจะมีการเปิดอีกครั้งในวันที่ 25 ส.ค.ที่จะถึงนี้ โดยในช่วงก่อนที่จะมีการเปิดประชุมสภา ถือว่าเป็นช่วงที่เหล่า สส.ได้ลงพื้นที่อย่างเต็มที่ รวมถึงได้พบปะกับชาวบ้าน หรือทำภารกิจต่างๆ ร่วมกัน
ปักหมุดสาขา 28
พรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) ครบรอบ 4 ปีแล้วเมื่อต้นเดือนสิงหาคม 2569 พร้อมเดินหน้าก้าวสู่ปีที่ 5 ต่อไปภายใต้การนำของ นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรค และนายชัชวาลล์ คงอุดม เลขาธิการพรรค
ใครเอามาติดผม
ทีนี้รู้ยัง ‘เสี่ยหนู’ อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย ดึง รองเล็ก-ปกรณ์ นิลประพันธ์ อดีตเลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา ที่เหลืออายุราชการอีกหลายปี มานั่งเป็นรองนายกรัฐมนตรี ดูแลเรื่องกฎหมายให้รัฐบาลทำไม

