
“เมื่อสัญญาณ ลมใต้ปีกต่างๆ ยังหนุนและชัดเจนกับระบอบสีน้ำเงิน กระแสข่าวลือเปลี่ยนตัวนายกฯ หรือดีลลับแดง-เขียว คงเป็นเกมดิสเครดิต สร้างแรงกระเพื่อม และทำให้คนหวั่นไหวเกิดความสับสนเท่านั้น มากกว่าจะเกิดขึ้นจริงในสถานการณ์บ้านเมืองตอนนี้ใช่หรือไม่”
เสถียรภาพของรัฐบาลอนุทินในวันนี้ ไม่ได้ถูกท้าทายจากตัวเลขเสียงในสภาเพียงอย่างเดียว หากแต่ถูกทดสอบผ่าน “สงครามข่าวลือ” และความพยายามสร้างภาพความแตกแยกภายในเครือข่ายอำนาจของพรรคภูมิใจไทย ซึ่งถูกเรียกขานกันว่า ระบอบสีน้ำเงิน มากกว่า เพราะเมื่อการเมืองในสภายังยากจะสั่นคลอน เป้าหมายของฝ่ายตรงข้ามจึงหันมาอยู่ที่การบั่นทอนความน่าเชื่อถือ สร้างความหวาดระแวง และปลุกกระแสให้เกิดความไม่ไว้วางใจกันเองภายในแกนนำรัฐบาล
ยุทธวิธีเช่นนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่ เพราะเคยเกิดขึ้นมาแล้วในยุค “2 ลุง” เมื่อความสัมพันธ์ระหว่าง “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา และ “บิ๊กป้อม” พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ค่อยๆ แตกร้าวจากกระแสข่าวความหวาดระแวงและการช่วงชิงอำนาจ จนนำไปสู่การแยกทางเดินคนละพรรค ผลสุดท้ายทั้งสองฝ่ายต่างสูญเสียฐานอำนาจ และบทบาททางการเมืองก็ค่อยๆ ปิดฉากลง
ภาพเดิมจึงถูกนำมาพยายามฉายซ้ำกับแกนนำพรรคภูมิใจไทย ผ่านวาทกรรม “2 น. 1 พ.” ที่หมายถึง อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย เนวิน ชิดชอบ ผู้นำทางจิตวิญญาณของพรรค และ พิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ในฐานะแม่ทัพภาคใต้ โดยหวังสร้างภาพว่าทั้งสามกำลังเดินเข้าสู่เส้นทางแห่งความแตกแยกเช่นเดียวกับยุค “2 ลุง”
ในส่วนของ 2 น. คือ นายกฯ หนู และ เนวิน แม้เกิดประเด็นในเรื่องการวัดพลังของลูกน้องเกี่ยวกับจัดการมาเฟียและผู้มีอิทธิพลในภูเก็ต และวัดพลังโดยมีสองขั้วหลักที่ถูกจับตามองคือขั้วของ “อนุทิน” ที่มีแนวโน้มสนับสนุน “ปลัดป๊อบ” อรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย และขั้วของ “ครูใหญ่” เนวิน ชิดชอบ ผู้นำทางจิตวิญญาณพรรคภูมิใจไทย ที่ถูกมองว่าให้การสนับสนุน “อธิบดีพวง” นฤชา โฆษาศิวิไลซ์ อธิบดีกรมการปกครอง แต่สุดท้ายก็เคลียร์กันให้ต่างคนต่างทำงานของตัวเอง
โดยก่อนหน้านี้ “อนุทิน” ปฏิเสธอย่างชัดเจน ยืนยันว่า "2 น." ไม่มีความขัดแย้งใดๆ ทั้งสิ้น "สมัยก่อนจะเปลี่ยนชื่อเป็น 'เนทิน' กับ 'อนุวิน' อยู่แล้ว อย่าไปใส่ใจเรื่องไม่เป็นเรื่อง"
เมื่อทำอะไร 2 น.ไม่ได้ หวยก็ไปตกที่ “พ.” หรือพิพัฒน์ ถือเป็นบ่อน้ำมันทางการเมือง ท่ามกลางแรงกดดันทางการเมืองหลายด้าน ทั้งกระแสกล่าวหากรณีน้ำมัน การปรับบทบาทด้านโครงการอีอีซีและแลนด์บริดจ์ ตลอดจนการลาออกของเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม หลังมีกระแสข่าวเชื่อมโยงทุจริตการสอบท้องถิ่น จนถูกนำมาเชื่อมโยงว่าเป็นผลจากการลดบทบาทของ “2 น.” เพื่อเขี่ยแม่ทัพภาคใต้ออกจากวงอำนาจ
แกนนำทั้ง 3 คนเลือกตอบโต้ โดย อนุทิน ได้เผยแพร่ภาพถ่ายร่วมกับ เนวิน และ พิพัฒน์ พร้อมข้อความว่า “สัมพันธ์ #นนพ. ร้าวฉานปานเครมบรูเล่” และใช้ขนมหวานฝรั่งเศสเป็นสัญลักษณ์เปรียบเปรยว่า แม้ผิวหน้าจะดูเปราะบาง แต่เนื้อในยังเหนียวแน่นเป็นหนึ่งเดียว เพื่อยืนยันความสัมพันธ์และไม่เป็นไปตามกระแสข่าวที่ถูกสร้างขึ้น เพราะทัพสีน้ำเงินมีเป้าหมายใหญ่คือครองอำนาจระยะยาว และป้องกันกระบวนการถอนรากถอนโคนประเทศ
ความพยายามเสี้ยมให้แตกแยกยังไม่จบ และเมื่อเกิดการตีความโพสต์บนสื่อสังคมออนไลน์ กรุณา ชิดชอบ ภรรยาของเนวิน ที่เขียนข้อความว่า “เหลี่ยมจัดก็ตัดทิ้ง ดีก็คบ ทรยศก็ตัดทิ้ง โตแล้วอย่าซับซ้อน” ซึ่งคนวงในระบุว่า การโพสต์ดังกล่าวไม่เกี่ยวกับเรื่องการเมือง แต่เป็นการต่อว่าคนในวงการฟุตบอล
แต่ ไทกร พลสุวรรณ นักเคลื่อนไหวทางการเมือง หยิบโพสต์ดังกล่าวมาตีความขยายผลว่า "เหลี่ยมจัดก็ตัดทิ้ง ดีก็คบ ทรยศก็ตัดทิ้ง โตแล้วอย่าซับซ้อน เฉียบขาดเมียครูใหญ่สั่งให้ปรับพรรคสีแดงออกจาก ครม." และอีกโพสต์ “เมียครูใหญ่ควันออกหูเมื่อรู้ข่าวดีลลับแดง-เขียว ที่โมนาโก 'งดออกเสียง' เพื่อเปลี่ยนตัวนายกฯ และถีบครูใหญ่ออกจากอำนาจแฝงการเมือง”
ส่งผลคนที่ร้อนที่สุดอย่าง ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า สส.บัญชีรายชื่อ ในฐานะหัวหน้าพรรคกล้าธรรม (กธ.) ต้องออกมาปฏิเสธ พร้อมโพสต์คลิปช่วงที่ไปเที่ยวพักผ่อนที่ประเทศฝรั่งเศสและโมนาโกกับครอบครัวผ่านเฟซบุ๊กภายหลังมีกระแสข่าวว่า ตนเดินทางไปพักผ่อนที่ฝรั่งเศสและโมนาโกจริง ไปพักผ่อนกับครอบครัว ไม่มีเรื่องการเมือง “ไม่ชอบเป็นอีแอบ" และไม่มีความจำเป็นต้องแอบข้ามน้ำข้ามมหาสมุทรไปเจอท่านทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ถึงโมนาโก
ตนคงไม่ต้องไปสาบานที่ไหน แค่เช็กการเดินทางของท่านทักษิณก็รู้ว่าท่านไม่ได้เดินทางไปโมนาโก #ไม่มีปฏิญญา Monaco และสะท้อนให้เห็นว่า ดีลระหว่างแดงและเขียวไม่เป็นความจริง และยังอยู่ในสถานะ ฝ่ายคอย...ที่พร้อมร่วมรัฐบาลเมื่อสถานการณ์เหมาะสม
เช่นเดียวกับ สุทิน คลังแสง สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย แกนนำพรรคเพื่อไทย ปฏิเสธถึง "ดีลลับแดง-เขียว" ว่า สถานการณ์การเมืองตอนนี้พรรคร่วมรัฐบาลทำงานด้วยกันไปได้ด้วยดี คงไม่ถึงขั้นที่พรรคไหนจะคิดล้มรัฐบาล เท่าที่เห็นการทำงานยังไม่มีการขัดแข้งขัดขากัน ส่วนตัวไม่เชื่อข้อมูลดังกล่าว เพราะถ้าจะคุยกันจริง ระดับนายทักษิณไม่จำเป็นต้องนัดหมายไปถึงโมนาโก อยู่กรุงเทพฯ ท่านเรียกใครไปพบไปคุยที่บ้านได้ เท่าที่ทราบตอนนี้นายทักษิณลดบทบาททางการเมืองให้คนที่อยู่ในพรรค พท.ดำเนินการ
“นายไทกรขยันพูดเรื่องทำนองนี้มาตลอดที่ผ่านมา มีจริงบ้างไม่จริงบ้าง ครั้งนี้หากอยากให้ประชาชนเชื่อถือคำพูด นายไทกรต้องพูดให้ละเอียด มีหลักฐานบ่งชี้มากกว่านี้ เพราะการพูดลอยๆ ทำให้สังคมสับสน สร้างผลกระทบต่อความเชื่อมั่นทางการเมือง ไม่เป็นผลดีต่อการขับเคลื่อนประเทศ ทางที่ดีนายไทกรควรพูดแสดงหลักฐานข้อบ่งชี้ให้ชัดเจน ไม่เช่นนั้นต่อไปจะไม่มีคนเชื่อถือ” แกนนำเพื่อไทยสยบข่าว
ด้าน รศ.โอฬาร ถิ่นบางเตียว นักวิชาการคณะรัฐศาสตร์และนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา วิเคราะห์เรื่องกระแสข่าว "ดีลเขียว-แดง" ว่า มีความเป็นไปได้ เพราะธรรมชาติของการเมืองไทยมีการเจรจาต่อรองกันอยู่เสมอ และหวังใช้กระแสนี้ผูกโยงกับคดีฮั้วเลือก สว. ที่ฝ่ายค้านนำไปสู่การอภิปรายไม่ไว้วางใจ ต้องการ "เอาคืน" นายกฯ และผู้นำทางจิตวิญญาณพรรคสีน้ำเงิน
แต่หากทำเช่นนั้นจริง ต้องระวังพรรคภูมิใจไทยอาจมีแผน "เอาคืน" กลับโดยการดึงคนบางส่วนในพรรคเพื่อไทย (ที่ไม่เห็นด้วยกับคุณทักษิณ) มาจับมือกับพรรคสีเขียวหรือสีน้ำเงินแทน เพื่อรักษาเสถียรภาพรัฐบาลเอาไว้โดยไม่ให้รัฐบาลล้ม ซึ่งเป็นการเดินเกมที่ทำให้พรรคเพื่อไทยแตกออกเป็น 2 ฝั่ง
“ทราบว่ามุมมองต่อชนชั้นนำยังคงต้องการรัฐบาลที่มีเสถียรภาพ โดยลำดับความเชื่อมั่นในขณะนี้คือ พรรคสีน้ำเงิน อันดับ 1 พรรคสีแดง อันดับ 2 และพรรคสีเขียว อันดับ 3 ส่วนพรรคส้มยังไม่ถูกรวมอยู่ในสมการของชนชั้นนำ" นักวิชาการวิเคราะห์
เมื่อสัญญาณ ลมใต้ปีกต่างๆ ยังหนุนและชัดเจนกับระบอบสีน้ำเงิน กระแสข่าวลือเปลี่ยนตัวนายกฯ หรือดีลลับแดง-เขียว คงเป็นเกมดิสเครดิต สร้างแรงกระเพื่อม และทำให้คนหวั่นไหวเกิดความสับสนเท่านั้น มากกว่าจะเกิดขึ้นจริงในสถานการณ์บ้านเมืองตอนนี้ใช่หรือไม่.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ศึกใน7เสือฉีกหน้าฝ่ายค้าน สังคมรุมขยี้มติกกต.
หลังจากเสร็จการลงมติ กกต.ในคดีฮั้วสมาชิกวุฒิสภา (สว.) ซึ่งเป็นคดีประวัติศาสตร์ ที่ใช้เวลาดองเค็มข้ามปี พร้อมคำตัดสินจากผู้ถูกร้องระดับมหากาพย์ 427 ราย
กกต.เปิดมติรายคน 21 ผู้ถูกร้องคดีฮั้ว สว. 'อนุทิน-แกนนำ ภท.' ไม่ถูกส่งศาลฎีกา
กกต.เผยรายละเอียดมติคดีฮั้ว สว. ข้อกล่าวหาที่ 1 เปิดรายชื่อผู้ถูกร้อง 2
นายกฯ ส่งทนายฟ้อง 'ยิ่งชีพ' หมิ่นประมาทเอี่ยวฮั้ว สว. ย้ำไม่ได้ฟ้องปิดปาก
นายกฯ ส่งทนายฟ้อง “ยิ่งชีพ” หมิ่นประมาทฯ เอี่ยวฮั้ว สว. ปฏิเสธไม่เกี่ยวกับมติกกต.ที่มีความเห็นไม่สั่งฟ้อง กก.บห.ภูมิใจไทย ย้ำไม่ได้ฟ้องเพื่อปิดปาก ส่วนจะฟ้องใครต่ออยู่ระหว่างพิจารณา
'โฆษกภท.' ลั่น ไม่หนักใจแต่แรก มั่นใจไม่มีส่วนเกี่ยวข้องฮั้วสว.
ที่รัฐสภา น.ส.แนน บุณย์ธิดา สมชัย รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ในฐานะโฆษกพรรคภูมิใจไทย ให้
'โบว์' ตอกเพื่อไทย 'เขากระโดง' ไม่อาจจบใน 1 เดือน 'คดีฮั้วสว.' ไม่อาจจบด้วยอำนาจการเมือง
โบว์ ณัฏฐา หรือ น.ส.ณัฏฐา มหัทธนา พิธีกรรายการวิเคราะห์ข่าว นักเคลื่อนไหวทางการเมือง โพสต์ข้อความว่าด้วยความเคารพต่อทุกฝ่า
ยื่นสอย-ดำเนินคดีอาญา 26สว.แต่น้ำเงินยังคุมสภาสูง รอโหวต กกต.-ป.ป.ช. ใหม่
เป็นไปตามคาด ไม่เหนือความคาดหมาย กับ”มติคณะกรรมการการเลือกตั้ง”(กกต.) ในคดีฮั้วสว.ที่ลงมติชี้ขาดกันเมื่อ 14 ก.ย.ที่ผ่านมา กับการส่งคำร้องไปศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้ง แต่ส่งเฉพาะแค่บางส่วน ไม่ได้ส่งครบหมด 229 ชื่อตามสำนวนการไต่สวนของคณะอนุกรรมการสืบสวนไต่สวนชุดที่ 26

