หลังเปิดสภา 25 ส.ค. การเมืองร้อนกลางสายฝน ล็อกเป้าซักฟอกถล่ม'อนุทิน'

แน่นอนว่าไคลแมกซ์การเมืองในช่วงการประชุมสภาสมัยล่าสุด ที่จะเริ่มเปิดสมัยประชุมสภาผู้แทนราษฎร 25 ส.ค.นี้เป็นต้นไป คือ

ศึกซักฟอก เปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลอนุทิน ชาญวีรกูล 

ที่ยังไม่ชัดว่าพรรคร่วมฝ่ายค้านจะยื่นญัตติขอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจแบบใด จะยื่นซักฟอกอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย คนเดียว แบบสภาสมัยที่แล้วที่พรรคประชาชนยื่นญัตติซักฟอกแพทองธาร ชินวัตร คนเดียว แล้วอภิปรายภาพรวมกระทรวงต่างๆ หรือจะอภิปรายรัฐมนตรีแบบรายบุคคล คือมีอนุทินเป็นเป้าหลักที่ฝ่ายค้านต้องการทุบให้เดี้ยง-ถล่มให้อ่วมกลางห้องประชุมสภา แต่ก็จะมีรัฐมนตรีบางคนรวมอยู่ด้วย

เช่น ไชยชนก ชิดชอบ รมว.ดิจิทัลฯ เพราะหากไม่มีการอภิปรายไชยชนกในเรื่องโครงการ TH-AI Passport ที่ฝ่ายค้านออกมาชี้เป้าว่าโครงการดังกล่าวมีปัญหาหลายส่วน แต่แล้วกลับไม่อภิปรายไชยชนก มันก็จะกลายเป็นมวยล้มต้มคนดู ฝ่ายค้านก็จะเสียทางการเมือง ทำนองปั่นเยอะแต่ไม่มีข้อมูล

ผนวกกับไชยชนกก็เป็นถึงเลขาธิการพรรคภูมิใจไทย และลูกเนวิน ชิดชอบ ผู้ยิ่งใหญ่พรรคสีน้ำเงิน หากฝ่ายค้านต้องการทุบ-บดขยี้ ระบอบสีน้ำเงิน การยื่นซักฟอก อนุทิน-ไชยชนก จึงตอบโจทย์ที่สุดในการทุบสีน้ำเงินกลางสภา ถ้าเป็นแบบนี้ทำให้มีความเป็นไปได้ที่ศึกซักฟอกที่จะมีขึ้นอาจจะไม่ได้มีการอภิปรายอนุทินคนเดียว

อย่างไรก็ตาม ก่อนจะไปถึงฉากไคลแมกซ์ ศึกซักฟอกอภิปรายไม่ไว้วางใจที่อาจเกิดขึ้นช่วงกันยายน-ตุลาคม ก็พบว่าเปิดสภามาก็มีวาระร้อน การเมืองกลางฤดูฝน รอคิวเปิดตั้งแต่หัววันหลังเปิดสภา

ไล่ตั้งแต่วันที่ 26 ส.ค. ที่วิปรัฐบาลจะให้สภาพิจารณาพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ปัญหาผลกระทบจากสถานการณ์วิกฤตด้านพลังงานและสร้างการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศ พ.ศ.2569 วงเงิน 4 แสนล้านบาททันที อันเป็นเรื่องที่ค้างมาจากการเปิดประชุมสภาสมัยที่ผ่านมา เพราะสภารอผลคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งเมื่อศาล รธน.ไฟเขียวให้ พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาทผ่านฉลุย ไม่ขัดรัฐธรรมนูญ สภาจึงต้องมาลงมติให้ความเห็นชอบย้อนหลังตามกระบวนการรัฐธรรมนูญ

ซึ่งแม้ว่าพระราชกำหนดกู้เงิน 4 แสนล้านบาทดังกล่าวจะมีผลบังคับใช้แล้ว และมีการใช้เงินไปกับโครงการไทยช่วยไทยพลัส 60/40 ขณะเดียวกันก็มีการเตรียมนำเงินอีก 2 แสนล้านบาทไปใช้ในการทำโครงการเปลี่ยนผ่านพลังงานฯ จุดนี้เป็นเรื่องที่หลายฝ่ายกำลังจับตาดูกันอยู่ว่าจะมีการแบ่งเค้กอะไรกันหรือไม่ในกระทรวงต่างๆ ในการเสนอโครงการเพื่อขอใช้เงินกู้ดังกล่าว แม้ก่อนหน้านี้กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) จะมีการออกคำสั่งด่วน ยกเลิกการให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทำเรื่องเสนอโครงการขอใช้งบดังกล่าว แต่เนื่องจากเป็นเงินจำนวนมากระดับแสนล้านบาท ทำให้เป็นเรื่องที่ทุกฝ่ายจับตามองอยู่ว่าจะมีการรั่วไหลหรือมีช่องโหว่ให้เกิดการทุจริตอะไรหรือไม่

คาดว่าการประชุมสภา 26 ส.ค. ที่จะพิจารณา พ.ร.ก.เงินกู้ 4 แสนล้านบาทดังกล่าว แม้การอภิปรายของฝ่ายค้านอาจไม่ได้มีผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงอะไร แต่คาดว่าจะมี สส.พรรคร่วมฝ่ายค้านหลายคนอภิปรายนำเสนอข้อมูลในเชิงไม่เห็นด้วยกับการออก พ.ร.ก.ดังกล่าว

รวมถึงอาจมีการอภิปรายในเชิงตั้งข้อสังเกตและแสดงความเป็นห่วงถึงการเตรียมใช้เงิน 2 แสนล้านบาทในการทำโครงการเปลี่ยนผ่านพลังงานฯ ว่าอาจเกิดช่องโหว่ให้เกิดการทุจริตหรือมีการตีเช็คเปล่าเกิดขึ้น ส่วนว่าข้อมูลและการอภิปรายของฝ่ายค้านจะดุดัน-ข้อมูลแน่น ประเด็นดีหรือไม่ ต้องรอติดตามกันกลางสัปดาห์หน้านี้ 26 ส.ค. ตามที่วิปรัฐบาลได้แถลงไว้

เบื้องต้นวิปรัฐบาลให้เวลาฝ่ายค้านอภิปราย 8 ชั่วโมง โดยรัฐบาลยืนยันว่าจะให้ฝ่ายค้านอภิปราย ตรวจสอบ ซักถามฝ่ายบริหารได้เต็มที่ ขณะที่การอภิปรายของ สส.ฝ่ายรัฐบาล รวมถึงการชี้แจงของรัฐมนตรี มีเวลารวม 3 ชั่วโมง ทั้งนี้จะใช้เวลาพิจารณาตั้งแต่เวลา 09.00 น. และคาดว่าจะลงมติในช่วงเวลา 21.00 น. ที่ยังไงเสียง สส.รัฐบาลโหวตผ่าน พ.ร.ก.ดังกล่าวแน่นอน และไม่แน่อาจจะได้เห็น สส.ฝ่ายค้านบางคนมาโหวตเห็นชอบ พ.ร.ก.ดังกล่าวก็เป็นได้

ถัดจากนั้นช่วงต้นเดือนหน้า กันยายน จะถึงคิวการประชุมสภาเพื่อให้ความเห็นชอบ ร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี พ.ศ.2570 วาระสอง พิจารณาเรียงรายมาตรา ตามแต่ละหน่วยงาน และวาระสาม การลงมติให้ความเห็นชอบร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี พ.ศ.2570 ในวาระสาม เพื่อให้ทันตามกรอบเวลาปฏิทินงบประมาณ

พบว่าวิปรัฐบาลกำหนดกรอบเวลาออกมาแล้วว่าวางคิวให้สภาพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบฯ 2570 วาระสองและวาระสามช่วงวันที่ 7-9 ก.ย.2569

โดยแม้ว่าที่ผ่านมายังไม่ถึงกับมีข่าวว่ากรรมาธิการงบฯ จากปีกฝ่ายค้านมีข้อมูลหรือข้อสังเกตว่ามีการจัดสรรงบประมาณรายจ่ายจากบางหน่วยงานหรือจากบางโครงการที่มีความผิดปกติแบบชัดเจน อันสุ่มเสี่ยงจะเปิดช่องให้เกิดการทุจริตได้ หากมีการเบิกจ่ายหลัง พ.ร.บ.งบฯ ปี 2570 มีผลบังคับใช้ แต่ก็เชื่อว่ากรรมาธิการงบฯ จากฝ่ายค้านบางส่วนอาจจะมีการเก็บข้อมูลงบบางโครงการหรือบางหน่วยงาน เพื่อนำไปอภิปรายในที่ประชุมสภาวาระสอง ในทำนองเช่น มีการตั้งงบไว้สูงเกินปกติ อันสุ่มเสี่ยงจะเป็นการสิ้นเปลืองงบประมาณ หรือบางหน่วยงานมีการตั้งงบทำโครงการหรือทำนโยบายที่ไม่เป็นประโยชน์ต่อประชาชน แม้จะพยายามขอให้ กมธ.งบฯ ปรับลดงบลงแล้ว แต่ไม่สำเร็จ จึงต้องสงวนความเห็นในฐานะ กมธ.งบฯ เสียงข้างน้อย มาอภิปรายในสภา เป็นต้น

ก็อาจเป็นไปได้ว่าการประชุมสภาตอนพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบฯ 2570 วาระสอง คงมีความเข้มข้นในระดับหนึ่ง ที่จะเป็นการแสดงให้เห็นว่า กมธ.งบฯ ปีกฝ่ายค้าน รวมถึง สส.ฝ่ายค้านที่ไม่ได้เป็นกรรมาธิการฯ แต่ได้ขอสงวนความเห็นไว้ มีการทำการบ้าน เก็บข้อมูลมาดีแค่ไหน เพื่อนำมาสู่การอภิปรายในวาระสอง ที่หากทำได้ดี มีข้อมูลที่น่าสนใจ การอภิปรายของฝ่ายค้านมีลำหักลำโค่น มันก็เหมือนกับเป็นเวทีลับฝีปากและเวทีซักซ้อมของฝ่ายค้าน เพื่อเรียกน้ำย่อยก่อนถึงแมตช์ใหญ่ ศึกซักฟอก เปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล

ท่าทีล่าสุดของ ผู้นำฝ่ายค้านในสภาฯ-ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน ย้ำว่า ศึกซักฟอกรอบนี้จะพุ่งเป้าไปที่ ระบอบสีน้ำเงิน เป็นหลัก เพื่อเปิดแผลให้ประชาชนทั้งประเทศได้เห็นกลางสภา โดยหลังเปิดสภาจะขอรอการหารือกับพรรคฝ่ายค้านก่อน เพื่อไม่ให้เสียมารยาททางการเมือง ซึ่งตอนนี้ใครที่ไม่ได้เป็นฝ่ายรัฐบาลก็คุยได้หมด อยู่ที่ว่าแต่ละพรรคประสงค์ร่วมอภิปรายไม่ไว้วางใจด้วยหรือไม่ ยืนยันใครไม่ได้เป็นรัฐบาลจะส่งเทียบเชิญมาพูดคุย

“ช่วงปิดสมัยประชุมสภา เราได้เก็บข้อมูลเกี่ยวกับการอภิปรายไม่ไว้วางใจโดยตลอด ซึ่งข้อมูลที่ได้เปิดเผยมาก่อนหน้านี้ เช่น การโกงฮั้ว สว. เป็นสิ่งที่จำเป็นต้องออกมาเปิดเผยข้อมูลในตอนนี้ เพราะ กกต.กำลังมีมติต่อผู้ที่ถูกกล่าวหาในวันที่ 31 ส.ค.นี้

ยังมีข้อมูลอีกหลายส่วนที่เราได้รับมาจากคนที่อยู่ในระบอบสีน้ำเงิน ที่ยังไม่ได้เปิดเผย ดังนั้น ขอยืนยันว่าการอภิปรายไม่ไว้วางใจครั้งนี้จะตีแผ่ให้เห็นว่าระบอบสีน้ำเงินกำลังกัดกินประเทศจากภายในอย่างไรบ้าง”

อย่างไรก็ตาม อนุทิน-ภูมิใจไทย ย่อมไม่มีทางตกเป็น เป้านิ่ง ให้ฝ่ายค้านไล่ถลุง ในเมื่อมีมือมีเท้าเหมือนกัน หากไล่ชกมาก็ต้องป้องกันลำตัวและหาจังหวะสวนกลับ

อย่างช่วงที่ผ่านมา อนุทินก็พยายามตีกันเรื่อง "ฮั้ว สว.” ที่บางฝ่ายคาดว่าอนุทิน-รัฐบาลสีน้ำเงินจะโดนฝ่ายค้านทุบหนักในเรื่องนี้ แต่ก็จะพบว่าอนุทินพยายามดีดตัวออกจากเรื่องฮั้ว สว.มาโดยตลอด โดยย้ำหลายครั้งว่ารัฐบาลภูมิใจไทยไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีฮั้ว สว. หากฝ่ายค้านอภิปรายมา แต่รัฐบาลเห็นว่าไม่เกี่ยวข้อง ก็ไม่จำเป็นต้องตอบ-ชี้แจง

จับทิศทางการเมืองแลเห็นชัด มันคือการส่งสัญญาณตั้งแต่เนิ่นๆ แล้วว่า หากฝ่ายค้านเขียนญัตติขอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจอนุทินและรัฐบาลว่าเกี่ยวข้องกับคดีฮั้ว สว. ฝ่ายรัฐบาลคงไม่ยอมง่ายๆ ต้องเริ่มสกัดตั้งแต่แรก เช่น อาจมีการให้โสภณ ซารัมย์ ประธานสภาฯ ไม่ยอมให้ฝ่ายค้านเขียนญัตติเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจ โดยมีเรื่องของฮั้ว สว.อยู่ในญัตติ เพื่อเป็นการสกัดตั้งแต่ด่านแรกไม่ให้ฝ่ายค้านอภิปรายเรื่องฮั้ว สว. โดยหากฝ่ายค้านเขียนมาในญัตติ ก็ต้องให้โสภณบอกฝ่ายค้านแก้ญัตติใหม่เพื่อไม่ให้อภิปรายเรื่องฮั้ว สว. แต่มีหรือที่ฝ่ายค้านจะยอมง่ายๆ ยังไงต้องเอาเรื่องฮั้ว สว.ไปอภิปรายไม่ไว้วางใจอนุทินและรัฐมนตรีพรรคภูมิใจไทยกลางสภาให้ได้

ส่วนเรื่องอื่นๆ ก็คาดว่าฝ่ายค้านคงกำลังเก็บข้อมูลอยู่เช่นกัน อาทิ การทุจริตสอบบรรจุข้าราชการท้องถิ่นฯ โดยจะเน้นอภิปรายในเชิงว่ากระบวนการตรวจสอบจากฝ่ายรัฐบาล-กระทรวงมหาดไทย มีการตัดตอนการสอบสวนเอาผิดกระบวนการทุจริตสอบท้องถิ่น ไม่ให้ไปถึงฝ่ายการเมืองและข้าราชการระดับสูงในขั้วการเมืองสีน้ำเงิน เป็นต้น

สถานการณ์ทั้งหมดทำให้แลเห็นได้ชัดว่า การเมืองหลังเปิดสภา 25 ส.ค. มีฉากเข้มข้น-เร้าใจให้ดูหลายฉาก ตามข้อมูลข้างต้น ส่วนหากจะให้ประเมินว่าแล้วจะเกิดการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองขึ้นในช่วงหลังเปิดสมัยประชุมสภานี้หรือไม่ ก็ตอบได้ว่ายังไม่เห็นสัญญาณว่าจะเกิดขึ้นในขณะนี้ โดยเฉพาะกับการเมืองในสภา เว้นเสียแต่มีสถานการณ์แทรกซ้อน????.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ไทยช่วยไทยพลัส ยอดใช้แสนล้าน!

รัฐบาลเผยผลสำรวจ “ไทยช่วยไทยพลัส 60/40” ผู้ใช้สิทธิ 71.77% ชี้ช่วยลดค่าครองชีพ-หนุนร้านค้าชุมชน ยอดใช้จ่ายสะสมทะลุ 1.21 แสนล้านบาท เป็นส่วนที่รัฐบาลร่วมจ่าย 70,054.4 ล้านบาท และส่วนที่ประชาชนร่วมจ่าย 51,793.6 ล้านบาท

ข่าวดีเยือนนิวซีแลนด์

"อนุทิน" ปิดฉากเยือนนิวซีแลนด์ พบชุมชนไทยในโอ๊กแลนด์ ชูผลงานเศรษฐกิจโต-สัมพันธ์ระหว่างประเทศปึกแผ่น แย้มข่าวดี "การบินไทย" เตรียมฟื้นบินตรงกรุงเทพฯ-โอ๊กแลนด์ "สีหศักดิ์” ประกาศความสำเร็จการทูตไทย ชูสูตร

'อนุทิน' ย้ำฟันไม่เลี้ยง 'โกงสอบท้องถิ่น' บอกประชาชนอย่าไปเชื่อข่าวสาวไม่ถึงตัวบงการใหญ่สูงสุด

"อนุทิน" ยัน​ฟันไม่เลี้ยง​ทุจริตสอบท้องถิ่น ก่อนสะกิดถาม “รองเซมเบ้” ถึงผมหรือเปล่า? หลังฝ่ายค้านพยายามโยง ​ถึงสมัยนั่ง​มท.1 รัฐบาลก่อน​ ขอปชช.มั่นใจ​ ไม่มีขีดเส้น​ สาวถึงคนไหนก็คนนั้น

'วันวิชิต' ชี้ รัฐบาล-มหาดไทย-ปภ. วางระบบรับมือน้ำท่วมเห็นผล วิกฤตน่านจบเร็ว ไม่ชุลมุน ชี้บทเรียนหนักในอดีต ได้รับการปรับใช้แล้ว

“วันวิชิต” ชื่นชมรัฐบาล-มหาดไทย-ปภ. ถอดบทเรียนวิกฤตในอดีต รับมือน้ำท่วมน่านมีประสิทธิภาพ มองรัฐบาล “อนุทิน” วางระบบและปรับแก้มาตลอด หลังเผชิญบททดสอบน้ำท่วมใหญ่หลายครั้ง เริ่มออกดอกผล เห็นชัดทั้งการเตรียมพร้อม ซ้อมแผน แจ้งเตือน อพยพ และประสานงานในพื้นที่ ชี้ฝนตกหนัก-น้ำหลากห้ามไม่ได้ แต่รัฐทำให้ไม่ชุลมุนและลดความสูญเสียได้ จากนี้ต้องปิดงานให้ครบวงจร เร่งฟื้นฟู-เยียวยาประชาชนหลังน้ำลด

รัฐบาลชู 5 ผลสำเร็จทริป 'อนุทิน' เยือนออสเตรเลีย-นิวซีแลนด์

โฆษกรัฐบาลเผยผลภารกิจ “อนุทิน” เยือนออสเตรเลีย-นิวซีแลนด์ ชูการทูตนำเศรษฐกิจ เปลี่ยนความสัมพันธ์เป็นโอกาส ตั้งเป้าการค้

'อนุทิน' ยันรัฐบาลผสมเหนียวแน่น แย้มข่าวดีบินตรงกรุงเทพฯ-โอ๊คแลนด์

นายกฯ พบชุมชนไทยในโอ๊คแลนด์กว่า 100 คน ย้ำพรรคร่วมจับมือทำงานเพื่อประเทศ ชายแดนสงบ การลงทุน-ส่งออกเติบโต ยกคนไทยต่างแดนเป็น “ทูตวัฒนธรรม” พร้อมแย้มการบินไทยเตรียมกลับมาเปิดเส้นทางกรุงเทพฯ-โอ๊คแลนด์อีกครั้ง