ข่าวดีเยือนนิวซีแลนด์

"อนุทิน" ปิดฉากเยือนนิวซีแลนด์  พบชุมชนไทยในโอ๊กแลนด์ ชูผลงานเศรษฐกิจโต-สัมพันธ์ระหว่างประเทศปึกแผ่น แย้มข่าวดี "การบินไทย" เตรียมฟื้นบินตรงกรุงเทพฯ-โอ๊กแลนด์  "สีหศักดิ์” ประกาศความสำเร็จการทูตไทย ชูสูตร  “ผู้นำคลิกกัน” ดันเจรจาออสซี่-นิวซีแลนด์สำเร็จ  80% “โฆษกรัฐบาล” เผยไฮไลต์ 5 ความสำเร็จ เปลี่ยนสัมพันธ์เป็นโอกาส เปิดตลาด-ดึงลงทุน-สร้างงานให้คนไทย 

วันที่ 22 สิงหาคม ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศภารกิจวันสุดท้ายของนายอนุทิน  ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ในการเดินทางเยือนประเทศนิวซีแลนด์อย่างเป็นทางการ โดยเมื่อช่วงเช้าเวลา 08.50 น. ตามเวลาท้องถิ่นที่เร็วกว่าไทย  5 ชั่วโมง (ตรงกับ 03.50 น. ตามเวลาประเทศไทย) นายกรัฐมนตรีได้เปิดห้อง Harbour 1 ชั้น 2  ณ โรงแรม Park Hyatt Auckland จัดเลี้ยงอาหารเช้าและพบปะพูดคุยกับตัวแทนชุมชนชาวไทยกว่า 100 คน ที่พำนักอยู่ในนครโอ๊กแลนด์  บรรยากาศเป็นไปอย่างอบอุ่นและเป็นกันเอง

นายอนุทินได้สรุปภาพรวมความสำเร็จของภารกิจครั้งนี้ว่า คณะได้เริ่มเดินทางจากนครซิดนีย์ สู่กรุงแคนเบอร์รา ประเทศออสเตรเลีย ซึ่งได้มีโอกาสไปเยือนวัดไทยและพบปะชุมชนที่นั่น  และได้เข้าพบทั้งผู้ว่าการรัฐและนายกรัฐมนตรี  ภาพรวมความสัมพันธ์ระหว่างไทย ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์ ถือว่าอยู่ในระดับที่ดีมาก โดยได้มีการวางกลยุทธ์และลงนามข้อตกลง (MOU) เพื่อยกระดับสู่การเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์อย่างยั่งยืน ทั้งในด้านการค้า เศรษฐกิจ  วัฒนธรรม เทคโนโลยี และการลงทุน โดยจะมีการใช้ประโยชน์จากข้อตกลงเขตการค้าเสรี (FTA) อย่างเต็มรูปแบบ

นายกรัฐมนตรีกล่าวต่อไปว่า มิติของความมั่นคงยืนยันว่าสถานการณ์ชายแดนไทยกับประเทศเพื่อนบ้าน ไม่ว่าจะเป็นแนวชายแดนกัมพูชา สระแก้ว ปราจีนบุรี บุรีรัมย์ สุรินทร์ อุบลราชธานี จันทบุรี ตราด ล้วนมีความสงบเรียบร้อย ไม่มีการปะทะทางทหารใดๆ สำหรับประเด็นพื้นที่ทับซ้อนทางทะเลกับกัมพูชานั้น  รัฐบาลได้ใช้นโยบาย "โฮลไว้ก่อน" (ชะลอการเจรจาข้อพิพาท) เพื่อหลีกเลี่ยงความขัดแย้งและมุ่งเน้นการอยู่ร่วมกันอย่างสันติ

ส่วนประเด็นความไม่สงบในเมียนมา รัฐบาลยืนยันว่าไม่สนับสนุนให้ชนกลุ่มน้อยใช้อาวุธหรือใช้พื้นที่ชายแดนสร้างผลกระทบต่อไทย โดยไทยกำลังทำงานร่วมกับอาเซียนอย่างใกล้ชิด เพื่อแก้ปัญหาต่างๆ ที่ตามมา เช่น ปัญหายาเสพติด  แก๊งคอลเซ็นเตอร์ และการบริหารจัดการพลังงานก๊าซธรรมชาติเพื่อรักษาผลประโยชน์ของชาติ

นายกรัฐมนตรียังได้กล่าวถึงมิติทางเศรษฐกิจว่า ตัวเลขเศรษฐกิจที่เป็นบวกอย่างชัดเจน เพื่อตอกย้ำเสถียรภาพของรัฐบาล  ปัจจุบันตัวเลขการขอรับการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เติบโตขึ้นเกือบ 100% ขณะที่การส่งออกขยายตัวถึง 20% ประกอบกับค่าเงินบาทที่มีเสถียรภาพ ตลาดหลักทรัพย์ที่แข็งแกร่ง และความน่าเชื่อถือของประเทศที่อยู่ในเกณฑ์ดีเยี่ยม

ในช่วงท้าย นายกฯ ได้กล่าวยกย่องคนไทยในต่างแดนทุกคน ไม่ว่าจะประกอบอาชีพใด เช่น  เจ้าของร้านอาหารไทย หรือเชฟ ว่าทุกคนเปรียบเสมือนเอกอัครราชทูตหรือทูตวัฒนธรรม ที่ช่วยสร้างชื่อเสียง สร้างความเชื่อมั่น และดึงดูดชาวต่างชาติให้สนใจประเทศไทย พร้อมยืนยันว่ารัฐบาลพร้อมสนับสนุนและรับฟังทุกปัญหาอย่างเต็มที่ และขอให้ทุกคนรอข่าวดีในเร็วๆ นี้เกี่ยวกับการที่สายการบินไทยมีแผนจะกลับมาเปิดให้บริการเที่ยวบินตรง กรุงเทพฯ-โอ๊กแลนด์ อีกครั้ง

ด้านนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.การคลัง กล่าวว่า จากการพบหารือกับนักธุรกิจนิวซีแลนด์ พบว่ามีนักลงทุนต่างชาติสนใจเข้ามาลงทุนในไทยจำนวนมาก   ขณะเดียวกันนักลงทุนไทยก็ได้ขยายฐานการลงทุนในนิวซีแลนด์อย่างน่าภาคภูมิใจ เช่น การถือหุ้น 20% ในธุรกิจน้ำผึ้งคุณภาพดี (Comvita) และการเป็นเจ้าของธุรกิจโรงแรมชั้นนำ เป็นต้น

นายเอกนิติกล่าวว่า รัฐบาลมีนโยบายเปลี่ยนวิกฤตพลังงานและค่าครองชีพให้เป็นโอกาส โดยการจับมือกับนิวซีแลนด์เพื่อพัฒนาพลังงานสะอาด และเทคโนโลยีสมัยใหม่ เนื่องจากนิวซีแลนด์มีความเชี่ยวชาญด้านเกษตรกรรม ซึ่งไทยจะนำความร่วมมือด้านวิทยาศาสตร์อาหาร (Food Science) และเทคโนโลยีหลังการเก็บเกี่ยวมาใช้เพื่อเพิ่มมูลค่าสินค้าเกษตรและยกระดับรายได้ให้เกษตรกรไทย นอกจากนี้ยังมีแผนที่จะผลักดันให้ไทยเป็นศูนย์กลางการกระจายสินค้า โดยเฉพาะแอปเปิลในภูมิภาค  โดยอาศัยความร่วมมือกับกลุ่มธุรกิจไทย เช่น  กลุ่มเซ็นทรัล ที่เป็นผู้นำเข้ารายใหญ่ และได้มีการหารือกับ T&G Global ในการลงทุนตั้งศูนย์กระจายสินค้าในประเทศไทยในเรื่องนี้แล้ว

นายเอกนิติกล่าวว่า ในด้านการคมนาคมและการท่องเที่ยว นายกรัฐมนตรีของทั้งสองประเทศได้มอบนโยบายให้ยกระดับความร่วมมือผ่านข้อตกลง FTA ไทย-นิวซีแลนด์ ให้ใกล้ชิดยิ่งขึ้น โดยเร่งรัดให้การบินไทยกลับมาเปิดเส้นทางบินตรงสู่ประเทศนิวซีแลนด์อีกครั้ง เพื่ออำนวยความสะดวกแก่นักธุรกิจและประชาชน ซึ่งได้มีการประสานงานกับประธานคณะกรรมการการบินไทย และ CEO ของท่าอากาศยานโอ๊กแลนด์  (Auckland Airport) เพื่อเตรียมความพร้อมและหาแนวทางที่เหมาะสมที่สุดในการเดินทาง โดยต้องดูถึงสล็อตเวลาที่การเดินทางของผู้โดยสารจากทั้งสองประเทศมีความสะดวกที่สุด โดยเมื่อการบินไทยได้เครื่องบินใหม่เข้ามาในฝูงบิน จะให้พิจารณาเส้นทางการบินตรงมายังนิวซีแลนด์เป็นลำดับต้นๆ

นายเอกนิติกล่าวด้วยว่า สำหรับการพัฒนาศักยภาพคนไทย รัฐบาลมุ่งเน้นการดึงทักษะสมัยใหม่ด้านดิจิทัลและเทคโนโลยีมาถ่ายทอดให้กับคนไทย เพื่อรองรับการเปลี่ยนผ่านทางเศรษฐกิจ  พร้อมทั้งจะนำความดีงามของความเป็นไทยมาเผยแพร่ให้กับชาวนิวซีแลนด์ เพื่อสร้างความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นในทุกมิติ โดยเป้าหมายหลักคือการยกระดับคุณภาพชีวิตและสร้างความภาคภูมิใจให้แก่คนไทยผ่านนวัตกรรมและการเป็นเจ้าของธุรกิจในระดับสากล

นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.การต่างประเทศ เปิดเผยว่า หัวใจสำคัญของการดำเนินนโยบายต่างประเทศในปัจจุบันไม่ได้อยู่ที่ตัวนโยบายเพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่บทบาทและความสัมพันธ์ระหว่างผู้นำประเทศ ถ้าผู้นำคลิกกันหลายเรื่องมันก็สำเร็จไปเกือบ 80% และทุกประเทศที่ท่านได้ไปเยือนก็สังเกตได้ว่าสามารถสร้างสิ่งนี้คือความเป็นกันเอง ความสนิทสนม ความไว้เนื้อเชื่อใจระหว่างผู้นำ โดยความสนิทสนมและไว้เนื้อเชื่อใจกันระหว่างผู้นำในการหารือที่ออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ เป็นปัจจัยที่ทำให้การเจรจาหลายเรื่องประสบผลสำเร็จตามเป้าหมาย" นายสีหศักดิ์ระบุ

นายสีหศักดิ์กล่าวว่า ภารกิจหลักที่รัฐบาลจะละเลยไม่ได้คือการดูแลคุ้มครองคนไทยในต่างประเทศ ผ่านแนวทางการดำเนินงานที่เรียกว่าการทูตเพื่อประชาชนในเชิงลึก การทำงานในส่วนนี้ไม่ใช่เพียงแค่การอำนวยความสะดวกในเรื่องการทำหนังสือเดินทางหรือเอกสารราชการเท่านั้น แต่เป็นการเข้าถึงความเป็นอยู่ของพลเมือง รัฐบาลมุ่งสร้างความเข้มแข็งให้กับชุมชนชาวไทยในต่างแดน เพื่อให้ทุกคนสามารถใช้ชีวิตได้อย่างสุขสบาย และพึ่งพาตนเองได้อย่างมั่นคงในสังคมต่างชาติ สิ่งสำคัญคือการส่งเสริมให้คนไทยมีความรู้ความเข้าใจในเรื่องกฎหมายของประเทศที่พำนักอยู่ เพื่อป้องกันปัญหาที่อาจเกิดขึ้นจากการใช้ชีวิตและทำงาน

อย่างไรก็ดี กระทรวงการต่างประเทศให้ความสำคัญกับการสร้างรากฐานชุมชนให้แข็งแกร่ง เพื่อให้คนไทยในต่างประเทศมีความเป็นอยู่ที่ดี และได้รับการดูแลอย่างทั่วถึง โดยสิ่งที่พยายามจะทำให้มากที่สุดคือ การสร้างความเข้มแข็งให้แก่ชุมชนชาวไทยให้อยู่สุขสบาย สามารถดูแลตัวเองกันได้

ขณะที่ น.ส.รัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยผลสำเร็จการเยือนออสเตรเลียและนิวซีแลนด์อย่างเป็นทางการของนายอนุทินว่า รัฐบาลเดินหน้าเปลี่ยนความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างประเทศให้เป็นโอกาสที่จับต้องได้สำหรับพี่น้องประชาชนคนไทยอย่างแท้จริง โดยภารกิจครั้งนี้ประสบผลสำเร็จรอบด้าน  สรุปได้ 5 มิติสำคัญ ที่จะสร้างโอกาสและประโยชน์ให้แก่ประเทศไทยในระยะข้างหน้า

1.เปิดประตูการค้า ดันสินค้าไทยสู่ตลาดโลก  รัฐบาลเดินหน้าใช้ประโยชน์จากความตกลงการค้าเสรีไทย-ออสเตรเลีย (TAFTA) อย่างเต็มศักยภาพ ควบคู่กับการจับมือนิวซีแลนด์ตั้งเป้าหมายเพิ่มมูลค่าการค้าระหว่างกัน 3 เท่า สู่ 7.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ภายในปี 2045 ที่สำคัญ นายกรัฐมนตรีได้หารือโดยตรงกับ T&G Global บริษัทชั้นนำด้านผลไม้ของนิวซีแลนด์ เพื่อเปิดทางต่อยอดความร่วมมือจากแบรนด์  Envy™ และปูทางนำผลไม้คุณภาพของเกษตรกรไทยสู่ตลาดโลก

2.ปักธงไทยเป็นฐานลงทุน ฐานผลิต และประตูสู่อาเซียน นายกรัฐมนตรีใช้เวทีนี้เชิญชวนนักลงทุนจากบริษัทชั้นนำของออสเตรเลียกว่า 50 บริษัท ครอบคลุมเทคโนโลยี ดิจิทัล เกษตร ยานยนต์ และเหมืองแร่ พร้อมนำเสนอกลไก Thailand FastPass เพื่อปลดล็อกอุปสรรคและอำนวยความสะดวกด้านการลงทุนให้รวดเร็วยิ่งขึ้น

ด้านนิวซีแลนด์ Skyline Enterprises สนใจขยายการลงทุนด้านการท่องเที่ยวในประเทศไทย  ขณะที่ T&G Global พิจารณาใช้ไทยเป็นฐานกระจายสินค้าไปยังอาเซียนและอินเดีย โดยนายกรัฐมนตรีมอบหมายสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ติดตามอย่างใกล้ชิด เพื่อเร่งผลักดันความสนใจไปสู่การลงทุนและการจ้างงานจริงในประเทศไทย

3.ดึงเทคโนโลยีระดับโลก ต่อยอดอุตสาหกรรมแห่งอนาคต ไทยเดินหน้าความร่วมมือกับออสเตรเลียในสาขาที่เป็นเทรนด์โลก ทั้งแบตเตอรี่และยานยนต์แห่งอนาคต พลังงานสะอาด เทคโนโลยีการเกษตร ความมั่นคงทางไซเบอร์ และ AI โดยผสานจุดแข็งด้านแร่ธาตุและเงินทุนของออสเตรเลียเข้ากับฐานการผลิตที่แข็งแกร่งของไทย ไฮไลต์สำคัญคือการลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) ระหว่าง Top Flying และ NZAero เปิดทางสู่การแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ด้านการบินและยกระดับบุคลากรไทยสู่มาตรฐานสากล โดยนายกรัฐมนตรีของทั้งสองประเทศร่วมเป็นสักขีพยาน

4.เปิดโลกทักษะใหม่ ดัน SMEs-ครีเอเตอร์ไทยโกอินเตอร์ จุดเด่นที่คนไทยจับต้องได้คือ นายกรัฐมนตรีเยือนสำนักงานใหญ่ Canva ในออสเตรเลีย หารือเพิ่มจำนวน Canva Creators ชาวไทย พร้อมผลักดันโครงการ Skill Bridge เพื่อพัฒนากำลังคนให้ตรงกับความต้องการของอุตสาหกรรมแห่งอนาคต ด้านนิวซีแลนด์ ไทยและนิวซีแลนด์ยกระดับความสัมพันธ์สู่ “หุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์” พร้อมขยายความร่วมมือด้านการศึกษา เปิดโอกาสให้คนไทยได้เรียนรู้ พัฒนาทักษะ และสร้างรายได้จากตลาดโลกมากขึ้น

5.ผนึกกำลังสองแดนใต้ปราบอาชญากรรมข้ามชาติ ไทยยกระดับความร่วมมือด้านความมั่นคงกับทั้งสองประเทศ โดยเฉพาะการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ ทั้งแก๊งสแกมเมอร์ ยาเสพติด การค้ามนุษย์ และอาชญากรรมออนไลน์ เพื่อปกป้องความปลอดภัยของประชาชน พร้อมขยายความร่วมมือด้านตำรวจกับนิวซีแลนด์เพิ่มเติม

น.ส.รัชดากล่าวด้วยว่า การเยือนครั้งนี้ถือเป็นหมุดหมายสำคัญที่ทำให้ไทยมีเครือข่ายพันธมิตรที่แข็งแกร่งขึ้น ทั้งด้านเศรษฐกิจ การศึกษา เทคโนโลยี และความมั่นคง โดยนายกรัฐมนตรีได้กำชับ BOI และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องติดตามผลอย่างใกล้ชิด เพราะความสำเร็จที่แท้จริงไม่ใช่เพียงจำนวนเอกสารที่ลงนาม แต่ต้องแปลงเป็นตลาดใหม่ การลงทุนใหม่ งานใหม่ และรายได้ที่จับต้องได้จริงของคนไทยทุกคน

“การทูตนำเศรษฐกิจ คือการใช้ความสัมพันธ์ที่ดีกับต่างประเทศสร้างโอกาสให้คนไทย รัฐบาลต้องการดึงทั้งการลงทุน เทคโนโลยี องค์ความรู้ และงานเข้าประเทศ ขณะเดียวกันก็เปิดประตูให้สินค้า เกษตรกร SMEs ครีเอเตอร์ และคนไทยออกไปสร้างรายได้จากตลาดโลก”.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

สบายๆวันหยุด 'นายกฯหนู' สวมเสื้อลายกัญชา ตัดผมร้านเก่าแก่ย่านสามเสน

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ในช่วงวันหยุดเนื่องในวันปิยมหาราช โดยนายอนุทิน สวมเสื้อลายกัญชา นั่ง ต่อคิวรอตัดผม ที่ร้านเก่าแก่พงษ์บาร์เบอร์ถนนสามเสน ซึ่งนายอนุทิน

'ภคมน' ตอกกลับ 'กรวีร์' ใครกันแน่ไม่ยอมถอย ปมถกกรอบเวลาซักฟอก

น.ส.ภคมน หนุนอนันต์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน กล่าวถึงกรณีการประชุมวิป 3 ฝ่าย เพื่อหาข้อสรุปวันและกรอบเวลาการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลตามมาตรา 151 ซึ่งยังไม่สามารถตกลงกันได้หลังการประชุมเมื่อวันที่ 21-22 ต.ค. ที่ผ่านมา ว่า นายกรวีร์ ปริศนานันทกุล สส.อ่างทอง พรรคภูมิใจไทย ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) ค