หยุดการเมืองโยนบาป! 'ชาวบ้าน' สำลักน้ำลาย

ถึงเวลาที่ทุกฝ่ายต้องเลิกเล่นการเมืองและสงครามน้ำลายบนความเดือดร้อนของประชาชน และเปลี่ยนวิกฤตครั้งนี้ให้เป็นบทเรียนในการป้องกันน้ำท่วม

มหาอุทกภัยกรุงเทพมหานคร และสถานการณ์น้ำท่วมลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยา รวมถึงหลายจังหวัดทั่วประเทศในรอบนี้ ไม่ได้ท่วมเพียงบ้านเรือน ถนนหนทาง และพื้นที่เศรษฐกิจ หากยังท่วมความน่าเชื่อถือของรัฐบาล กรุงเทพมหานคร และบรรดานักการเมืองที่ต่างฝ่ายต่างโยนบาปให้แก่กัน จนเสียงวิพากษ์วิจารณ์ดังกลบเสียงร้องขอความช่วยเหลือของประชาชนที่กำลังเดือดร้อน

ในส่วนของกรุงเทพมหานครและระบบราชการ เมื่อมวลน้ำเอ่อเข้าพื้นที่ สิ่งที่ปรากฏไม่ใช่เพียงปัญหาการรับมือภัยพิบัติและการแจ้งเตือนภัยของกรมอุตุนิยมวิทยาให้ทันท่วงทีเท่านั้น แต่ยังเป็นภาพการเมืองต่างฝ่ายต่างชี้นิ้วหาคนผิด ขณะที่รัฐบาลภายใต้การนำของ อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย ก็หลีกหนีความรับผิดชอบไม่ได้เช่นกัน

หลังจากรองนายกรัฐมนตรีที่รับผิดชอบเรื่องน้ำออกมาสร้างความสับสนแก่ประชาชน โดยระบุว่า “เอาอยู่” ก่อนจะมายอมรับว่า “เอาไม่อยู่” พร้อมขอให้ยอมรับความจริงว่ามนุษย์ไม่สามารถเอาชนะธรรมชาติได้

ส่วนกรุงเทพมหานคร ภายใต้การบริหารของ ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯ กทม. ก็หนีไม่พ้นจากการถูกวิจารณ์ ทั้งเรื่องการพร่องน้ำในลำคลอง รวมถึงการแจ้งเตือนผ่าน Cell Broadcast หลังเกิดน้ำท่วมกรุงเทพฯ ฝั่งตะวันออกไปแล้ว

ไม่นับฝ่ายแค้น ฝ่ายไม่ชอบ และกลุ่มการเมืองต่างๆ รวมถึงฝั่งกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ถึงขนาดมีการเสนอให้ รมว.มหาดไทยปลดผู้ว่าฯ กทม.ออกจากตำแหน่ง แต่ด้วยแต้มบุญดีและการทุ่มเททำงาน น้อมรับคำวิจารณ์ ไม่ต่อล้อต่อเถียง ประกอบกับมีนายแบกนายหามช่วยหนุน กระแสวิจารณ์ดังกล่าวจึงไม่ได้พุ่งเป้าไปที่นายกรัฐมนตรีเพียงคนเดียว

อย่างไรก็ตาม นายกฯ ในฐานะผู้กำกับดูแลหน่วยงานและสนับสนุนองค์กรพิเศษอย่าง กทม.ที่เป็นเจ้าภาพหลัก ก็ต้องเผชิญมรสุมความน่าเชื่อถือรอบด้านไม่ต่างกัน ขณะที่นายกฯ เองก็ยังคงประคองทุกฝ่ายไว้ และให้ทุกคนน้อมรับคำวิจารณ์ไปพร้อมกัน

สถานการณ์น้ำท่วมจึงกลายเป็นเหยื่ออันโอชะของฝ่ายที่ต้องการล้มรัฐบาลให้ได้ หลังจากก่อนหน้านี้พยายามตีปี๊บเรื่องฮั้ว สว.ระบอบสีน้ำเงิน โยงคณะกรรมการบริหารพรรคภูมิใจไทย ทุจริตการสอบท้องถิ่นของกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น กระทรวงมหาดไทย และโครงการ TH-AI Passport ของกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ฯลฯ

ไม่นับโอกาสทางการเมืองที่เปิดช่องให้ฝ่ายตรงข้ามออกมาเคลื่อนไหว เมื่อ “อนุทิน” แจกเงินสดคนละ 1,000 บาท ช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมในเขตสายไหม ก็กลายเป็นประเด็นให้ “ไอซ์” รักชนก ศรีนอก สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ออกมามองว่าเข้าข่ายสร้างคะแนนนิยม พร้อมตั้งคำถามว่าเงินที่ใช้ซื้อของแจกทุกวันนี้ เงินพวกมึงเหรอ… แน่ใจว่าสะอาดหรือไม่

ขณะที่นายกฯ ก็ไม่ยอมให้ถูกโจมตีอยู่ฝ่ายเดียว โต้กลับอย่างดุเดือดว่า เงินที่แจกเป็นเงินเดือนที่สะอาดแน่นอน พร้อมระบุว่าตนเองมีพ่อแม่สอนให้ช่วยเหลือชาวบ้าน พร้อมเตือนว่าอย่าเอามาตรฐานของตัวเองมาวัดคนอื่น ก่อนที่ “ไอซ์” รักชนก จะสวนกลับว่า “มีพ่อแม่แต่ทำได้เท่านี้”

ไม่เพียงเท่านั้น แม้รัฐบาลจะทำอะไรก็ดูเหมือนขวางหูขวางตาไปเสียหมด ไม่ว่าจะเป็นการตั้งครัวช่วยเหลือผู้ประสบภัย ต่อมาพรรคภูมิใจไทยได้จัดโรงครัวภูมิใจไทยร่วมกับ Grab Food เพื่อทำอาหารปรุงสุกแจกฟรีเช่นเดียวกัน แต่ก็ถูกวิพากษ์วิจารณ์ตามมาไม่น้อย โดยเฉพาะความยากลำบากในการจัดส่งอาหารในพื้นที่น้ำท่วม เนื่องจากคนขับ Grab ไม่สามารถจัดส่งในพื้นที่น้ำท่วมได้ และหากยกเลิกออร์เดอร์ก็จะถูกตัดแต้ม

รักชนก ศรีนอก สส.พรรคประชาชน ออกมาวิพากษ์วิจารณ์ว่า คนบ้านน้ำท่วมส่วนใหญ่มีปัญญาสั่งแกร็บกันทุกคน ที่เขาลำบากเพราะระบบตามปกติส่งน้ำส่งอาหารไปไม่ถึง เขาจึงต้องบากบั่นหารถสูงๆ หาเรือ แล้วข้ามน้ำเข้าไปส่งกัน นายกฯ ทำแบบนี้ ต่อให้แจกเป็นแสนกล่อง ข้าวก็ไม่ถึงมือคนเดือดร้อน

ขณะที่ทางฝั่งรัฐบาลก็ออกมาตอบโต้ว่า พรรคภูมิใจไทยไม่เสียกำลังใจ และยืนยันว่า “ดีกว่าไม่ทำอะไรเลย” เพราะจุดประสงค์หลักคือช่วยบรรเทาความเดือดร้อนให้ชาวบ้าน

ด้าน “แนน บุณย์ธิดา สมชัย” รมช.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม โพสต์เฟซบุ๊กตอกกลับว่า “ช่วยอะไรแบบไหนได้ก็ช่วยกันเถอะค่ะ อ่านข่าวแล้วก็เบื่อ มาแซะในสิ่งที่ตัวเองทำไม่ได้ ไม่เกิดประโยชน์เลย ข้าวฟรี ส่งฟรี รู้ยัง! #โรงครัวภูมิใจไทย”

ไม่นับพรรคร่วมรัฐบาลอย่างเพื่อไทย แม้แกนนำพรรคแดงจะเงียบ รักษามารยาททางการเมือง เพื่อรอจังหวะเพลี่ยงพล้ำของพรรคสีน้ำเงิน ก็ไม่ได้ห้ามบรรดากองเชียร์ออกมาอวย อ.เชน-ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกฯ และ รมว.การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ที่นำโดรนมาใช้ค้นหาผู้ประสบภัยและแจ้งพิกัดให้เจ้าหน้าที่เข้าไปช่วยเหลือ ข่มนายกฯ แบบมิดน้ำ

จึงถูกย้อนศรโดยพรรคกล้าธรรม ที่ว่ากันว่าเป็นฝ่ายที่พรรคสีน้ำเงินต้องการดึงมาร่วมรัฐบาล เพื่อคานอำนาจพรรคเพื่อไทยหลังการอภิปรายไม่ไว้วางใจ

โดย “ผู้กองธรรมนัส” ออกมาติติงการทำงานของกรมชลประทานในช่วงรับมือน้ำท่วมครั้งนี้ ภายใต้การกำกับของ บิ๊กซัน-สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.เกษตรและสหกรณ์ แกนนำพรรคเพื่อไทย พร้อมเปิดไฟเขียวให้ สส.ออกมาซัด รมว.เกษตรและสหกรณ์ กระทรวงเกรดเอของพรรคแดง ในประเด็นโยกย้ายข้าราชการมั่วจนน้ำท่วม ซึ่งคอการเมืองเชื่อว่าการออกมาเคลื่อนไหวดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อจับจองกระทรวงแห่งนี้ เนื่องจากเป็นกระทรวงเก่าของพรรคกล้าธรรมในรัฐบาลอนุทิน 1

อนุทิน รับรู้สถานการณ์ทันทีหลังถูกฝ่ายค้านตั้งคำถามถึงความล้มเหลวในการบริหารจัดการน้ำ โดยตอบว่า “เลิกถามเรื่องนี้สักทีเถอะ” พร้อมพยายามหลีกเลี่ยงประเด็นตอบโต้ทางการเมือง

ขณะเดียวกันก็เบรกกระแสปรับ ครม. ดึงพรรคกล้าธรรมเข้าร่วมรัฐบาลในทันที และขอจัดการสถานการณ์น้ำท่วมให้เรียบร้อยก่อน

พร้อมเดินหน้าทำงาน สั่งให้ศูนย์บัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติประชุมติดตามสถานการณ์ และทำงานแบบไม่มีวันหยุด รวมถึงเดินหน้าแก้ปัญหาอย่างเป็นรูปธรรม

ในการประชุม ครม.เมื่อวันที่ 29 ก.ย.ที่ผ่านมา มีมติอนุมัติงบกลาง 4,000 ล้านบาท จากเดิมที่จะให้เพียง 2,000 ล้านบาท จากงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2569 งบกลางรายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น เพื่อใช้บรรเทาความเดือดร้อนและเยียวยาผู้ประสบอุทกภัยทั่วประเทศ

พร้อมไฟเขียวแผนสร้างคลอง “ชัยนาท-ป่าสัก-อ่าวไทย” วงเงินประมาณ 1.6 แสนล้านบาท เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการป้องกันและแก้ไขปัญหาน้ำท่วมในพื้นที่ภาคกลาง กรุงเทพฯ และปริมณฑล โดยเป็นคลองขนานกับแม่น้ำเจ้าพระยา

นอกจากนี้ยังสั่งการรับมือและฟื้นฟู กำชับหน่วยงานเร่งระบายน้ำออกจากพื้นที่ประสบภัย พร้อมมอบหมายให้ พล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นตัวแทน ครม.กำกับดูแลและสั่งการแก้ไขปัญหาในพื้นที่กรุงเทพมหานคร

เช่นเดียวกับการเปลี่ยนแนวทางจ่ายเงินเยียวยาผ่านโครงการประกันภัยพิบัติแห่งชาติ ซึ่งเริ่มคุ้มครองตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค.2569 ครอบคลุมบ้านเรือนกว่า 30 ล้านหลัง วงเงินคุ้มครองบ้านสูงสุด 100,000 บาทต่อหลัง โดยกรณีน้ำท่วมจ่ายเงินเบื้องต้นทันที 10,000 บาท ส่วนวาตภัยและแผ่นดินไหวจ่ายเบื้องต้นทันที 5,000 บาท ขณะที่กรณีเสียชีวิตชดเชย 2,000,000 บาทต่อคน

มีเงื่อนไขสำคัญคือ คุ้มครองเฉพาะภัยที่เกิดขึ้นใหม่ตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค.2569 เป็นต้นไป ไม่คุ้มครองมวลน้ำเดิมหรือภัยที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ ซึ่งผู้ประสบภัยจะได้รับเงินช่วยเหลือจาก ปภ. 9,000 บาทแทน จับตาว่าหลังจากนี้โครงการนี้จะคุ้มค่าและเกิดประเด็นเรื่องความโปร่งใส หรือค่าคอมมิชชันกับบริษัทประกันเอกชนหรือไม่

ถึงเวลาที่ทุกฝ่ายต้องเลิกเล่นการเมืองและสงครามน้ำลายบนความเดือดร้อนของประชาชน และเปลี่ยนวิกฤตครั้งนี้ให้เป็นบทเรียนในการป้องกันน้ำท่วมกรุงเทพฯ และทั่วประเทศต่อไป เพื่อไม่ให้ชาวบ้านต้องกลับมาสำลักน้ำท่วมอีกในวันข้างหน้า.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'ภราดร' ชี้ซักฟอกแค่ 3 วันกำลังดี แจงนายกฯ คิวงานแน่น ไม่หวั่นหมัดเด็ด

'ภราดร' ยันอภิปรายแค่ 3 วันกำลังพอดี แจงนายกฯ มีคิวภารกิจต่างประเทศเพียบ ไม่หวั่น 'กรณ์' มีหมัดเด็ด เชื่อรมต.พร้อมชี้แจง

รัฐบาลเคลียร์ดรามา 'รถเกี่ยวข้าว' 16 ล้าน แค่ศึกษา พร้อมฟังเสียงท้วงติง

รัฐบาลเคลียร์ปม 'รถ EV 16 ล้าน' กรมการข้าวยันยังไม่ใช่ราคาจัดซื้อ ย้ำโครงการยังอยู่ขั้นศึกษา ต้องผ่านกลั่นกรองทุกระดับ ชี้งบทุกบาทต้องคุ้มค่าและตอบโจทย์ชาวนา

อุตุฯ เตือนฝนตกหนัก 25 จังหวัด ลมกระโชกแรง รับมือท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก

กรมอุตุนิยมวิทยา พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า ภาคเหนือตอนล่าง ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ยังคงมีฝนตกหนักบางแห่ง ขอให้ประชาชนในบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากฝนฟ้าคะนอง

เวที IMF-เวิลด์แบงก์ ดึงทุนโลก เสริมแกร่งศก.-กู้ปัญหาปากท้อง

ประเทศไทยอยู่ในห้วงสัปดาห์ของการเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมประจำปี สภาผู้ว่าการกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) และ กลุ่มธนาคารโลก (World Bank Group) ประจำปี 2026

เครือซีพี ส่งทีมซีพีอาสาลงพื้นที่เสนา จ.พระนครศรีอยุธยา มอบ “ถุงกำลังใจ ร้อยเรียงความดี” ส่งต่อความช่วยเหลือและกำลังใจให้ชาวบ้านก้าวผ่านวิกฤตน้ำท่วมไปด้วยกัน

สถานการณ์น้ำท่วมในอำเภอเสนา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ยังเผชิญกับภาวะน้ำท่วมขังตั้งแต่กลางเดือนกันยายน จากระดับน้ำในแม่น้ำน้อยและแม่น้ำเจ้าพระยา

ภูมิใจไทยโต้ 'ศิริโชค' ปั่นข่าวยุบพรรค ยันเงินบริจาคของ 'สส.ไอเดียร์' ตัดจากเงินเดือน

นายคงกฤช รามศักดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดพระนครศรีอยุธยา พรรคภูมิใจไทย โพสต์ข้อความตอบโต้นายศิริโชค โสภา อดีต สส.พร