ยังมีปฏิกิริยาจากฝ่ายต่างๆ ตามมา กับกรณี อนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯ และหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย-พรรคภูมิใจไทย-รัฐบาลสีน้ำเงิน รุกคืบ เปิดปฏิบัติการ เขย่าเส้นทางภาษีบาป ผ่านการเสนอร่าง พ.ร.บ. 4 ฉบับ คือ ร่าง พ.ร.บ.กองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (ฉบับที่...) พ.ศ....เสนอโดยอนุทิน ชาญวีรกูล กับคณะ และอีก 3 ร่างเสนอโดย ศุภชัย ใจสมุทร สส.บัญชีรายชื่อ และมือกฎหมายของพรรคภูมิใจไทย คือ ร่าง พ.ร.บ.องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย (ฉบับที่...) พ.ศ....หรือร่างกฎหมายไทยพีบีเอส เป็นต้น
การขยับครั้งนี้ของพรรคสีน้ำเงิน แม้จะมี "แนวต้าน" เกิดขึ้น แต่ก็มีเสียงสนับสนุนให้รัฐบาล-อนุทิน “ผ่าตัด-เปลี่ยนเส้นทางภาษีบาป” เช่นกัน แถมเสียงหนุนบางรายยังบอกทำไมเพิ่งคิดทำ น่าจะทำนานแล้ว พร้อมกับเร่งให้รีบเอากฎหมายเข้าสภาฯ หลังเสร็จสิ้นกระบวนการรับฟังความคิดเห็น เพื่อให้กฎหมายทั้ง 4 ฉบับที่เป็นการแก้ไขเพิ่มเติมมีผลบังคับใช้โดยเร็วที่สุด เพราะเชื่อว่า ด้วยการที่รัฐบาลสีน้ำเงินคุมเสียงฝ่ายนิติบัญญัติแบบเบ็ดเสร็จ มีเสียงข้างมากท่วมท้นในสภาฯ และยังมีเสียงสมาชิกวุฒิสภา (สว.) สีน้ำเงินอีกร้อยกว่าคน ทำให้หากภูมิใจไทย-รัฐบาลใส่เกียร์ 5 ลุย การแก้ไขกฎหมายทั้ง 4 ฉบับ ได้เห็นผลในสภาฯ ชุดนี้แน่!
พบว่าฝ่ายที่สนับสนุนการเสนอแก้ไขกฎหมายของภูมิใจไทยหลายส่วนเชื่อว่า รอบนี้ หากอนุทิน-ภูมิใจไทยเอาจริง ไม่ถอยเสียก่อน ก็น่าจะเขย่าภาษีบาปได้แบบสร้างแรงสั่นสะเทือนไม่น้อย หลังก่อนหน้านี้ฝ่ายการเมืองหลายยุคเคยมีความพยายามเข้าไปแตะ-ล้วงลูกแล้ว แต่ก็ไม่สำเร็จ ต้องถอยออกมา
แม้แต่กับคนที่เคยมีต้นทุนการเมืองสูงอย่าง “ร.ต.อ.ปุระชัย เปี่ยมสมบูรณ์ สมัยเป็นรองนายกฯ ควบ รมว.ยุติธรรม” ยุครัฐบาลทักษิณ 1 ที่ขนาดตอนนั้นรัฐบาลทักษิณมีอำนาจการเมืองสูงมาก คะแนนนิยมยังดีอยู่ และตอนนั้น ร.ต.อ.ปุระชัยก็กระแสดี สมัยเป็น รมว.มหาดไทยกับนโยบายจัดระเบียบสังคม จนได้ฉายา "มือปราบสายเดี่ยว" รวมถึงการปราบปรามผู้มีอิทธิพล สังคมกล่าวขานให้เป็น รมต.ไม้บรรทัด แต่ก็โดนทักษิณเด้งไปอยู่ รมว.ยุติธรรม ที่ในช่วง ร.ต.อ.ปุระชัยเป็นรองนายกฯ ทำหน้าที่เป็นประธานกรรมการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ ถูกวิจารณ์และมีแรงต้านอย่างมาก ทำนองว่า ฝ่ายการเมืองเข้าไปเขย่า สสส. จนเกิดแรงต้านอย่างหนักจากภาคประชาสังคม
ชนิด ร.ต.อ.ปุระชัย ที่ภาพลักษณ์ถือว่าดีที่สุดในรัฐบาลทักษิณ 1 ยังต้องถอย รัฐมนตรีร่วมรัฐบาลหลายคนยังไม่เอาด้วยกับปุระชัย ยิ่งเมื่อช่วงนั้นกลุ่มแพทย์ชนบทออกมาเป็นแนวร่วมชักธงรบกับ ร.ต.อ.ปุระชัย เช่น มีการให้ข้อมูลว่าฝ่ายการเมืองในรัฐบาลไทยรักไทยยื่นขอโครงการหลายล้านบาท เพื่อจัดพิมพ์วารสาร แต่พบว่ามีลักษณะแอบแฝงทางการเมือง เลยถูกตีกลับทำให้ฝ่ายการเมืองไม่พอใจ จึงเป็นที่มาของการเข้าไปเขย่าองค์กร
เจอหมัดสวนกลับแบบนั้น เข้าไป ทำเอา ร.ต.อ.ปุระชัยเสียเครดิตไปมากพอสมควรในช่วงปี 2547
ต้องดูว่ารอบนี้การขยับของภูมิใจไทย-รัฐบาลสีน้ำเงิน สุดท้ายจะต้องล่าถอยเหมือนสมัย ร.ต.อ.ปุระชัยหรือไม่? เพราะตอนนี้ “แนวต้าน” ที่ไม่เห็นด้วยกับการเสนอร่างกฎหมายของภูมิใจไทยก็ขยับออกมามากขึ้นเรื่อยๆ
เช่นท่าทีของ องค์กรอิสระ อย่าง คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) ที่ ออกแถลงการณ์เมื่อ 6 ต.ค.ที่ผ่านมา โดยแสดงข้อกังวลถึงผลกระทบต่อสิทธิและเสรีภาพของประชาชน กรณีการเสนอร่างกฎหมายของภูมิใจไทย
โดยเรื่องของไทยพีบีเอส ท่าทีของ กสม.ที่มี “วสันต์ ภัยหลีกลี้” ที่เคยเป็นอดีตกรรมการบริหารและรอง ผอ.ไทยพีบีเอสและอดีตกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ สำนักงาน สสส. ทาง กสม.ระบุไว้ว่า
“กสม.มีข้อห่วงกังวลว่าการยกเลิกการจัดเก็บเงินส่วนเพิ่มจากภาษีสุราและยาสูบให้แก่ไทยพีบีเอส จะส่งผลกระทบต่อความเป็นอิสระอย่างแท้จริงในการทำหน้าที่สื่อสาธารณะ ทำให้สื่อสาธารณะต้องอยู่ภายใต้ระบบการพิจารณาและอนุมัติงบประมาณรายปีจากฝ่ายบริหารหรือฝ่ายการเมือง”
แถลงการณ์ กสม.ย้ำอีกว่า การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างของแหล่งรายได้ของอีก 3 กองทุน ได้แก่ กองทุน สสส. กองทุนผู้สูงอายุ และกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ ซึ่งเป็นเสาหลักสำคัญในการส่งเสริมสุขภาวะและคุณภาพชีวิตของประชาชน ทั้งสิทธิในการเข้าถึงบริการสาธารณะและสวัสดิการ ที่อาจส่งผลกระทบโดยตรงต่อการทำงานเชิงส่งเสริมและป้องกันปัญหาที่ต้นเหตุ ขณะที่วิกฤตสาธารณสุขจากกลุ่มโรคไม่ติดต่อเรื้อรังทวีความรุนแรงขึ้น และเป็นความเสี่ยงด้านภาระทางการเงินมหาศาลที่รัฐต้องแบกรับเพื่อการรักษาโรค ในอนาคต ความเสี่ยงนี้ย่อมส่งผลกระทบโดยตรงต่อคุณภาพชีวิตและสิทธิของประชาชน โดยเฉพาะประชากรกลุ่มเปราะบาง เช่น ผู้สูงอายุ เด็ก คนพิการ ที่จำเป็นต้องได้รับการส่งเสริมสุขภาวะ
ขณะเดียวกัน ฝ่าย สสส.เริ่มขยับออกมาทำความเข้าใจกับสังคมมากขึ้น เช่น คำชี้แจงจาก ดร.ประกาศิต กายะสิทธิ์ รองผู้จัดการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ที่ย้ำว่าการบริหารเงินสำรอง ความคุ้มค่าของงบประมาณ และการจัดสรรทุนให้ภาคีเครือข่าย ยืนยันว่า สสส.บริหารเงินสำรองถูกต้องตามกฎหมาย ดำเนินการภายใต้ พ.ร.บ.กองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ พ.ร.บ.การบริหารทุนหมุนเวียน และ พ.ร.บ.วินัยการเงินการคลัง เป็นต้น
ความพยายามในการเข้าไปเขย่าภาษีบาปของ อนุทิน-พรรคภูมิใจไทยรอบนี้ จะซ้ำรอยยุค ร.ต.อ.ปุระชัยหรือไม่ บอกได้เลยว่า แนวร่วม-แนวรบแต่ละฝั่ง ได้ซัดกันอีกหลายยก!.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ขยาดพูด‘เอาอยู่’ ห้ามการ์ดตกงัดทุกแผนสกัดท่วมใต้เร่งกู้ปราจีน-แปดริ้ว
“นายกฯ” ถก “บกปภ.ช.” สั่งเฝ้าระวัง 10 วันอันตรายฝนถล่มภาคใต้ 4-14 ต.ค. กำชับ “กรมอุตุฯ-ปภ.” อย่าการ์ดตก อัปเดตสถานการณ์เตือน ปชช.ตลอด
ปภ.ยัน1-2วันนี้ โอนเงินเข้าบช. เยียวยาอุทกภัย
นายกฯ ประชุม บกปภ.ช. กำชับสัปดาห์นี้่ต้องเห็นการโอนเงินเยียวยาน้ำท่วม ยันงบฯ 4.7 พันล้าน
ลุยล้างมาเฟียเสื้อกาวน์ ‘ช้างใหญ่’จี้ผ่าตัด‘TPBS’
รัฐบาลสกัดไฟล้วงภาษีบาป “อนุทิน” บอกอยู่ระหว่างขั้นตอน ขณะที่อธิบดีสรรพสามิตออกโรงรื้อภาษีไม่เอื้อเอกชน
‘หนู-เน’พี่น้องกันอย่าคิดไปเรื่อย
"อนุทิน" แจงเบิร์ธเดย์ "เนวิน" เป็นพี่น้องกัน ไปร่วมทุกปีเป็นเรื่องป
น้ำเหนือ-น้ำฝนระลอกใหม่ รับมือวิกฤตไม่ซ้ำรอยเดิม?
แม้น้ำใน กทม.หลายพื้นที่จะเริ่มแห้ง และหลายพื้นที่ในเมืองกรุงที่สาหัสก่อนหน้านี้ โดยเฉพาะเคหะร่มเกล้า ลาดกระบัง จะคลี่คลายขึ้น หากแต่ภารกิจรับมือ ‘น้ำท่วม’ ของรัฐบาลภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย และกรุงเทพมหานคร (กทม.) ภายใต้การนำของ นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯ กทม.ยังไม่จบ
เปลี่ยนเส้นทาง"ภาษีบาป" ทำสีน้ำเงินเปิดศึกรอบทิศ
แนวร่วมจากภาคส่วนต่างๆ โดยเฉพาะภาคส่วนประชาสังคมเริ่มออกมาแสดงท่าทีและเคลื่อนไหวผ่านบริบทต่างๆ เพื่อ ต่อต้าน-คัดค้าน การที่พรรคภูมิใจไทย นำโดย อนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯ ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย เสนอร่างกฎหมาย 4 ฉบับที่มีสาระสำคัญคือ เปลี่ยนเส้นทาง เงินภาษีบาป

