
การเมืองป่วนกันตลอดทั้งคืนวันศุกร์ที่ 28 ก.ค. จนถึงสายวันเสาร์ที่ 29 ก.ค. หลัง ชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ ออกมาโพสต์เฟซบุ๊ก
"เกมพลิก ทักษิณถอย ยกเลิกกลับไทย สถานการณ์เปลี่ยน"
ทำเอาคนการเมืองทั้งซีกแปดพรรคการเมืองตั้งรัฐบาล และกลุ่มซีกพรรคการเมืองขั้วรัฐบาลปัจจุบัน ที่มีข่าวจะไปร่วมจัดตั้งรัฐบาลกับพรรคเพื่อไทย เช็กข่าวกันวุ่นวายว่าทักษิณจะยกเลิกการเดินทางกลับไทย 10 ส.ค.จริงหรือไม่
ทว่าต่อมาหลังเพจสรยุทธ สุทัศนะจินดา กรรมกรข่าว ได้แชร์โพสต์ของนายชูวิทย์ ต่อมา อุ๊งอิ๊ง-แพทองธาร ชินวัตร บุตรสาวทักษิณ ที่เป็นคนออกมาเปิดเผยข้อมูลเรื่องทักษิณกลับไทย ได้เข้าไปแสดงความคิดเห็นต่อโพสต์ดังกล่าวว่า เพ้อเจ้อ
เมื่อ อุ๊งอิ๊ง-แพทองธาร ระบุแบบนี้ ก็ต้องเชื่อไว้ก่อน ในฐานะลูกสาวทักษิณ ที่เครดิตน้ำหนักข่าวมีมากกว่าชูวิทย์อยู่แล้ว
ขณะเดียวกันที่น่าสนใจก็คือความเคลื่อนไหวของ พลังประชารัฐ ที่มีการจัดทัพตำแหน่งสำคัญผ่านการประชุมใหญ่สามัญประจำปีพรรคเมื่อวันเสาร์ที่ 29 ก.ค.ที่ผ่านมา โดยหัวหน้าพรรคยังเป็นคนเดิม บิ๊กป้อม พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ แต่เลขาธิการพรรคเปลี่ยนจากสันติ พร้อมพัฒน์ รมช.คลัง มาเป็น ธรรมนัส พรหมเผ่า ที่ทำให้ บทบาทของธรรมนัสในทางการเมืองหลังจากนี้จะกลับมามีบทบาทอีกครั้ง โดยมีงานสำคัญตอนนี้ก็คือ ต้องดีลการเมืองจนทำให้พลังประชารัฐเป็นพรรครัฐบาลให้ได้
และที่สนใจก็คือ การเปิดตัว บิ๊กป๊อด พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ อดีต ผบ.ตร. น้องชายแท้ๆ พลเอกประวิตร เป็น ประธานที่ปรึกษาพรรคพลังประชารัฐ ที่ถือเป็นการเปิดตัวเข้าสู่การเมืองอย่างเป็นทางการเสียที
หลังที่ผ่านมา คนในพลังประชารัฐและนักการเมืองที่เข้า-ออกป่ารอยต่อฯ ตลอดจนในแวดวง ตำรวจ-ทหาร-นักธุรกิจ รู้กันดีว่า พล.ต.อ.พัชรวาท มีบทบาทสำคัญในพรรคพลังประชารัฐและในรัฐบาลมาตลอดในช่วงเก้าปีที่ผ่านมา ทั้งยุครัฐบาล คสช.และยุครัฐบาลพลเอกประยุทธ์ โดยเฉพาะการทำโผแต่งตั้งโยกย้ายบิ๊กตำรวจ ในช่วงบิ๊กป้อมคุมสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ตอนยุครัฐบาล คสช. จนเกิดคำพูดในวงการตำรวจ โผบ้านลาดพร้าว ของบิ๊กป๊อดนั่นเอง
สิ่งนี้ทำให้เห็นร่องรอยการเมืองได้ว่า พล.ต.อ.พัชรวาทกำลังจะเข้ามา รับไม้ต่อทางการเมือง พลเอกประวิตร ในพลังประชารัฐเต็มตัวต่อจากนี้
หลังก่อนหน้านี้มีกระแสข่าวว่า พลเอกประวิตรจะส่งน้องชายขึ้นเป็นเสนาบดีในรัฐบาลเพื่อไทย ถึงขั้นลือกันว่าจะเป็น รมว.มหาดไทย-มท.1 เพื่อแลกกับการที่บิ๊กป้อมจะไปดึงเสียงสมาชิกวุฒิสภามาโหวตให้คนของเพื่อไทยได้เป็นนายกฯ
ทว่าเงื่อนไขดังกล่าวมันก็ไม่ง่าย ที่เพื่อไทย-ทักษิณ ชินวัตร จะยอมยกเก้าอี้ มท.1 ให้พรรคอื่นคุมได้ง่ายๆ แต่ดูแล้ว หากเพื่อไทยตั้งรัฐบาลสำเร็จโดยมีพลังประชารัฐอยู่ร่วมด้วย พล.ต.อ.พัชรวาทอาจมีตำแหน่งใหญ่ในรัฐบาล
สำหรับ พล.ต.อ.พัชรวาท ปัจจุบันพบว่ามีตำแหน่งใหญ่ในภาคเอกชน คือเป็นหนึ่งใน คณะกรรมการบริษัทหรือบอร์ดบริษัท ในบริษัทยักษ์ใหญ่-ทุนใหญ่ประเทศไทย นั่นก็คือ บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) ของ เจ้าสัวธนินท์ เจียรวนนท์-มหาเศรษฐีแสนล้าน หรือซีพี อันเป็นอาณาจักรธุรกิจที่มียอดขายทั่วโลกกว่า 4.5 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือตกประมาณ 1.5 ล้านล้านบาท มีทรัพย์สินกว่า 6-6.5 ล้านล้านบาท ซึ่งปัจจุบันมี สุภกิต เจียรวนนท์ ลูกชายคนโตของธนินท์ เป็นประธานกรรมการบริษัท และมี ศุภชัย เจียรวนนท์ ลูกชายคนที่สามของธนินท์ เป็นรองประธานกรรมการบริษัท
เพียงเท่านี้ก็เห็นถึงความไม่ธรรมดาของ พล.ต.อ.พัชรวาท ในทางการเมืองและสายสัมพันธ์คอนเนกชันทางธุรกิจ-การเมืองที่ไม่ธรรมดาแล้ว ยังไม่นับรวมกับคอนเนกชันพิเศษอื่นๆ ของ พล.ต.อ.พัชรวาท ในวงการอื่นๆ อีกมากมาย
ด้วยเหตุนี้ หลายคนในพลังประชารัฐคงรู้สึกแฮปปี้ ที่น้องชายพลเอกประวิตรจะเข้าสู่การเมืองเต็มตัว เพื่อมาช่วยงานบิ๊กป้อมที่อายุมากขึ้นเรื่อยๆ อันจะเป็นหลักประกันให้คนในพลังประชารัฐได้ระดับหนึ่งว่า พรรคยังพอมีอนาคต
อย่างไรก็ตาม ก่อนจะไปถึงจุดว่า พล.ต.อ.พัชรวาทจะมีตำแหน่งอะไรในรัฐบาลที่กำลังจะตั้งขึ้นหรือไม่?
ฉากแรก คนในพลังประชารัฐต้องลุ้นก่อนว่า พลังประชารัฐจะได้เป็นพรรคร่วมรัฐบาลหรือไม่ ในการจัดตั้งรัฐบาลที่มีเพื่อไทยเป็นแกนนำ หรือต้องไปลุ้นก๊อกต่อไป ตามกระแสข่าวที่ว่า หากเพื่อไทยจัดตั้งรัฐบาลไม่สำเร็จ เพราะเกรงใจไม่กล้าสลัดพรรคก้าวไกลออกไป สุดท้ายก็อาจจำใจส่งไม้ต่อการตั้งรัฐบาลให้ อนุทิน ชาญวีรกูล-ภูมิใจไทย ขึ้นมาเป็นพรรคแกนนำจัดตั้งรัฐบาลแทน ในฐานะพรรคที่มี ส.ส.เป็นอันดับสาม
โดยหากออกมาแบบนี้ อนุทิน-ภูมิใจไทย ก็จะตั้งรัฐบาล โดยดึงเพื่อไทยไปร่วมตั้งรัฐบาลกับพรรคการเมืองปีกรัฐบาลปัจจุบัน ทั้งพลังประชารัฐ-รวมไทยสร้างชาติ-ประชาธิปัตย์-ชาติไทยพัฒนา โดยไม่มีก้าวไกลร่วมด้วย ถ้าทุกอย่างเดินไปตามนี้ โอกาสจะตั้งรัฐบาลสำเร็จจะมีโอกาสสูงแน่ เพราะจะได้เสียงหนุนจากสมาชิกวุฒิสภาจนถึง 376 เสียง หลังไม่มีก้าวไกลร่วมตั้งรัฐบาล
กระนั้น ข่าวหลายกระแสยืนยันตรงกันว่า “ทักษิณ-เพื่อไทย” ยังคงพยายามจัดตั้งรัฐบาลให้สำเร็จก่อนให้ได้ จนเกิดกระแสข่าว ดีลลับฮ่องกง-จัดตั้งรัฐบาล ออกมาหลายสูตร แต่ที่กระพือหนักก็คือ จะเป็นการจัดตั้งรัฐบาลที่ไม่มี พรรคก้าวไกล ร่วมอยู่ด้วย
อย่างไรก็ตาม มีข่าวสอดแทรกขึ้นมาว่า ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคก้าวไกลตัวจริง ได้บินไปคุยการเมืองกับทักษิณที่ฮ่องกงเมื่อหลายวันก่อนหน้านี้ โดยเสนอดีลว่า ก้าวไกล 151 เสียง พร้อมถอยไปเป็นฝ่ายค้าน และพร้อมโหวตหนุนแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคเพื่อไทย แต่มีเงื่อนไขว่าต้องไม่มีพรรค “2 ลุง” คือ พลังประชารัฐ และรวมไทยสร้างชาติ ร่วมตั้งรัฐบาลด้วย ซึ่งถึงตอนนี้ ธนาธรก็ยังไม่ออกมาปฏิเสธกระแสข่าวดังกล่าว ทำให้มีความเป็นไปได้ว่ากระแสข่าวนี้อาจเป็นจริง
กระนั้นก็มีข่าวอีกบางกระแสลอยมาว่า แกนนำพรรคการเมืองที่อยู่ในโผตั้งรัฐบาลใหม่ เช่นจาก ภูมิใจไทย-ชาติไทยพัฒนา มีท่าทียังไม่ค่อยมั่นใจมากนักว่า หากไปร่วมตั้งรัฐบาลโดยมีเพื่อไทยเป็นแกนนำ สุดท้ายแล้วหากโหวตนายกฯ สำเร็จ โดยคนของเพื่อไทยอย่าง เศรษฐา ทวีสิน ได้ขึ้นเป็นนายกฯ ที่ถึงตอนนั้น เศรษฐา-เพื่อไทย ก็มีอำนาจเต็มในมือเพราะเป็นนายกฯไปแล้ว แล้วมีหลักประกันอะไรได้ว่าจะไม่ไปดึงพรรคก้าวไกลมาร่วมรัฐบาลในภายหลัง แล้วลอยแพภูมิใจไทย-ชาติไทยพัฒนา กลางคัน!
เช่น หลังโหวตนายกฯ เสร็จ มีการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งนายกฯ แล้ว ตัวเศรษฐาเรียกประชุมแกนนำพรรคร่วมจัดตั้งรัฐบาล เพื่อยกร่างนโยบายรัฐบาลเพื่อเตรียมแถลงต่อรัฐสภา แล้วประชุมไปได้สัก 2-3 ครั้ง ฝ่ายเพื่อไทยอาจบอกว่า แนวทาง-นโยบายไปด้วยกันไม่ได้ จึงไปดึงก้าวไกลมาร่วมด้วย โดยปรับบางพรรคออก ถึงตอนนั้น ที่พยายามต้านไม่ให้ก้าวไกลเป็นรัฐบาลก็ทำอะไรไม่ได้ หรือแม้ต่อให้ตั้งรัฐบาลกันไป ทำงานไปได้สักระยะ พอรัฐสภาผ่าน ร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2567 เสร็จ มีการจัดทัพบิ๊กข้าราชการตำแหน่งหลักๆ เสร็จสิ้น เช่น การแต่งตั้งผู้บัญชาการสี่เหล่าทัพ ที่เกษียณในปีนี้หมด ทั้ง ผบ.ทบ.-ผบ.ทร.-ผบ.ทอ.-ผบ.สส. รวมถึงผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.)”
จากนั้นพอปิดสภา เพื่อไทยก็จัดการ ปรับ ครม. โดยดึงก้าวไกลมาร่วมรัฐบาล แล้วก็เตะพรรคอื่นๆ อย่างภูมิใจไทย-ชาติไทยพัฒนาออกไป เพื่อเป็นการตอบแทนพรรคก้าวไกลที่โหวตสนับสนุนคนของเพื่อไทยให้เป็นนายกฯ อีกทั้ง ยังทำให้ลดแรงต้านรัฐบาลเพื่อไทยจากมวลชน กองเชียร์ก้าวไกล เพราะแกนนำเพื่อไทยคงประเมินว่า หากก้าวไกลเป็นฝ่ายค้านไปเรื่อยๆ ก็อาจมีม็อบการเมืองเกิดขึ้นตลอดเวลา จนกระทบกับการทำงานของรัฐบาล-เสถียรภาพรัฐบาล เพราะบริหารประเทศแบบไม่ราบรื่น ก็เลยจะใช้วิธีรอปรับ ครม.แล้วค่อยดึงก้าวไกลมาร่วมรัฐบาลภายหลัง
ซึ่งแผนการเมืองลักษณะแบบนี้ คนจากพรรคการเมืองอื่นๆ เช่น ภูมิใจไทย ก็ย่อมประเมินไว้เช่นกันว่า เพื่อไทยอาจใช้วิธีแบบนี้ก็ได้ คือไปดึงก้าวไกลมาร่วมรัฐบาลภายหลัง ซึ่งแม้เพื่อไทยไม่ปรับภูมิใจไทยออก ทางพรรคภูมิใจไทยก็ต้องทำตามที่เคยประกาศไว้ คือไม่ร่วมงานการเมืองกับพรรคก้าวไกลที่มีนโยบายแก้ 112
ดังนั้น กระแสข่าวการจัดตั้งรัฐบาลโดยก้าวไกลพร้อมโหวตสนับสนุนการจัดตั้งรัฐบาลของเพื่อไทย โดยก้าวไกลจะถอยเป็นฝ่ายค้านไปก่อน ทำให้ทางแกนนำพรรคอื่นๆ ที่เคยต้านก้าวไกลอย่าง ภูมิใจไทย-ชาติไทยพัฒนา ก็ต้องคิดหนักหากจะไปร่วมตั้งรัฐบาล เพียงเพื่อเป็น นั่งร้านการเมือง ให้กับเพื่อไทยตั้งรัฐบาลได้สำเร็จ แต่เสี่ยงจะโดนถีบออกในภายหลัง
ทั้งหมดทำให้การตั้งรัฐบาลของเพื่อไทยผ่านดีลลับฮ่องกง เลยยังไม่นิ่ง อาจเกิดสูตรตั้งรัฐบาลที่หลายคนคาดไม่ถึงตามมาได้อีกหลายสูตร
อย่างไรก็ตาม สิ่งที่หลายคนดูจะเห็นตรงกันหมดก็คือ การตั้งรัฐบาลของเพื่อไทยที่ไม่ชัดเจนเสียที เห็นร่องรอยชัดว่าเชื่อมโยงกับการเดินทางกลับไทยของทักษิณ เพราะทักษิณต้องการกลับมาแล้วออกจากคุกได้เร็ว ที่สำคัญต้องมีหลักประกันว่าเพื่อไทยต้องเป็นรัฐบาล-คุมอำนาจรัฐ มันจึงเชื่อมโยงกับการตั้งรัฐบาลที่มีการต่อรองกันอย่างหนัก จนหาจุดลงตัวไม่ได้
เหมือนกับทักษิณมีไพ่ใบสำคัญถือไว้ในมืออยู่ แต่ยังไม่หงายออกมา การตั้งรัฐบาลจึงยังไม่ลงตัวอย่างที่เห็น.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
‘เสี่ยหนู’จดทะเบียนสมรส
“อนุทิน” หัวใจสีชมพู ควง “จ๋า ธนนนท์” จดทะเบียนสมรสที่บ้านอย่างอบอุ่น ท่ามกลางครอบครัวเป็นสักขีพยานก่อนวันวาเลนไทน์ “รัฐบาล-ตำรวจ” พาเหรดเตือนภัยวันแห่งความรัก
ฤกษ์ดี! 'อนุทิน' ควง 'จ๋า ธนนนท์' จดทะเบียนสมรส
'อนุทิน' ไม่รอวันวาเลนไทน์ ควง ’จ๋า ธนนนท์‘ จดทะเบียนสมรส ที่บ้านอย่างอบอุ่น ท่ามกลางครอบครัวเป็นสักขีพยาน
ดึงสติ! หัดมีน้ำใจนักกีฬา แพ้นับใหม่ ยังดรามาไม่ยอมจบ
นายนันทิวัฒน์ สามารถ อดีตเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ และอดีตรองผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองแห่งชาติ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า ดรามา แพ้นับใหม่
เปิดเบื้องลึก! 'ภท.' ชิงเปิดตัว 'พรรคเล็ก' ร่วมรัฐบาล
นายเทพไท เสนพงศ์ อดีต สส.นครศรีธรรมราช โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กเรื่อง "ภูมิใจไทย ชิงเปิดตัวพรรคเล็ก" โดยระบุว่า
“ภูมิใจไทย”คุมเกมเลือกขั้ว กธ.จัดง่าย-พท.ใหญ่เทอะทะ
สูตรจัดตั้งรัฐบาลออกมาอย่างต่อเนื่องสอดรับกับผลการเลือกตั้ง แต่หากถาม “นายอนุทิน ชาญวีรกูล” นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ยืนยันว่า “ยังอีกไกล” เพราะต้องรอให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) รับรองผลให้แล้วเสร็จก่อน ซึ่งมีกำหนดระยะเวลา 60 วัน
'อนุทิน' บอกไม่สบายใจดัชนีคอร์รัปชันไทยสอบตก!
'อนุทิน' รับไม่สบายใจค่าคะแนน CPI ไทยต่ำ 33 คะแนน สะท้อนภาพลักษณ์ประเทศอยู่ในเกณฑ์สอบตก กำชับการปฎิบัติงานทุกภาคส่วนโปร่งใส 'บวรศักดิ์' แนะ 5 ข้อ รบ.ชุดหน้าต้องทำ

