ถอดรหัส'สามก๊ก' 'แดง-ส้ม-น้ำเงิน'

ในกระดานการเมืองไทยที่ตอนนี้กูรูการเมืองฟันธงตรงกันว่า เหลือแค่ “สามก๊ก” จากสามค่ายสี ส้ม แดง และน้ำเงิน ที่มีอุดมการณ์และแนวทางทำการเมืองที่แตกต่างกัน เพื่อเจาะฐานเสียงให้แก่ตัวเอง  

สำหรับ “สามก๊ก” เป็นนวนิยายอิงประวัติศาสตร์ของจีนที่ประพันธ์ในคริสต์ศตวรรษที่ 14 ถือกันว่าเป็นผลงานเขียนของล่อ กวนตง มีฉากในสมัยแห่งความวุ่นวายในยุคปลายราชวงศ์ฮั่น เป็นเรื่องราวของ 3 ตัวเอกอย่าง โจโฉ, เล่าปี่, ซุนกวน ที่ต่างใช้เล่ห์เหลี่ยมทางการเมืองเพื่อเอาตัวรอด รักษาอำนาจ ไปจนถึงการขึ้นสู่อำนาจ 

เมื่อย้อนกลับมาก็พบว่า สถานการณ์การเมืองไทยไม่ได้ต่างจากนวนิยายดังกล่าว ผ่านการยกตัวอย่างในแต่ละสี ประกอบด้วย 

 “สีส้ม” คือระบอบก้าวหน้าสุดโต่ง นำโดยพรรคประชาชน (ปชน.) ที่สร้างความเปลี่ยนแปลง และพยายามเซาะกร่อนบ่อนทำลายเสาหลักของชาติ จากกระบวนการแก้ไขประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 ส่งผลให้ศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยตัดสิทธิทางการเมืองแก่คณะกรรมการบริหารพรรคและยุบพรรคก้าวไกล ขณะที่แกนนำรุ่นใหม่ในพรรค ปชน.ก็ลุ้นระทึกในชั้น ป.ป.ช. สุ่มเสี่ยงผิดมาตรฐานจริยธรรม เพื่อส่งให้ศาลฎีกาตัดสินประหารชีวิตทางการเมืองหรือไม่  

"สีแดง” คือระบอบทักษิณ ที่ล่าสุดต้องการลุยไฟผลักดันนโยบาย “กาสิโน” ที่จะเป็นการเปลี่ยนบรรทัดฐานศีลธรรมสังคม ให้การพนันกลายเป็นเรื่องถูก เรื่องดี ท่ามกลางข้อครหาว่า นี่คือนโยบายระดมทุนทางการเมืองของพรรคเพื่อไทย

ซึ่งถูกโยงกับความล้มเหลวของสารพัดนโยบายต่างๆ ที่หลายฝ่ายมองว่าอาจจะซ้ำรอยในอดีต ที่จบด้วยข้อหาทุจริตคอร์รัปชันแบบมโหฬารมาแล้ว มีคนต้องติดคุกและหนีคดีไปต่างประเทศ ซึ่งการนำของพรรคเพื่อไทย เมื่อผ่านไปสองปีได้สร้างความหวาดระแวงและความไม่ไว้วางใจจากมวลชนในกลุ่มพลังจารีตเป็นอย่างมาก 

 “สีน้ำเงิน” หรือพรรคภูมิใจไทย แม้จะมีคำอธิบายว่าสีน้ำเงินมีความหมายสารพัด แต่มันก็ชัดเจนว่าหนึ่งในความหมายสำคัญของสีนี้คือสถาบันหลักของชาติ และความชัดเจนว่าต้องอาสาเข้ามาเป็นตัวแทนของฝ่ายอนุรักษนิยม เพื่อต่อกรกับกลุ่มสุดโต่งก้าวหน้า เล่นละครสองหน้าในรัฐบาลตามบทการเมืองตบจูบ แต่ภารกิจสำคัญคือการคานอำนาจระบอบทักษิณไม่ให้ทำอะไรสุดซอย 

การเกิดขึ้นของพรรคสีน้ำเงินต้องย้อนกลับไปที่ความถดถอยของพรรคสีฟ้าและสีน้ำเงินเข้ม ที่ไม่สามารถเป็นความหวังให้ฝ่ายอนุรักษนิยมได้อีกต่อไป 

ผ่านคะแนนเลือกตั้งที่สาละวันเตี้ยลงอย่างน่าใจหาย และด้วยตัวเลข สส.ที่น้อยนิดจึงทำให้ไร้พลังในทางการเมือง ฝ่ายจารีตเดิมและมวลชนยังหาตัวแทนไม่ได้ หลัง “พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา” อดีตนายกฯ พ้นจากแวดวงการเมืองไปเป็นองคมนตรีแล้ว จึงจำเป็นต้องหาสัญลักษณ์ใหม่ กระทั่งการเติบโตของพรรคภูมิใจไทยขึ้นมาพอดี 

จากภาพเดิมถูกมองเป็นเพียงพรรคกลุ่มการเมืองบ้านใหญ่ในต่างจังหวัด ที่ไม่เคยอยู่ในสายตาของฝ่ายจารีต 

แต่ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมาต้องยอมรับว่า พรรคภูมิใจไทยคือขั้วการเมืองที่ทรงพลัง ด้วยเครือข่ายสีน้ำเงินในสภาล่างและสูง ที่พร้อมขับเคลื่อนภารกิจชาติและการเมืองอย่างเป็นเอกภาพ 

ด้วยจุดยืนคือเรื่องของการเคารพ เทิดทูน และปกป้องสถาบันหลักของชาติ ผ่านการตัดสินใจในทางการเมือง ยังสอดคล้องกับความต้องการของฝ่ายอนุรักษ์มาโดยตลอด 

ไล่ตั้งแต่การไม่แตะประมวลกฎหมายอาญา ม.112 ไม่จับมือกับพรรคที่มีแนวทางนี้ รวมถึงจุดยืนที่จะไม่แตะต้อง ไม่แก้ไขรัฐธรรมนูญหมวดจริยธรรม ที่จะลดมาตรฐานความเข้มข้นของรัฐธรรมนูญปราบโกง   

อีกทั้งยังไม่เห็นด้วยกับพรรคเพื่อไทยที่จะมีแนวคิดเสนอแก้ไขกฎหมายจัดระเบียบกลาโหม จนพรรคได้ฉายาจากสื่อมวลชนประจำทำเนียบรัฐบาลว่า “ภูมิใจขวาง” ในทางกลับกันถือว่าแนวทางนี้ก็เข้าทางฝ่ายอนุรักษนิยมไม่น้อย

ขณะที่สภาสูงเครือข่ายสีน้ำเงินก็ทำหน้าที่ตรวจสอบสภาล่างอย่างเข้มข้น เช่น การกลั่นกรองกฎหมายต่างๆ รวมถึงคัดเลือกองค์กรอิสระต่างๆ เพื่อตรวจสอบการใช้อำนาจบริหารประเทศให้มีประสิทธิภาพ เป็นไปตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ พร้อมทั้งยังออกมาดักคอล่วงหน้าหากเห็นว่าเรื่องใดไม่ถูกต้อง หรือสวนทางกับศีลธรรมและวัฒนธรรมของประเทศ เช่นเรื่อง “กาสิโน”

ชั่วโมงนี้ “พรรคภูมิใจไทย” คือตัวเลือกที่ดีที่สุดแล้วของฝ่ายอนุรักษนิยมและมวลชนที่กำลังอ้างว้าง ไร้การนำทัพ บนสมการการเมืองไฟต์บังคับ “สามก๊ก” เมืองไทย “แดง-ส้ม-น้ำเงิน”.  

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'รทสช.'อยู่ยากใน‘รัฐบาลหนู2’ เจอพิษน้ำมัน ซัดกันเองฉ่ำ!

พรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) อีกหนึ่งพรรคร่วมรัฐบาล “อนุทิน 2” หลังจาก รทสช.พ่ายในสนามเลือกตั้ง ได้ สส.เพียง 2 คน โดย นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรค ได้สละที่นั่ง สส.บัญชีรายชื่อให้ นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี ทำหน้าที่แทน ควบคู่กับ นายชัชวาลล์ คงอุดม สส.บัญชีรายชื่อ ส่วนพีระพันธุ์ขอลุยทำหน้าที่ขับคลื่อนพรรคเพียงหมวกเดียว

'นิพิฏฐ์' สวน 'พิพัฒน์' อย่าใช้ไม้บรรทัดคนรวยวัดคนจน

นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ และอดีต สส.พัทลุง โพสต์ข้อความว่า อย่าใช้ไม้บรรทัดคนรวยไปวัดคนจน

อาฟเตอร์ช็อกน้ำมันแพง จับตามาตรการช่วยเหลือ วัดกึ๋น รบ.

คำขอโทษประชาชนของ ‘อนุทิน ชาญวีรกูล’ นายกรัฐมนตรี ในงาน Meet The Press ภายใต้หัวข้อ ‘1 เดือนวิกฤตโลก : แผนรับมือไทยในโลกที่ไม่เหมือนเดิม’

กฎหมายชัด มันทำไม่ได้! ‘สิริพงศ์’ อัด ‘พีระพันธุ์’ ปมจวก ‘พาณิชย์’ เกียร์ว่าง ไม่คุมราคาน้ำมัน สวนแรง ตอนมีอำนาจไม่ทำให้เสร็จ เก่งแต่วิจารณ์ ผลงานอยู่ไหน

กรณี นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ออกมาอธิบายว่า ไม่สามารถเข้าไปแทรกแซงราคาน้ำมันได้ เนื่องจากหน่วยงานไม่มีอำนาจ ต่อมา นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ ออกมาวิจารณ์ว่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กำลังเสี่ยงต่อการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่

'วิกฤตน้ำมัน'ผลพวงลากยาว หยิกเล็บเจ็บเนื้อ'ครม.หนู2'

อารมณ์คนในช่วงวิกฤตราคาน้ำมัน ค่าครองชีพพุ่งสูง เดือดยิ่งกว่าอุณหภูมิช่วงหน้าร้อนหลายเท่าตัว แม้กระทั่งภาพจำในช่วงรัฐบาลรักชาติยึดคืนอธิปไตยกลับคืนมลายหายไปสิ้น แปรเปลี่ยนเป็นเสียงบ่น ก่นด่าแทน