สถานการณ์ นิติสงคราม ระหว่าง สีแดง กับ สีน้ำเงิน ผ่านเป้าหมายแบ่งเค้กในองค์กรอิสระ หลังพรรคเพื่อไทยเชื่อว่าสมาชิกวุฒิสภา (สว.) จำนวน 138 สว. เกี่ยวข้องกับพรรคภูมิใจไทย มีอำนาจเห็นชอบ ศาลรัฐธรรมนูญ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช. ) คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ผู้ตรวจการแผ่นดิน ฯลฯ ที่ให้คุณให้โทษทางการเมืองทางการเมืองได้
พรรคเพื่อไทยต้องการแก้เกมแพ้นิติสงคราม หลัง นายกฯ เศรษฐา ทวีสิน อดีตนายกฯ ตกเก้าอี้จากการฝ่าฝืนมาตรฐานจริยธรรมและซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ เช่นเดียวกับเพื่อป้องกันมิให้ แพทองธาร ชินวัตร นายกฯ เข้าไปสู่แดนประหารด้วยองค์กรอิสระเหล่านี้
จึงมีการเจรจาขอ เปิดดีลแชร์อำนาจกับฝ่ายสีน้ำเงิน แต่เมื่อไม่มีสัญญาณตอบกลับ ฝ่ายแดงจึงเปิดยุทธการสงครามตัวแทน ผ่าน กรมสอบสวนคดีพิเศษ และคณะกรรมการสืบสวนและไต่สวนส่วนกลาง คณะที่ 26 ของ กกต.ออกหมายเรียก สว.สีน้ำเงิน และรัฐมนตรีและอดีต สส.พรรคภูมิไทย รับข้อกล่าวหาในคดีฮั้วสว.
ต่อด้วยแตะมือให้ กุสุมาลวตี ศิริโกมุท สว.สำรองและ อดีต สส.ระบอบทักษิณ ยื่น กกต.ยุบพรรคภูมิใจไทย กล่าวหา อนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย และ ไชยชนก ชิดชอบ เลขาธิการพรรคภูมิใจไทย ข้องเกี่ยวกับคดีฮั้วสว.
ผสมโรงโดย ณัฐพร โตประยูร อดีตที่ปรึกษาประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน ยื่น กกต.ยุบพรรคสีน้ำเงิน ในคำร้องยังระบุว่ามี ผู้ยิ่งใหญ่ เจ๊ใหญ่ ในบุรีรัมย์ และ สส.พรรค เกี่ยวกับการฮั้วสว.
ณัฐพร ยังปูดเพิ่มว่า สิ่งที่น่ากลัวที่สุดคือมี พล.อ. “ส.” นักธุรกิจ “ส.” อยู่เบื้องหลังองค์กรอิสระ อาจทำให้กระบวนการยุติธรรมมีปัญหา และไม่สามารถจัดการกับ สว.ดังกล่าว และยุบพรรคสีน้ำเงินได้
เมื่อฝ่ายแดงใช้วิธีบังคับ ขู่เข็ญด้วยการปะฉะดะให้อีกฝ่าย ยอมแพ้ และต่อรองเช่นนี้ ฝ่ายน้ำเงิน ซึ่งประเมินแล้วยังมีไพ่เหนือกว่า ก็ตอบโต้แบบแรงมาแรงไป ไม่โกงกัน
โดยพรรคภูมิใจไทยมอบหมายให้ฝ่ายกฎหมายเอาผิดบุคคลที่ทำให้พรรคเสียหายแบบกราวรูด ไม่ว่าจะเป็นข้อหาหมิ่นประมาท เอกสารเท็จ และละเมิด พร้อมงัดเอกสาร เมื่อวันที่ 30 เม.ย.2567 ที่หัวหน้าพรรค ภท.สั่งห้ามให้สมาชิกพรรคไม่ยุ่งเกี่ยวกับการเลือกตั้งวุฒิสภา
ขณะที่ อนุทิน ตอบโต้ว่า เป็นเรื่องของการเมือง ส่วนกรณี ณัฐพร เป็นเรื่องความแค้นส่วนตัว มิใช่ยื่นตรวจสอบด้วยความสุจริต แต่มีวาระแอบแฝง หลังเคยถูกให้ออกจากที่ปรึกษาในกระทรวงมหาดไทยที่ได้รับการแต่งตั้งจากปลัดกระทรวงคนก่อน เพื่อหวังทำลายความน่าเชื่อถือของผู้ร้อง พร้อมเรียกร้องให้เปิดชื่อรายชื่อ 2 ส. ดังกล่าวออกมา จะเก็บไว้หาอะไร
ในส่วนของ สว.สีน้ำเงิน ก็เดินหน้าเก็บหลักฐานยื่นข้อมูลเพิ่มเติมต่อ ป.ป.ช.เอาผิดมาตรา 157 แก่ดีเอสไอ และศาลรัฐธรรมนูญเพื่อถอดถอน พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รมว.ยุติธรรม และ ภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกฯ และ รมว.กลาโหม ในฐานะประธานคณะกรรมการคดีพิเศษออกจากตำแหน่ง รวมถึงยื่นเรื่องให้ประธาน กกต.สั่งให้คณะอนุฯ กกต.ชุด 26 หยุดปฏิบัติหน้าที่
พร้อมรุกกลับด้วยความรวดเร็ว เดินหน้ากระบวนการ แต่งตั้งองค์กรอิสระ โดยเฉพาะวันที่ 30 พ.ค.นี้ โดยมีวาระเห็นชอบตั้ง 3 กรรมการ ป.ป.ช. รวมถึงตั้งกรรมการสอบประวัติผู้ถูกเสนอชื่อ 1 กกต. และ 2 ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ และ 1 อัยการสูงสุด
เมื่อประเมินจากสถานการณ์ผ่านนิติสงคราม ที่ทั้ง 2 ฝ่ายใช้ห้ำหั่นกัน ต้องยอมรับว่ากระบวนการของฝ่ายน้ำเงินนั้นรวดเร็วกว่า เพราะจบลงด้วยศาลรัฐธรรมนูญ และอำนาจการตั้งองค์กรอิสระด้วยอำนาจสว.
ต่างจากฝ่ายแดงยังมีขั้นตอนต่างๆ มากมาย เพราะในชั้น อนุฯ กกต.ก็เพิ่งเริ่มต้น ส่วนคดีในมือดีเอสไอ ได้แก่ คดีฟอกเงินและอั้งยี่ ต้องผ่านกระบวนการทั้งอัยการ และ 3 ศาลอาญาที่ใช้เวลายาวนาน
ไม่นับ สัญญาณเชิงลบของฝ่ายแดง ที่มีการพูดกันว่า รัฐบาลเพื่อไทยกำลังถูกล้มดีล ผ่านคำตัดสินของศาลปกครองสูงสุด สั่งให้ “ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร” อดีตนายกฯ ชดใช้ 1 หมื่นล้านบาท ชดใช้ในคดีจำนำข้าว
ที่เชื่อว่าจะเป็น โดมิโน ไปสู่คดีที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองนัดไต่สวน หรือนัดพร้อมในวันที่ 13 มิ.ย.ว่า “ทักษิณ ชินวัตร” จะกลับไปติดคุก จากกรณีป่วยทิพย์ชั้น 14 หรือไม่
พร้อมคำถามตัวโตๆ หากเป็นเช่นนั้นจริง รัฐบาล “แพทองธาร ชินวัตร” ที่กำลังถูกมรสุมทางการเมืองและเศรษฐกิจรุมล้อมทั่วสารทิศ จะอยู่รอดได้หรือไม่!.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'พท.' ปล่อยเพลงใหม่ ปลุกใจไม่มีวันตาย สั่งถอดบทเรียนความพ่ายแพ้
'พท.' ปลุกใจปล่อยเพลงใหม่ 'สู้ต่อไป เพื่อไทยทุกคน' ด้าน 'ยศชนัน' ให้กำลังใจผู้สมัคร รู้ทุกคนเจ็บปวด ขอปวารณาตัวไม่ทอดทิ้ง 'ประเสริฐ' สั่งถอดบทเรียนทั้งแพ้-ชนะ รวบรวมหลักฐานทุจริต ส่งสัปดาห์หน้า
“ภูมิใจไทย”คุมเกมเลือกขั้ว กธ.จัดง่าย-พท.ใหญ่เทอะทะ
สูตรจัดตั้งรัฐบาลออกมาอย่างต่อเนื่องสอดรับกับผลการเลือกตั้ง แต่หากถาม “นายอนุทิน ชาญวีรกูล” นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ยืนยันว่า “ยังอีกไกล” เพราะต้องรอให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) รับรองผลให้แล้วเสร็จก่อน ซึ่งมีกำหนดระยะเวลา 60 วัน
"กกต."จำเลยใหญ่สังคม เสี่ยงพา"การเมืองวิกฤต"
ผ่านไปเพียง 3 วันหลังจากการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) เป็นการทั่วไปเมื่อวันที่ 8 ก.พ.2569 ที่ผ่านมา ซึ่งควรจะเป็นวันแห่งชัยชนะของระบอบประชาธิปไตยและการเริ่มต้นใหม่ของประเทศไทย ทว่าภาพที่ปรากฏต่อสายตาชาวโลกกลับเต็มไปด้วย "เครื่องหมายคำถาม" ตัวโตๆ ที่พุ่งตรงไปยังศูนย์ราชการ แจ้งวัฒนะ สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)
เท้ง-ไหม-โรมและพวก กับโอกาสรอดที่ศาลฎีกา?
จากมติของที่ประชุมใหญ่ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.)
แลนด์สไลด์ส่ง ‘ค่ายน้ำเงิน’ ‘ผู้กำหนดเกม’ ตั้งรัฐบาล!
กว่า 190 ที่นั่งของ ‘ค่ายสีน้ำเงิน-พรรคภูมิใจไทย’ ในการเลือกตั้งครั้งนี้ ฐานกำลังหลักคือ จำนวน สส.แบ่งแบ่งเขต ที่กวาดไปได้ถึงกว่า 170 ที่นั่ง
อังคณา ซัดพรรคคนรุ่นใหม่ แตะต้องเตือนไม่ได้ วิจารณ์ก็มาถล่ม เป็น กมธ.กม. ไม่ทำการบ้าน แค่นั่งฟังคอยยกมือโหวต
อังคณา ซัดก่อนเลือกตั้งก็ไม่เคยถ่อมตน ใครวิพากษ์วิจารณ์ไรก็มาถล่มเขาหมด คิดแต่ว่าเป็นคนรุ่นใหม่ ความคิดเห็นต้องดีกว่า ไม่ฟัง แตะต้องไม่ได้

