ติดตามสถานการณ์รายวัน อาจใช้ไม่ได้กับการเมืองไทยในตอนนี้ เพราะนี่คือหนึ่งวัน พันเหตุการณ์ จึงจำเป็นต้องเกาะติดกันทุกนาที ตามที่มีอัปเดตเปลี่ยนแปลงทุกรายชั่วโมง จากการตอบโต้ของ ‘แดง-ส้ม-น้ำเงิน’ 3 ขั้วหลัก ที่กุมเสียง สส.มากที่สุดในสภา
แม้ก่อนหน้าดูท่าจะได้ข้อสรุป หลัง พรรคประชาชน (ปชน.) ตกลงปลงใจ สนับสนุนให้ พรรคภูมิใจไทย (ภท.) สานฝันนำอำนาจรัฐเข้าไปกุมอยู่ในมือ ด้วยการยอมยกมือโหวต นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ในฐานะแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี แลกกับการขึ้นไปทำหน้าที่ ‘ยุบสภา’ ตามเงื่อนไขใน MOA
ระหว่างทาง ยังเจอความสับสนว่า ‘กระบวนการยุบสภายุติแล้วจริงหรือไม่?’ ทำให้ในช่วงเช้าวานนี้ นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน จึงได้ทวงถามความชัดเจนกับ นายภูมิธรรม เวชยชัย ในฐานะปฏิบัติหน้าที่นายกรัฐมนตรี ต่อเรื่องดังกล่าวอีกครั้ง
โดยได้รับการตอบกลับมาเป็นแถลงการณ์ ระบุว่า “รัฐบาลได้ดำเนินการจัดทำร่างพระราชกฤษฎีกายุบสภาผู้แทนราษฎร และส่งให้สำนักงานองคมนตรีพิจารณาแล้ว เมื่อเย็นวันที่ 2 กันยายน 2568 ต่อมาได้รับแจ้งจากสำนักงานองคมนตรี ว่ายังมีประเด็นข้อกฎหมายที่มีการโต้แย้ง และยังไม่เป็นข้อยุติ โดยเฉพาะประเด็นอำนาจของรองนายกรัฐมนตรี ผู้ปฏิบัติหน้าที่แทนนายกรัฐมนตรี ในการถวายคำแนะนำ จึงยังไม่เห็นสมควรนำร่างพระราชกฤษฎีกาขึ้นทูลเกล้าฯ ถวายในเวลานี้”
อย่างไรก็ตาม “รัฐบาลเคารพในขั้นตอน และหลักนิติธรรมทุกประการ และจะนำกลับมาทบทวน และพิจารณาเพื่อให้เกิดความเหมาะสมถูกต้อง แต่ขอย้ำชัดว่า เจตนารมณ์ของรัฐบาล คือการคืนอำนาจให้ประชาชนโดยเร็วที่สุด”
อย่ากระนั้นเลย แรงดิ้นก่อนขาดใจของ พรรคเพื่อไทย (พท.) ยังทำให้เกิดการระส่ำกันได้ ในห้วงเวลา 24 ชั่วโมง ก่อนที่จะมีการโหวตนายกรัฐมนตรีคนใหม่วันที่ 5 ก.ย.
ด้วยการประกาศส่งข้อเสนอสุดท้ายว่า หาก นายชัยเกษม นิติสิริ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทย ได้ขึ้นนั่งนายกรัฐมนตรี จะมีการประกาศยุบสภาทันที เมื่อได้ตำแหน่ง ทั้งนี้ คือภายหลังการเข้าเฝ้าฯ ถวายสัตย์ และแถลงนโยบายต่อรัฐสภา
สำทับกับการปล่อยคลิปวิดีโอยืนยันด้วยปากนายชัยเกษมเองว่า "กระผมขอยืนยันว่า พรรคเพื่อไทยตอบรับข้อเสนอทุกข้อของพรรคประชาชน และหากกระผมได้รับการลงคะแนนให้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี จะยุบสภาทันที โดยไม่ต้องรอเวลาถึง 4 เดือน เพื่อคืนอำนาจให้ประชาชนเข้าสู่การเลือกตั้งตามระบอบประชาธิปไตยต่อไป นี่คือสัญญาที่ทำไว้ต่อพี่น้องประชาชนและท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทุกคน ผมในฐานะแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี และพรรคเพื่อไทยในฐานะแกนนำรัฐบาล จะปฏิบัติตามข้อตกลงนี้ โดยไม่มีข้อเปลี่ยนแปลง ไม่มีเงื่อนไขเพิ่มเติมใดๆ”
ทำให้แรงกดดันถูกตีกลับมายังพรรคประชาชนอีกครั้ง โดยเฉพาะการชูให้ ‘ประชาชนคือเจ้าของพรรค’ เลยต้องจำยอมรับการถูกรุมทึ้งจากทุกทาง
อย่าง นายรังสิมันต์ โรม รองหัวหน้าพรรค ปชน. ออกมาบอกว่า “ขอโทษทุกคนที่ทำให้ผิดหวังไม่ได้ ตัดสินใจตามที่ทุกคนคาดหวัง ผมยืนยันว่า จุดนี้คือจุดที่เราลำบากที่สุดในการตัดสินใจ แต่ก็ต้องทำหน้าที่ให้ได้ เพื่อแก้ปัญหาที่มีความเสี่ยง เราต้องเดินหน้าจนกว่าจะมีเหตุเปลี่ยนแปลง” ก็ยังไม่อาจต้านกระแสได้
กระทั่งมีข่าวเล็ดลอดผ่านสื่อมวลชนซ้ำว่า มีคนในพรรคที่ไม่สนับสนุนมติทางสีน้ำเงิน ได้ออกมาร้องระบายกันระงม เพราะอย่างน้อยข้อเสนอใหม่นั้น จะตอบสนองต่อคำที่ประกาศมาเสมอว่า “ต้องยุบสภา เพื่อเดินหน้าเข้าสู่การเลือกตั้งโดยเร็ว” มากกว่า
บ้างก็ว่านี่คือโอกาสที่จะเป็นทางลง หันกลับมาหาพรรคเพื่อไทย ผู้ไร้สิ้นหนทางเดิน แทนที่จะไปเสริมพรรคภูมิใจไทย ซึ่งนับวันจะโตวันโตคืน
ทั้งเสียงวิพากษ์วิจารณ์เดิม จากทั้งคนเบื้องหลัง เหล่าอดีตผู้ที่มีบทบาทใกล้ชิดพรรค และฝ่ายประชาธิปไตยอื่นๆ ซึ่งมองว่าควรยืนยันในหลักการที่จะไม่เลือกใคร ปล่อยให้กลไกทำหน้าที่ของมัน
ปฏิเสธไม่ได้ว่า การที่ชอยส์นี้ถูกปัดตกไปแต่ต้น อย่างไม่มีการดึงกลับมาทบทวนอีกครั้ง เนื่องจากมีหลายคนภายใน หวาดกลัว พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา องคมนตรี ในฐานะแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) ขึ้นสมอง และหวั่นว่าอาจเปิดช่องให้บุคคลปริศนาเข้ามาแทรกแซงกระบวนการ
แม้ไม่รู้ว่า ‘ดีลปีศาจ’ ที่ร่ำลือกัน มีอยู่จริงหรือไม่ แต่เป็นที่รู้กันดีว่า พรรคประชาชนที่มี ‘โปลิตบูโร’ เป็นผู้วางธงตัดสินใจไว้แล้ว ก็คงไม่อาจกลับลำกันง่ายๆ เป็นแน่
เพราะหากยิ่งหากเดินตามเกม เปลี่ยนใจไปตามข้อเสนอ ก็จะถูกมองว่า สับปลับ กลับกลอก ไม่ต่างกับการตระบัดสัตย์ ที่เคยตราหน้าคนอื่นไว้
สุดท้าย ‘หัวหน้าเท้ง’ จึงออกมายืนยันอีกครั้งเพื่อป้องกันอารมณ์สังคมจะลุกลามบานปลายว่า “การตัดสินใจของพรรคประชาชนได้สิ้นสุดไปตั้งแต่มีการแถลงข่าวของกรรมการบริหารพรรค และการลงนามข้อตกลงร่วมกับพรรคภูมิใจไทยแล้ว ไม่เสียดายใดๆ และไม่คิดจะกลับไปทบทวนมติที่เกิดขึ้นแล้วแน่นอน จะเดินหน้าเพื่อหาทางออกให้กับประเทศ"
เนื่องจาก “หากได้มีการยื่นข้อเสนอ และพูดคุยอย่างเป็นทางการมาก่อนจะผ่านกระบวนการรับฟังความคิดเห็นของพรรคประชาชนทั้งหมด เชื่อว่าตนเองและเพื่อนๆ ในพรรคจะรับไว้พิจารณา และใช้เป็นปัจจัยหนึ่งในการชั่งน้ำหนัก แต่เห็นแล้วอย่างชัดเจนว่า ตลอดเวลาที่ผ่านมาจนถึงวันนี้ มีการให้ข่าวกลับไปกลับมาจากทางพรรคเพื่อไทยเอง พวกเราก็พอประเมินได้ว่า พรรคเพื่อไทยไม่ได้จริงจัง และจริงใจ ที่จะบรรลุข้อตกลงกับพวกเราตั้งแต่ต้น แต่เป็นการปล่อยข่าวเพื่อช่วงชิงความได้เปรียบทางการเมืองมากกว่า”
"จนถึงวินาทีนี้ หลังจากที่พรรคประชาชนได้บรรลุข้อตกลง และยังคงมีการปล่อยข่าวในลักษณะนี้อยู่ ยิ่งแสดงให้เห็นว่า เราเองไม่สามารถที่จะเชื่อคำพูดที่กลับไปกลับมาแบบนี้ได้" นายณัฐพงษ์ กล่าว
นายณัฐพงษ์ จึงยังเชื่อมั่นว่า ทุกคนพร้อมปฏิบัติตามมติพรรค ไม่มีความกังวลว่าจะมี สส.ฝ่าฝืน หรือไม่ปฏิบัติตาม ณ ตอนนี้ ไม่มีเสียงแตกแต่อย่างใด จับตาดูว่า การเลือกนายกรัฐมนตรีในวันศุกร์นี้ จะสำเร็จราบรื่น ผ่านไปด้วยดีหรือไม่ ฝั่งพรรคเพื่อไทยจะงัดเกมอะไรมาสู้เพื่อยื้อเวลา หรือพรรคประชาชนจะมี สส.ที่แหกมติ เนื่องจากเกรงว่า คณะรัฐมนตรีใหม่ จะเป็นคู่กรณีเดิมที่ตนเองเคยอภิปรายไว้หรือไม่
ขณะที่พรรคภูมิใจไทย แม้หากได้เก้าอี้นายกฯ ไป ก็อาจยังมีเรื่องการร้องเรียนตามมา จากบาดแผลเก่าในอดีตอีกก็เป็นได้.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
‘ครม.หนู2’หล่อขึ้น อนุทินอุบนั่งควบกลาโหม/ปชน.จ่อโละยกชุดดัน‘ไอติม’
"อนุทิน" ยันหน้าตา ครม.ใหม่ดีกว่าเดิม อุบควบเก้าอี้กลาโหม ชี้สูตรจัดตั้งรัฐบาลรอ กกต.รับรองครบถ้วนก่อน
"กกต."จำเลยใหญ่สังคม เสี่ยงพา"การเมืองวิกฤต"
ผ่านไปเพียง 3 วันหลังจากการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) เป็นการทั่วไปเมื่อวันที่ 8 ก.พ.2569 ที่ผ่านมา ซึ่งควรจะเป็นวันแห่งชัยชนะของระบอบประชาธิปไตยและการเริ่มต้นใหม่ของประเทศไทย ทว่าภาพที่ปรากฏต่อสายตาชาวโลกกลับเต็มไปด้วย "เครื่องหมายคำถาม" ตัวโตๆ ที่พุ่งตรงไปยังศูนย์ราชการ แจ้งวัฒนะ สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)
ดร.ณัฏฐ์ ชี้ 'สุชาติ' ยินยอมให้นับคะแนนใหม่ ไม่ผูกมัด กกต.
ดร.ณัฏฐ์ สอนมวย กกต. ปมนับคะแนนใหม่ "บันทึกคัดค้าน" พยานสำคัญมีน้ำหนักมากกว่าพยานบุคคล ส่วน "สุชาติ" ทำหนังสือยินยอมให้นับใหม่ ไม่เป็นเหตุให้ กกต.นับคะแนนใหม่
'อนุทิน' ใส่เสื้อโปโลคอปกสีน้ำเงิน-แดง ขึ้นรถแห่ ขอบคุณชาวนครสวรรค์ มอบ 5 สส. เข้าสภาฯ
"อนุทิน" ขึ้นรถแห่ ขอบคุณชาวนครสวรรค์ เมตตา มอบ 5 สส.ภท.เข้าสภาฯ ยืนโครงการคนละครึ่งพลัสกลับมาแน่ ขณะที่ชาวปากน้ำโพ ร่วมยินดีคึกคัก
นายกฯ ลงนามเอ็มโอยู แก้โรคพยาธิใบไม้ตับ-มะเร็งท่อน้ำดี ลั่นทำงานจริงจังไม่ต้องห่วงใครจะได้หน้า
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย เป็นประธานในพิธีลงนามบันทึกความเข้าใจเรื่องความร่วมมือเพื่อป้องกันและกำจัดโรคพยาธิใบไม้ตับและลดมะเร็งท่อน้ำดีในประเทศไทยระหว่างสถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงมหาดไทย และมหาวิทยาลัยขอนแก่น
นายกฯหนู กำชับเจ้าหน้าที่ใช้ความละมุนละม่อม ดูแลม็อบ 'นับใหม่' มองเป็นสิทธิแต่ต้องอยู่ในกรอบกฎหมาย
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงการเรียกร้องให้มีการนับคะแนนใหม่ว่า ได้กำชับให้ฝ่ายปกครองและผู้ว่าราชการจังหวัด นายอำเภอ และตำรวจให้ช่วยกันดูแลสถานการณ์ และอำนวยความสะดวกให้กับประชาชน

