ศึกชิงอำนาจ7เสือกกต. เบื้องหลัง"ณรงค์"เฉือน"สิทธิโชติ"

“ณรงค์ กลั่นวารินทร์-กรรมการการเลือกตั้งที่ได้รับเลือกจากที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกา ส่งชื่อไปให้วุฒิสภาชุดปัจจุบันลงมติเห็นชอบให้เข้าไปทำหน้าที่เป็น กกต. และเป็นอดีตตุลาการชั้นผู้ใหญ่ในวงการศาลยุติธรรม เคยผ่านตำแหน่งสำคัญ เช่น อดีตผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลฎีกา-อดีตอธิบดีผู้พิพากษาศาลล้มละลายกลาง” ชื่อนี้คือ ประธานคณะกรรมการการเลือกตั้งคนใหม่ ที่จะมาแทน “อิทธิพร บุญประคอง” ที่พ้นจากตำแหน่ง เพราะอยู่ครบวาระ

หลังที่ประชุม 7 เสือ กกต.ลงมติกันเมื่อวันอังคารที่ 18 พ.ย.ที่ผ่านมา โหวตลับเลือกประธาน กกต.คนใหม่ จากที่มีผู้เสนอตัวลงชิงประธาน กกต. 2 ชื่อคือ ณรงค์ กลั่นวารินทร์ กับนายสิทธิโชติ อินทรวิเศษ กกต.และอดีตประธานแผนกคดีเลือกตั้งในศาลฎีกาฯ

 สุดท้ายที่ประชุมมีมติเฉียดฉิวเลือกณรงค์ไปเป็นประธาน กกต.คนใหม่ ด้วยคะแนนเสียงเฉียดฉิว 4-3 เฉือนเอาชนะรุ่นพี่วงการศาล สิทธิโชติไปได้แบบเข้มข้น 

และหลังจากนี้ สำนักงาน กกต.จะส่งชื่อไปให้ มงคล สุระสัจจะ ประธานวุฒิสภานำชื่อนายณรงค์ และว่าที่ กกต.ใหม่อีก 2 คน ที่ได้รับเสียงเห็นชอบจากสมาชิกวุฒิสภาเมื่อ 20 ตุลาคม ให้เข้าเป็น กกต.คือ อนันต์ สุวรรณรัตน์ อดีตปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และณรงค์ รักร้อย อดีตผู้ว่าฯ อุทัยธานี-อดีตผู้ว่าฯ สมุทรสาคร ก็จะมีการนำทั้ง 3 รายชื่อขึ้นทูลเกล้าฯ ถวายต่อไป

 สำหรับการชิงเก้าอี้ ประธาน 7 เสือ กกต. รอบนี้ พบว่าจากข่าวที่ปรากฏ มีความเคลื่อนไหวแบบปิดลับ-วงใน มีการเดินเกมทั้งภายในตึกสำนักงาน กกต.และวงการเมือง มาร่วม 3 สัปดาห์ เพื่อหวังผลในเรื่องการสนับสนุนและคะแนนเสียงในการชิงเก้าอี้ประธาน กกต.คนใหม่ ที่มีดาบในมือมากมาย

 โดยก่อนหน้านี้มีกระแสข่าวว่า จะมีคนเสนอตัวลงชิงประธาน กกต. 3 ชื่อ คือนอกจากชื่อของ ณรงค์ กลั่นวารินทร์ และสิทธิโชติ 2 อดีตตุลาการแล้ว ก็จะมี ว่าที่ กกต.ป้ายแดง อดีตผู้ว่าฯ ณรงค์ รักร้อย ที่แวดวงการเมืองกล่าวขานกันดังกระหึ่มว่า เป็นสายตรงบ้านใหญ่อุทัยธานีสายน้ำเงิน เพราะเคยเป็นอดีตผู้ว่าฯ อุทัยธานี 3 ปี จึงคุ้นเคยกับบ้านใหญ่ไทยเศรษฐ์ ก็มีข่าวว่าจะลงชิงด้วย ทำให้จะชิงกัน 3 ชื่อคือ "ณรงค์ อดีตสายศาล-สิทธิโชติ-ณรงค์ อดีตผู้ว่าฯ"

อย่างไรก็ตาม ช่วงโค้งสุดท้าย ข่าวบางกระแสออกมาว่า ขั้วสีน้ำเงินคุยกันจนตกผลึกเมื่อ 17 พ.ย. ก่อนหน้าการประชุมเลือกประธาน กกต. 1 วัน มีกระแสข่าวว่า “ขั้วอำนาจสีน้ำเงิน” เช็กกระแสสังคม พบว่ากระแสค้านณรงค์ อดีตผู้ว่าฯ เริ่มก่อตัวแรง มีการสร้างกระแสสกัดทำนองว่า ชื่อนี้ ใกล้ชิดกับฝ่ายการเมืองสายสีน้ำเงินมากเกินไป ทำให้ฝ่ายสีน้ำเงินเห็นว่า หากณรงค์ ชื่อนี้ ไปเป็นประธาน กกต.จะตกเป็นเป้า อาจเกิดการสร้างกระแสหวังผลตีกลับไปที่สีน้ำเงินว่า สีน้ำเงินต้องการยึดเรียบทั้งฝ่ายบริหาร-วุฒิสภา ที่มี สว.สีน้ำเงินร่วม 136 เสียง-องค์กรอิสระต่างๆ รวมถึง "กกต." ด้วย อีกทั้งมีบางฝ่ายก็พยายามสร้างกระแสว่า ณรงค์ รักร้อย ยังไม่ได้รับการโปรดเกล้าฯ และยังไม่ได้เข้าไปเป็น กกต.แม้แต่วันเดียว แต่คิดจะพาสชั้นเข้ามาเป็นประธาน กกต. เป็นการข้ามหัวรุ่นพี่ใน กกต.มากเกินไป อีกทั้งยังไม่มีประสบการณ์การเป็น กกต.มาก่อน ตรงนี้ก็ทำให้ฝ่ายสีน้ำเงินมองว่า ถ้าไม่ถอย อาจทำให้ถ้าเข้าไปทำงานเป็นประธาน กกต.จะเจอปัญหาแรงต้านทั้งภายในและภายนอก จนทำให้การทำงานของ 7 เสือ กกต.อาจไม่เป็นเอกภาพ

แต่จุดเปลี่ยนที่สำคัญก็คือ เช็กเสียงกันล่าสุดจนถึงวันที่ 17 พ.ย.พบว่า เสียงหนุนนายณรงค์ รักร้อย แกว่ง เพราะบางคนที่เคยคิดว่าจะออกเสียงให้ ก็ไม่เอาแล้ว เช็กเสียงแล้วได้ไม่ถึง 4 เสียง ไม่เกินกึ่งหนึ่ง จึงเปลี่ยนแนว ไปหนุน ณรงค์ กลั่นวารินทร์ ที่มีภาพลักษณ์เป็นกลาง ได้รับเลือกจากที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกา ถือว่ามีความเหมาะสม ให้เป็นประธาน กกต.ย่อมเป็นทางเลือกที่ดีกว่า ผนวกกับเดือน ธ.ค.นี้ 2 กกต.คือ เลิศวิโรจน์ โกวัฒนะ และฐิติเชฏฐ์ นุชนาฏ ก็จะหมดวาระการเป็น กกต.แล้ว ต้องมีการสมัคร-เลือก กกต.ใหม่ 2 คน ทำให้ลุ้นเพิ่มเสียง กกต.ได้ ทำให้เกมพลิก มีการหันไปเทเสียงหนุนณรงค์ อดีตตุลาการ เป็นประธาน กกต.คนใหม่ และทำให้ยังเป็นการกันไม่ให้ใครบางคนที่ลือกันว่า เป็นสายขั้วอำนาจเก่า เข้าไปเป็นประธาน กกต. ที่ผลออกมาก็เป็นไปตามมติ 4 ต่อ 3 

โดยมีรายงานว่า เบื้องหลังการลงมติของ 7 กกต.ที่ทำให้ นายณรงค์ กลั่นวารินทร์ ได้เป็นประธาน กกต.คนใหม่ พบว่า นายณรงค์ได้ 4 เสียงจาก ฐิติเชฏฐ์ นุชนาฏ อดีตที่ปรึกษา-หัวหน้าสำนักงาน นายนุรักษ์ มาประณีต องคมนตรีและอดีตประธานศาลรัฐธรรมนูญ-อนันต์ สุวรรณรัตน์ อดีตปลัด ก.เกษตรฯ-ณรงค์ รักร้อย และณรงค์ กลั่นวารินทร์ ที่ลงคะแนนเสียงให้ตัวเอง ส่วน “สิทธิโชติ” คู่ชิง ได้ 3 เสียงจาก ชาย นครชัย อดีตผู้ตรวจ กระทรวงวัฒนธรรม-เลิศวิโรจน์ โกวัฒนะ อดีตปลัดกระทรวงเกษตรฯ และตัวนายสิทธิโชติ ที่ลงคะแนนเสียงให้ตัวเองเช่นกัน 

สำหรับงานเฉพาะหน้าของประธาน กกต.และ 7 เสือ กกต.ต่อจากนี้ หลักๆ ที่สำคัญก็คือ การดูแลควบคุมการเลือกตั้งนายกฯ และสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) ทั่วประเทศ 5,300 แห่ง ในเดือนมกราคม 2569 และงานใหญ่งานช้างก็คือ การควบคุมดูแลการเลือกตั้ง สส.ในปีหน้า 2569 โดยเฉพาะการรับรองผลการเลือกตั้ง-การให้ใบเหลือง ใบแดง ผู้สมัคร สส. และการพิจารณาเรื่องร้องเรียนต่างๆ ที่จะตามมาหลังการเลือกตั้งที่จะมีจำนวนมาก และบางคำร้องอาจถึงขั้นมีเรื่องของการยุบพรรคด้วย

 ขณะเดียวกัน เลือกตั้งที่จะมีขึ้นรอบนี้ ก็แตกต่างจากการเลือกตั้งที่ผ่านมา เพราะจะมีการทำประชามติแก้ไขรัฐธรรมนูญควบคู่กันไปด้วย รวมถึงอาจมีเรื่องการทำประชามติยกเลิก MOU ไทย-กัมพูชา พ่วงติดเข้ามาอีก และถัดจากนั้น กกต.ก็มีงานสำคัญอีกหลายอย่าง เช่น การดูแลจัดการเลือกตั้ง ผู้ว่าฯ กทม.และสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (สก.) กลางปีหน้า เป็นต้น 

และที่ถูกจับตามองก็คือ การพิจารณาสำนวน คดีฮั้ว สว. ที่ก่อนหน้านี้ อนุกรรมการไต่สวนของ กกต.เคยเรียก สว.สีน้ำเงินร่วม 136 คน มารับทราบการแจ้งข้อกล่าวหา รวมถึงคดีฮั้ว สว.ก็ยังโยงไปถึงแกนนำพรรคภูมิใจไทย และเครือข่ายพรรคสีน้ำเงินในหลายจังหวัด ที่มีทั้งรัฐมนตรี-สส.-ผู้สนับสนุนพรรค ถูกอนุ กกต.แจ้งข้อกล่าวหาหลายสิบคน ซึ่งรวมถึงอนุทิน นายกฯ และหัวหน้าพรรคภูมิใจไทยด้วย

 ต้องจับตาการทำหน้าที่ ประธาน กกต.ของ "ณรงค์ กลั่นวารินทร์" ที่ได้รับเลือกจากที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาฯ และได้เสียงเห็นชอบจาก สว.สีน้ำเงิน ให้เข้าไปเป็น กกต.จนขึ้นมาเป็นประธาน กกต.สุดท้ายจะทำหน้าที่การเป็นประธาน 7 เสือ กกต.ได้อย่างเป็นกลาง ตรงไปตรงมาหรือไม่ ผลงานจะเป็นบทพิสูจน์.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

โสภณโบกมือลาทำ เนียบฯ ส้มดันเท้งชิงเก้าอี้นายกฯ

“โสภณ” อำลาทำเนียบฯ รอนั่งเก้าอี้ประธานสภาฯ “ปชน.” ส่งชื่อ “ณัฐพงษ์” ชิงเก้าอี้นายกฯ ส่วน ปธ.ฝ่ายนิติบัญญัติยังอุบชื่อ “ภคมน” ลั่นค้านแบบไม่ออมมือแน่ ด้าน “ปชป.”

‘กกต.’แจ้นแจง ฮั้วสว.ยังไม่จบ แค่ชั้นอนุฯกก.

สำนักงาน กกต.รีบแจงข่าว อนุฯ ปล่อยผีคดีฮั้ว สว. บอกยังไม่สะเด็ดน้ำ ต้องรอ กกต.ชุดใหญ่เคาะ “รุทธพล” บอกไม่ก้าวล่วงมติ “โสภณ” เชื่อข้าราชการต้องปฏิบัติตามกฎหมาย ชี้ยุคนี้ทุกอย่างต้องตอบคำถามได้ “เท้ง” บอกค้านสายตาประชาชน พรรคส้มตามขยี้ต่อในชั้น กกต.

แจงมติคณะอนุฯ ปล่อยผี 229 คน ฮั้ว สว. เป็นขั้นตอนเสนอความเห็น ไม่มีผลผูกพัน กกต.

สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ชี้แจงกรณีข่าวคณะอนุกรรมการวินิจฉัยชี้ขาดปัญหา ข้อโต้แย้ง คณะที่ 36 มีมติ 5 ต่อ 2 วินิจฉัยว่าผู้ถูกกล่าวหาทั้ง 229 คนซึ่งเป็นสว.ชุดปัจจุบัน กรรมการบริหารพรรคการเมืองและเครือข่าย

ดร.ณัฏฐ์ ชี้ คดีฮั้ว สว.ยังไม่จบ ปมอนุฯวินิจฉัยส่อกระทบมติ กกต.

สืบเนื่องจากกระแสข่าว คดีฮั้ว สว.ที่คณะอนุกรรมการวินิจฉัย กกต.คณะที่ 36 มีมติ 5 ต่อ 2 วินิจฉัย ผู้ถูกกล่าวหา 229 คนไม่กระทำฝ่าฝืน พรป.สว.มาตรา 77(1) นั้น

'ธีระศักดิ์' สว.ป้ายแดง แทน 'หมอเกศ' ยันไม่ฝักใฝ่ฝ่ายใด

'ธีระศักดิ์' เข้ารายงานตัวเป็น สว. แทน 'หมอเกศ' ยันไม่ฝักใฝ่การเมืองฝ่ายใด พร้อมทำหน้าที่ผลักดันกฎหมายเพื่อประโยชน์ประชาชน ขอไม่วิจารณ์ข่าวปล่อยผีคดีฮั้ว 229 คน อ้างเกินอำนาจหน้าที่

'โสภณ' เชื่อขรก.ยึดกม. ตอบสังคมได้ อย่ากังวลข่าวตีตก 'คดีฮั้ว สว.'

'โสภณ' เชื่อข้าราชการยึดหลักกฎหมายเป็นหลังพิง หลังมีข่าวชุดอนุฯ กกต. ยกคำร้อง 'คดีฮั้ว สว.' ขออย่ากังวลในยุคตรวจสอบ ต้องตอบคำถามสังคมได้