
สำนักงาน กกต.รีบแจงข่าว อนุฯ ปล่อยผีคดีฮั้ว สว. บอกยังไม่สะเด็ดน้ำ ต้องรอ กกต.ชุดใหญ่เคาะ “รุทธพล” บอกไม่ก้าวล่วงมติ “โสภณ” เชื่อข้าราชการต้องปฏิบัติตามกฎหมาย ชี้ยุคนี้ทุกอย่างต้องตอบคำถามได้ “เท้ง” บอกค้านสายตาประชาชน พรรคส้มตามขยี้ต่อในชั้น กกต.
เมื่อวันศุกร์ที่ 13 มีนาคม 2569 ยังคงมีความต่อเนื่องในกรณีคณะอนุกรรมการวินิจฉัยชี้ขาดปัญหาหรือข้อโต้แย้ง คณะที่ 36 ได้มีมติ 5:2 ให้ผู้ถูกกล่าวหาทั้ง 229 ราย ประกอบด้วย สมาชิกวุฒิสภา (สว.) ชุดปัจจุบัน 138 ราย กรรมการบริหารพรรคการเมือง สส. สมาชิกพรรค และเครือข่ายที่เกี่ยวข้องอีก 91 ราย ไม่มีมูลความผิดในคดีฮั้ว สว.
โดยเมื่อช่วงเย็น สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ชี้แจงเรื่องดังกล่าวว่า เป็นขั้นตอนในการกลั่นกรองสำนวนตามระเบียบ ซึ่งไม่ได้เพิ่มเติมขึ้นมาแต่อย่างใด โดยเมื่อคณะอนุกรรมการวินิจฉัยชี้ขาดปัญหาข้อโต้แย้ง คณะที่ 36 พิจารณาแล้ว จะจัดทำความเห็นและเสนอสำนักงาน กกต. เพื่อนำเสนอต่อ กกต.พิจารณาต่อไป ซึ่งตามขั้นตอน เมื่อ กกต.ได้รับสำนวนจากคณะอนุกรรมการวินิจฉัยชี้ขาดปัญหาข้อโต้แย้ง คณะที่ 36 แล้ว ต้องพิจารณาชี้ขาดหรือสั่งการโดยเร็ว ดังนั้น ขณะนี้เรื่องดังกล่าวจึงยังอยู่ในชั้นของสำนักงาน กกต.
"สำนักงาน กกต.ขอยืนยันว่า การดำเนินการทุกขั้นตอนเป็นไปตามกฎหมาย ระเบียบ และกระบวนการพิจารณาสำนวนที่กำหนดไว้ โดยความเห็นในแต่ละลำดับนั้น เป็นอิสระในการใช้ดุลยพินิจของตนเองในการเสนอความเห็น แต่ไม่มีผลผูกพันต่อการพิจารณาของ กกต. โดยหากมีคำวินิจฉัยที่เป็นทางการ สำนักงาน กกต.จะแจ้งให้ประชาชนทราบต่อไป"
ด้าน พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม (ยธ.) กล่าวถึงเรื่องนี้ในประเด็นที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เคยมีความเห็นดำเนินคดีไว้ว่า 229 รายมีความผิดว่า ต้องไปถามในส่วนที่เขาเกี่ยวข้องกันเอง ซึ่งการเห็นแย้งกันของสองคณะจะทำให้สังคมวิจารณ์อย่างไรนั้นไม่สามารถไปตอบได้ แต่ในฐานะที่ดีเอสไอได้ไปร่วมในคณะอนุกรรมการสืบสวนและไต่สวนส่วนกลาง คณะที่ 26 ก็คงต้องถามดีเอสไอว่าได้ดำเนินการไปอย่างไรบ้าง แต่เราจะไปก้าวล่วงหน่วยงานอื่นไม่ได้อยู่แล้ว
“เรื่องความเห็นเราไปยุ่งไม่ได้ เหมือนที่เคยพูดไว้ว่ามันมีหลายครั้งที่ฝ่ายการเมืองเข้าไปยุ่งแล้วมีปัญหา ก็ขอให้เข้าใจด้วย” พล.ต.ท.รุทธพลระบุ
ร.ต.อ.ปิยะ รักสกุล อธิบดีกรมคุมประพฤติ ในฐานะเป็น 1 ใน 7 คณะอนุกรรมการวินิจฉัยชี้ขาดปัญหาหรือข้อโต้แย้ง คณะที่ 36 ปฏิเสธให้สัมภาษณ์ โดยบอกสั้นๆ ว่า บอกเรื่องมติไม่ได้ เพราะทุกอย่างมันเป็นความลับ และสิ่งที่รายงานออกมาก็ไม่รู้ว่าเป็นความจริงหรือไม่ อย่างไร
นายโสภณ ซารัมย์ รองนายกฯ กล่าวในเรื่องนี้ว่า เท่าที่ติดตามจากสื่อเห็นว่าเป็นแหล่งข่าวจากคณะอนุกรรมการฯ ฉะนั้นเมื่อเป็นแหล่งข่าว จึงยังให้ความเห็นไม่ได้ ส่วนที่พูดกันว่าเมื่อพรรคภูมิใจไทยเป็นรัฐบาลคดีที่เกี่ยวข้องจะหายไปนั้น เป็นเรื่องของผู้ที่มีหน้าที่จะดำเนินการไปตามหน้าที่ ยกตัวอย่างหากข้าราชการไม่มีหลังพิง ทำอะไรข้าราชการก็เดือดร้อนเอง อย่างกรณีของอดีตนายกฯ จึงเชื่อว่าเมื่อมีบทเรียนเหล่านี้ข้าราชการหรือผู้มีส่วนเกี่ยวข้องจะพึงระวังอยู่แล้ว เพราะเคยมีกรณีตัวอย่าง ซึ่งในยุคของการตรวจสอบทุกอย่างต้องตอบคำถามได้ ไม่ว่าจะตอบสังคมหรือตอบคำถามหน่วยงานที่ตรวจสอบ จึงเห็นว่าอย่าไปกังวลมาก เหมือนที่บอกว่าบุรีรัมย์กินรวบหรือไม่ จะไปรู้ได้อย่างไรว่าพวกตนเองจะได้เสียงข้างมาก ขณะที่วุฒิสภาก็ดำเนินงานไปตามวิถีของเขา ไม่ใช่วางแผนมาก่อนว่าจะต้องกินรวบ ซึ่งมันไม่ใช่แบบนั้น
“เราต้องเชื่อว่าเขาปฏิบัติตามกฎหมาย หากไม่ปฏิบัติตามกฎหมายเขาก็ต้องรับผิดชอบในกระบวนการ เพราะเรื่องนี้ต้องมีการตรวจสอบกันไปมาอยู่แล้ว มันอยู่ที่ถูกใจถูกต้อง บางทีถูกต้องแต่ไม่ถูกใจ ไม่สะใจ มันก็ทำให้ถูกชงขึ้นมาอีก ในสภาวะวิกฤตของโลกครั้งนี้ ประเทศต้องการความรักไม่ใช่ความเกลียดชัง ยืนยันว่าเรื่องนี้ไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกับพรรคภูมิใจไทย แต่เป็นกระบวนการที่เดินไป ทุกอย่างชัดเจนที่คำตอบของตนอยู่แล้วว่าหน่วยงานที่รับผิดชอบต้องรับผิดชอบการตัดสินใจของเขา” นายโสภณกล่าว
ขณะที่ นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาชน (ปชน.) กล่าวในเรื่องนี้ว่า เป็นสิ่งที่ค้านสายตาประชาชน ซึ่งผลสรุปจากคณะอนุฯ ออกมาแล้ว ต่อไปก็ต้องเข้าสู่ที่ประชุม กกต.ชุดใหญ่ ซึ่งยังคงติดตามในส่วนนี้อย่างใกล้ชิด แต่ยังคงคาดหวังว่าทาง กกต.และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะดำเนินการเรื่องนี้อย่างตรงไปตรงมา ซึ่งในส่วนของพรรค นพ.วาโย อัศวรุ่งเรือง รองหัวหน้าพรรคประชาชน ก็ตามเรื่องนี้อย่างใกล้ชิด ซึ่งตอนนี้มีข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับขบวนการเลือก สว.ที่ผ่านมา และพรรคเตรียมการที่จะดำเนินการต่อไป
ด้านนายธีระศักดิ์ อรัญพิทักษ์ สว. เข้ารายงานตัวต่อสำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา แทน น.ส.เกศกมล เปลี่ยนสมัย อดีต สว. หลังศาลฎีกามีคำพิพากษาให้เพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งเป็นเวลา 10 ปี มีผลทำให้ตำแหน่ง สว.กลุ่มที่ 19 กลุ่มผู้ประกอบวิชาชีพ ผู้ประกอบอาชีพอิสระ หรืออื่นๆ ในทำนองเดียวกันว่างลง 1 ตำแหน่ง ส่งผลให้ผู้มีชื่ออยู่ในลำดับถัดไปในบัญชีสำรองเลื่อนขึ้นมาเป็น สว.แทน
นายธีระศักดิ์กล่าวในเรื่องนี้ว่า ขึ้นอยู่กับกติกาและวิจารณญาณของกรรมการที่จะวินิจฉัย ซึ่งไม่มีความเห็นในเรื่องนี้ เนื่องจากเกินเขตอำนาจหน้าที่
วันเดียวกัน นายสุรพงษ์ อินทรถาวร เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีกระแสข่าว ป.ป.ช.มีมติยกคำร้องกล่าวหานายศักดิ์สยาม ชิดชอบ อดีต รมว.คมนาคม อดีตเลขาธิการพรรคภูมิใจไทย กรณีจงใจยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินอันเป็นเท็จ กล่าวหาการถือครองหุ้นแทนใน หจก.บุรีเจริญคอนสตรัคชั่น ตามคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ว่าเรื่องนี้ตรวจสอบข้อมูลเบื้องต้นแล้ว ที่ประชุม ป.ป.ช.ชุดใหญ่มีมติยกคำร้องไปเมื่อเดือน ก.ย.2568 ซึ่งขณะนั้นยังไม่ได้ดำรงตำแหน่งเลขาธิการ ป.ป.ช. จึงยังไม่ทราบมติรายละเอียดว่าเป็นสำนวนเดียวกัน หรือเป็นข้อเท็จจริงเดียวกันกรณีคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญหรือไม่ ต้องรอตรวจสอบอีกครั้งหนึ่ง.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
พิพัฒน์สนองหนู ลงพื้นที่ฟังปชช. ลุย‘แลนด์บริดจ์’
“นายกฯ” รับเข้าใจชาวบ้านกังวล “แลนด์บริดจ์” สั่งคมนาคมลุยฟังเสียงความคิดเห็น
ไทยแจ้งเขมรเลิกMOU44 ตั้ง‘ผู้พัน’ไม่ขยับชายแดน
“สีหศักดิ์” เผยหารือทวิภาคี “ปรัก สุคน” เตรียมส่งหนังสือยกเลิกเอ็มโอยู 44
คิงชาร์ลส์-ทรัมป์ชื่นมื่นสยบร้าว
"ปธน.ทรัมป์" เปิดทำเนียบขาวรับเสด็จ "สมเด็จพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3" ประสานรอยร้าวสองประเทศจากสงคราม เจรจาสันติภาพเริ่มมีหวัง
ฟ้าหนุนส้มยื่นสอบปปช.ปล่อยโอ๋
“นายกฯ” พา “รมว.กลาโหมสิงคโปร์” กินโจ๊กเจ้าดังบางรัก เซ็นตั้ง “วีระพงษ์” ผู้แทนการค้าไทย
เคาะอุ้มค่าไฟ3บาท 200หน่วย‘ขั้นบันได’สะดุด กองทุนนํ้ามันกู้2หมื่นล้าน
รัฐบาลเคาะวาระแห่งชาติด้านพลังงาน อุ้มค่าไฟ 200 หน่วยแรกไม่เกิน 3 บาท
สว. รุมอัด กกต. รายงานผลจัดเลือกตั้ง อ้างโปร่งใส สวนทางประชาชนพูดตรงกัน 'อย่ามาแหวง'
ที่ประชุมวุฒิสภา พิจารณารายงานผลการปฏิบัติงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำปีงบประมาณ พ.ศ 2567 ตามมาตรา 22 (8) แห่งพระราชบัญญัติ(พ.ร.บ.)ประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง พ.ศ 2560

