
‘ธีระศักดิ์’ เข้ารายงานตัวเป็น สว. แทน ‘หมอเกศ’ ยันไม่ฝักใฝ่การเมืองฝ่ายใด พร้อมทำหน้าที่ผลักดันกฎหมายเพื่อประโยชน์ประชาชน ขอไม่วิจารณ์ข่าวปล่อยผีคดีฮั้ว 229 คน อ้างเกินอำนาจหน้าที่
13 มี.ค. 2569 – ที่รัฐสภา นายธีระศักดิ์ อรัญพิทักษ์ สมาชิกวุฒิสภา (สว.) คนใหม่ เข้ารายงานตัวต่อสำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา แทน น.ส.เกศกมล เปลี่ยนสมัย อดีต สว. หลังศาลฎีกามีคำพิพากษา ให้เพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งเป็นเวลา 10 ปี มีผลทำให้ตำแหน่งสมาชิกวุฒิสภา กลุ่มที่ 19 กลุ่มผู้ประกอบวิชาชีพ ผู้ประกอบอาชีพอิสระ หรืออื่นๆ ในทำนองเดียวกันว่างลง 1 ตำแหน่ง ส่งผลให้ผู้มีชื่ออยู่ในลำดับถัดไปในบัญชีสำรองเลื่อนขึ้นมาเป็นสมาชิกวุฒิสภาแทน และให้อยู่ในตำแหน่งเท่าอายุของวุฒิสภาที่เหลืออยู่ ทำให้ขณะนี้มี สว. ครบ 200 คนแล้ว
โดยนายธีระศักดิ์ กล่าวว่า ตนเป็น สว. กลุ่ม 19 จาก จ.เชียงราย มีอาชีพเป็นวิศวกร และอาจารย์ที่มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย ซึ่งมีปณิธานการทำงานในการมุ่งมั่นกลั่นกรองกฎหมาย เสนอแนะกฎหมายใหม่ที่ดีขึ้นกว่าเดิม และจะติดตามตรวจสอบการทำงานของรัฐบาล และให้คำแนะนำอย่างมีคุณภาพ
ส่วนเรื่องการเมือง ไม่ฝักใฝ่ฝ่ายใด จะทำตามปณิธานที่ตั้งไว้ คือ สว. ต้องมีความเป็นอิสระต่อการเมือง และไม่คิดเป็นศัตรูกับใคร และจะพยายามมุ่งเน้นผลประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชนเป็นสำคัญ ทั้งนี้ในการทำงานจะมีการประสานกับเพื่อน สว. และจะไม่ทำตัวให้แตกแยก ฝักใฝ่ฝ่ายใด เป้าหมายคือทำให้เกิดประโยชน์ต่อประเทศชาติ การมี สว. คือเพื่อสร้างความหลากหลาย เราจึงต้องให้เกียรติและเคารพซึ่งกันและกัน พร้อมแลกเปลี่ยนประสบการณ์เพื่อท้ายสุดแล้วจะได้กฎหมายและกติกาในการอยู่ร่วมกันอย่างดีและมีคุณภาพ
เมื่อถามถึงข้อกฎหมายที่ยังมีข้อกังวลหรือต้องการผลักดันเป็นพิเศษนั้น นายธีระศักดิ์ กล่าวว่า บางกฎหมายยังคงมีปัญหาอยู่และมีความไม่ยุติธรรม จะต้องปรับปรุงให้ดีขึ้น และในส่วนของ One Stop Service ในเรื่องของการลงทุนต่าง ๆ ก็ต้องทำให้โปร่งใส เรียบง่าย มีประสิทธิภาพที่สุด และอีกหลายอย่างที่มองว่ายังสามารถพัฒนาได้ โดยเฉพาะในยุคปัจจุบันที่เทคโนโลยีเข้ามามีส่วนเกี่ยวข้อง ซึ่งเรายังตกอยู่ภายใต้แอปพลิเคชันของต่างชาติ ตนเชื่อว่าเรามีมหาวิทยาลัยชั้นยอด ที่น่าจะสามารถพัฒนาเทคโนโลยีแอปพลิเคชันต่างๆ ช่วยประชาชนลดรายจ่ายและเพิ่มรายได้ โดยเฉพาะกลุ่มผู้ที่ด้อยโอกาสและผู้สูงอายุ ซึ่งควรจะมีรายได้และอยู่อย่างมีศักดิ์ศรี ซึ่งต้องดูว่าประเด็นนี้มีหน่วยงานใดที่ช่วยเหลือได้บ้าง เพื่อช่วยให้ไม่เป็นภาระ และเป็นเสาหลักของบ้านได้
เมื่อถามถึงกรณีคดีฮั้ว สว. ที่คณะอนุกรรมการวินิจฉัยชี้ขาดปัญหาหรือข้อโต้แย้ง คณะที่ 36 มีมติให้ผู้ถูกกล่าวหาทั้ง 229 คน ไม่มีมูลความผิด นายธีระศักดิ์ กล่าวว่า ขึ้นอยู่กับกติกาและวิจารณญาณของกรรมการที่จะวินิจฉัย แต่ส่วนตนไม่มีความเห็นในเรื่องนี้ เนื่องจากเกินเขตอำนาจหน้าที่ของตน.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
จันทร์นี้ระทึก! 'เลือกตั้งโมฆะ' หรือไม่ 'ศาลรธน.' ต้องยึด 3 หลักตีความเคร่งครัด
จันทร์นี้มีระทึก 'เลือกตั้งโมฆะ' หรือไม่ 'อดีตผู้พิพากษา' ย้ำ 9 ตุลาการศาลรธน. ต้องตีความโดยเคร่งครัด อย่าตีความขยายรัฐธรรมนูญ ชี้เสี่ยงบัตรเลือกตั้งไม่เป็นความลับ
จับตา! 3 ปรากฎการณ์ เขย่า 'ระบอบสีน้ำเงิน'
นายเทพไท เสนพงศ์ นักวิเคราะห์การเมือง อดีต สส.นครศรีธรรมราช โพสต์คลิปและข้อความผ่านเฟซบุ๊กในหัวข้อ "จับตาท่าทีอนุรักษ์นิยมต่อระบอบสีน้ำเงิน" โดยระบุว่า
'ศรีสุวรรณ' บุกร้อง ป.ป.ช. เอาผิดจริยธรรมร้ายแรง 2 สว. กลับคำให้การคดีฮั้ว สว.
นายศรีสุวรรณ จรรยา ผู้นำองค์กรรักชาติ รักแผ่นดิน ได้เดินทางมายื่นคำร้องถึงคณะกรรรมการ ป.ป.ช.เพื่อขอให้ไต่สวนและวินิจฉัยเอาผิด 2 สมาชิกวุฒิสภา ที่กลับคำให้การในคดีฮั้ว สว. อันถือได้ว่าเข้าข่ายทุจริตต่อหน้าที่ หรือจงใจปฏิบัติหน้าที่ หรือใช้อำนาจขัดต่อบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญหรือกฎหมาย หรือฝ่าฝืน หรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง หรือไม่
กกต. ผวา 'ม็อบสนธิ' สั่งสื่อลงทะเบียนล่วงหน้า ยกระดับความปลอดภัย
สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เพิ่มมาตรการดูแลรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวด รับมือกลุ่มมวลชนเตรียมเดินทางมายื่นหนังสือร้องเรียนเกี่ยวกับกระบวนการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา (สว.) ในช่วงปลายสัปดาห์นี้
ศาลฎีกาโต้ข่าว 'ประธานแผนกคดีเลือกตั้ง' พบอดีตนักการเมือง 'น.'
ศาลฎีกาแจงข่าว “วรวุฒิ เทวาทศิน” พบอดีตนักการเมือง “น.” เพื่อขอแรงหนุนเป็นตุลาการศาลรัฐธรรม
นักวิชาการชี้จุดหักเห 'กลุ่มอนุรักษ์นิยม' ไม่เอา 'ระบอบสีน้่ำเงิน' ที่กลืนกินระบบการตรวจสอบ
'อ.ลอย' ชี้จุดหักเหสำคัญทำไม 'กลุ่มอนุรักษ์นิยม' ไม่เอา 'ระบอบสีน้ำเงิน' มองว่าไม่ใช่ 'โล่ป้องกันภัย' อีกต่อไป แต่กลับเป็น 'สารพิษทางการเมือง' ใช้อำนาจผ่านการฮั้วสว.โกงสอบท้องถิ่น กลืนกินระบบการตรวจสอบ ภาพทางการเมืองจะเปลี่ยนจาก 'การสู้ระหว่างขั้วซ้าย-ขวา' ไปสู่ 'การต่อสู้ระหว่างฝ่ายปฏิรูปคุณธรรม กับ ฝ่ายทุนการเมืองกลุ่มอิทธิพล'

