สีน้ำเงินตีปีก-หลายขั้วตบเท้า เสริมแกร่งอนุทินคัมแบ็กนายกฯ

การประชุมใหญ่วิสามัญ พรรคภูมิใจไทย เมื่อวันอาทิตย์ที่ 23 พ.ย.ที่ผ่านมา ยังไม่มีการเปิดตัว "เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ" รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.การคลัง กับ "ศุภจี สุธรรมพันธุ์" รมว.พาณิชย์ เป็น 2 แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคภูมิใจไทย แต่อย่างใด

สาเหตุคงเพราะไทม์มิ่งการเมืองรอได้ โดยเฉพาะรอการตัดสินใจบางอย่างจาก ศุภจี ที่กระโดดจากผู้บริหารบริษัทเอกชนขนาดใหญ่ มาทำงานการเมืองได้ไม่ถึง 3 เดือน ไม่เคยอยู่บนถนนการเมืองมาก่อน จึงต้องคิดหนักพอสมควร

 ขณะที่ เอกนิติ การที่ลาออกจากราชการที่กระทรวงการคลัง มาเป็นรองนายกฯ ควบ รมว.การคลัง ซึ่งมีบิ๊กกระทรวงการคลังไม่กี่คนที่ได้แบบนี้ อย่างก่อนหน้านี้ กฤษฎา จีนะวิจารณะ อดีตปลัดคลัง ก็ยังเป็นแค่ รมช.การคลัง ยุครัฐบาลเศรษฐา ทวีสิน และด้วยชื่อชั้น ดร.เอกนิติ กับการมีประสบการณ์โชกโชน ผ่านตำแหน่งสำคัญมากมายใน ก.การคลัง-เคยนั่งเก้าอี้ใหญ่บอร์ดรัฐวิสาหกิจหลายแห่ง เช่น ประธานบอร์ด ธนาคารทหารไทยธนชาต-ประธานบอร์ดการบินไทย-ประธานบอร์ดธนาคารกรุงไทย  ดังนั้นต่อให้ในอนาคตหากทางการเมืองไปไม่ได้กับอนุทิน-ภูมิใจไทย สำหรับตัวเอกนิติก็ยังมีทางเดินการเมือง-ภาคธุรกิจอีกมาก การจะเข้าสู่พรรคภูมิใจไทยในฐานะนักการเมืองเต็มตัว กับการเป็นแคนดิเดตนายกฯ ของพรรคในการเลือกตั้งปี 2569 จึงคุ้มค่าน่าเสี่ยง ไม่ต้องคิดมากเหมือนกับศุภจี

อย่างไรก็ตาม แม้ยังไม่มีคำยืนยันจากปาก "เอกนิติ-ศุภจี" อย่างเป็นทางการ ว่าจะตอบรับเทียบเชิญของอนุทิน-ภูมิใจไทยหรือไม่ แต่การที่อนุทินประกาศให้คนทั้งประเทศรับรู้ และบอกว่าได้มีการชักชวนทั้ง 2 คนแล้ว เมื่อเป็นแบบนี้ก็ไม่น่าจะมีอะไรผิดพลาด คงไม่เกิดกรณีภูมิใจไทยถูกทั้ง 2 คน "เท" ก่อนเลือกตั้ง

และแม้การประชุมใหญ่พรรคภูมิใจไทย เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ไม่มีการเปิดตัว 3 แคนดิเดตนายกฯ แต่ไม่ได้ทำให้สีสัน-ความน่าสนใจทางการเมืองลดลงไปเลย เพราะเป็นวันที่ “กลุ่มการเมือง-นักการเมือง-สส.พรรคการเมืองอื่น” ชื่อดังหลายคนตบเท้าไปร่วมเปิดตัวที่พรรคภูมิใจไทย

ไม่ว่าจะเป็น ท็อป-วราวุธ ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา ที่พาลูกทีมชาติไทยพัฒนา ที่เป็น สส.สุพรรณบุรี-นครปฐม กลุ่มบ้านใหญ่สะสมทรัพย์ และอนุรักษ์ จุรีมาศ สส.ร้อยเอ็ด ที่ฝ่ากระแสเพื่อไทยชนะมาได้เกือบทุกครั้ง และยังมี กลุ่มบ้านใหญ่ชลบุรี ตระกูลคุณปลื้ม นำโดยสนธยา คุณปลื้ม และวิทยา คุณปลื้ม นายกฯ อบจ.ชลบุรี ที่ยกทีมจากเพื่อไทยมาภูมิใจไทย เพื่อจับมือกับ สุชาติ ชมกลิ่น เสี่ยเฮ้ง รองนายกฯ และ รมว.ทรัพยากรธรรมชาติฯ สู้ศึก-ฝ่ากระแสพรรคส้ม ประชาชนที่ชลบุรี เพราะทั้ง 2 คนรู้ดีว่า หากฟาดฟันสู้กันเอง ก็มีแต่จะตัดคะแนนกันเอง เข้าทางพรรคส้ม เหมือนกับตอนเลือกตั้งปี 2566 ทำให้ทั้งสุชาติ-สนธยา จากที่เคยห้ำหั่นกันเองตอนปี 2566 ก็เลยต้องมาอยู่ด้วยกันที่ภูมิใจไทย หลังก่อนหน้านี้ทั้ง 2 คนเคยอยู่ร่วมค่ายเดียวกันมาก่อนที่พรรคพลังชล ตอนเลือกตั้งปี 2554 ที่เป็นจุดกำเนิดทางการเมืองของเสี่ยเฮ้ง ก่อนที่เลือกตั้งปี 2562 ทั้ง 2 คนจะไปเป็นตัวหลักให้พรรคพลังประชารัฐ

แต่พอปี 2566 ทั้ง 2 คนก็ย้ายออกจากพลังประชารัฐ แต่แยกทางกันเดิน เพราะบ้านใหญ่คุณปลื้มไปเพื่อไทย แต่สุชาติไปรวมไทยสร้างชาติ แต่สุดท้ายทั้ง 2 คนก็ไม่ประสบความสำเร็จตามที่ตั้งเป้าไว้ด้วยกันทั้งคู่ เพราะเจอกระแส "พิธา ลิ้มเจริญรัตน์-ก้าวไกล" มาวันนี้เลยต้องกลับมาจับมือกันที่ค่ายสีน้ำเงิน ภูมิใจไทย ผ่านการดีลของเนวิน ชิดชอบ พี่ใหญ่พรรคสีน้ำเงิน ที่มีสายสัมพันธ์อันดีกับสนธยา ในฐานะอดีตกลุ่ม 16 ด้วยกัน รู้จักกันมาร่วม 30 กว่าปี ทุกอย่างเลยคุยง่ายบนโต๊ะเจรจาการเมือง “เนวิน-อนุทิน-สุชาติ-สนธยา” เลยปิดดีลอย่างที่เห็น

และตามคาด “2 สส.สาว พรรคเพื่อไทย” ที่เคยมีข่าวจะย้ายออกจากเพื่อไทย ก็ไปร่วมปรากฏตัวด้วย คือ น.ส.สรัสนันท์ อรรณนพพร สส.ขอนแก่น พรรคเพื่อไทย และประธานคณะกรรมาธิการต่างประเทศ สภาผู้แทนราษฎร บุตรสาวพงศกร อดีต สส.ขอนแก่น ที่ก็เคยอยู่กับเนวิน กลุ่ม 16 มาก่อนเช่นกัน ซึ่งช่วงเปลี่ยนรัฐบาล พงศกรก็ออกจากเพื่อไทยเปิดตัวไปภูมิใจไทยทันที และ น.ส.สุดารัตน์ พิทักษ์พรพัลลภ สส.อุบลราชธานี พรรคเพื่อไทย ลูกสาวชูวิทย์ กุ่ยฯ ที่ตอนเปลี่ยนรัฐบาล ชูวิทย์ออกจากเพื่อไทยไปรับตำแหน่งทางการเมืองอยู่กับ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ที่กระทรวงเกษตรฯ 

ซึ่งหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา สส.หญิงทั้ง 2 คน ถูกกดดันจากคนในพรรคเพื่อไทยอย่างหนัก เริ่มถูกเพื่อน สส.เพื่อไทยแอนตี้ เพราะเพื่อไทยต้องการความชัดเจนว่าจะย้ายออกหรือไม่ แต่ทั้ง 2 คนก็ยังนิ่งอยู่ จนกระทั่งเริ่มส่งสัญญาณชัดว่าจะย้ายมาภูมิใจไทยในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา

และสุดท้ายใช้โอกาสวันประชุมใหญ่พรรคภูมิใจไทยเดินทางไปเปิดตัว โดยสวมเสื้อฟุตบอลสโมสรบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ให้เห็นกันทั้งประเทศ เท่ากับภูมิใจไทยปิดดีล 2 สส.อีสานยังบลัดเพื่อไทย ทายาทการเมืองชื่อดังขอนแก่น-อุบลราชธานีเรียบร้อย หลังจากนี้ก็ไปร่วมกินแจ่วฮ้อน-ข้าวเหนียว ส้มตำ ไก่ย่าง กับ สส.อีสาน ภูมิใจไทย ได้อย่างสบายใจ

 ส่วนกลุ่ม นายกช้าง ปิยะ ปิตุเตชะ นายก อบจ.ระยอง ที่ก็ไปร่วมเปิดตัวกับภูมิใจไทยในวันเดียวกัน ก็ไม่ใช่เรื่องเหนือความคาดหมาย เพราะหลายคนอาจไม่รู้ความหลังการเมืองว่า ปิยะสมัยเป็น สส.ระยอง พรรคชาติพัฒนา ยุคพลเอกชาติชาย ชุณหะวัณ ก็เป็นอดีตกลุ่ม 16 ร่วมกับทั้งเนวิน-สนธยา-วิทยา-พงศกร อรรณนพพร ด้วยเช่นกัน เรียกว่ารู้จักมักคุ้นกันดีตั้งแต่แตกวัยหนุ่ม การที่กลุ่มบ้านใหญ่ระยองมาเสริมทีมภูมิใจไทย จึงไม่ใช่เซอร์ไพรส์การเมือง แม้น้องชาย เสี่ยตี๋ สาธิต อดีต สส.ระยอง จะไม่ได้มาด้วย เพราะปักหลักอยู่กับ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ที่พรรคประชาธิปัตย์ต่อไป แต่ 2 พี่น้อง ปิยะ-สาธิต ก็สามารถบริหารจัดการพื้นที่ได้ว่า เขตไหนเอาจริง เขตไหนต้องหลบให้กัน เพราะคู่แข่งของบ้านใหญ่ระยองมีอยู่พรรคเดียวคือ พรรคประชาชน ที่ตอนเลือกตั้งปี 2566 พรรคก้าวไกลชนะยกจังหวัดระยอง ทำเอาบ้านใหญ่ระยองน้ำตาแทบร่วง ดีที่ว่ามาฟื้นได้กับชัยชนะเลือกตั้งนายก อบจ.ระยองของนายกช้างเมื่อต้นปีนี้ ทั้งที่ถูกปรามาสว่าจะแพ้ยับ แต่สุดท้ายชนะได้ เลยทำให้บ้านใหญ่ระยองเห็นทางแก้มือที่จะทวงคืน สส.เขตระยองจากพรรคส้ม ในการเลือกตั้งที่จะมีขึ้น

อย่างไรก็ตาม คาดว่า ดีลการเมือง ที่ "เนวิน-อนุทิน" ไปเจรจากับกลุ่มการเมืองต่างๆ เพื่อให้เข้าร่วมเสริมทัพภูมิใจไทย คงยังไม่หมดแค่นี้ แต่สิ่งที่เป็นการบ้านใหญ่ของเนวิน-อนุทิน-ภูมิใจไทยก็คือ ต้องไปแก้ปัญหาจุดอ่อนของภูมิใจไทย คือ

"พื้นที่เลือกตั้งภาคเหนือ-กรุงเทพมหานคร-คะแนนปาร์ตี้ลิสต์ทั่วประเทศ"

โดยเฉพาะ กทม.ที่ถือเป็นจุดอ่อนของพรรคสีน้ำเงิน ยิ่งเมื่อดูประวัติศาสตร์การเมืองตั้งแต่ยุคการเมืองใช้ระบบเลือกตั้งแบบมี สส.ปาร์ตี้ลิสต์ หรือ สส.ระบบสัดส่วน จะพบว่า พรรคที่ชนะการเลือกตั้ง หรือได้เป็นพรรคแกนนำจัดตั้งรัฐบาล จะต้องมี สส.กทม.ระดับหนึ่งหลังเลือกตั้ง จากที่ กทม.ที่มี สส.เขต 30 กว่าที่นั่ง ไม่ว่าจะเป็น พรรคไทยรักไทย-พลังประชาชน-เพื่อไทย-พรรคพลังประชารัฐ-ก้าวไกล

 หากภูมิใจไทยแก้จุดนี้ไม่ได้ ก็เหนื่อยในการชิงตั้งรัฐบาลกับพรรคประชาชน เว้นแต่ได้ สส.เขตต่างจังหวัดยกจังหวัดหลายสิบแห่ง รวมถึงต้องได้คะแนนเสียงปาร์ตี้ลิสต์ให้ได้ระดับหลักหลายล้านเสียงขึ้นไป เพื่อให้พรรคมี สส.ปาร์ตี้ลิสต์เป็นกอบเป็นกำ และไปตัดจำนวน สส.ปาร์ตี้ลิสต์พรรคคู่แข่งไปในตัว

อย่างที่เห็น เลือกตั้งปี 2566 ที่ผ่านมา ภูมิใจไทยได้คะแนนปาร์ตี้ลิสต์แค่ 1,138,202 คะแนน ได้ สส.บัญชีรายชื่อแค่ 3 คน จากจำนวน สส.หลังเลือกตั้ง 71 คน จุดนี้คือการบ้านข้อใหญ่ของอนุทิน-ภูมิใจไทย ในการเลือกตั้งที่จะมีขึ้น หากต้องการคัมแบ็กนายกฯ รอบ 2.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

8ก.พ.ประชามติรธน. ผ่าน-ไม่ผ่าน สัมพันธ์คะแนนพรรค?

วันอาทิตย์ที่ 8 ก.พ. นอกจากจะเป็นวันเลือกตั้งแล้ว วันดังกล่าวยังเป็น เดิมพันอนาคตรัฐธรรมนูญ ที่เป็นกฎหมายสูงสุดของประเทศ เพราะนอกจากประชาชนจะได้บัตรสีเขียว เลือก สส.เขต และบัตรสีชมพู เลือก สส.ปาร์ตี้ลิสต์ วันเดียวกัน ยังได้บัตรสีเหลือง เพื่อออกเสียงประชามติ กับคำถามที่ว่า

โค้งสุดท้าย 'อนุทิน' ขอกลับมาเป็นนายกฯ 1 ปีดัชนีไม่ดีขึ้น 'ไปเองไม่ต้องไล่'

“อนุทิน” ปราศรัยใหญ่ตลาดสามโคก ขอโอกาสชาวปทุมธานีเลือกภูมิใจไทย อ้อนขอกลับมาเป็นนายกฯ หลังผ่านทดลองงาน 4 เดือน ลั่น ถ้าทำงานครบ 12 เดือนดัชนีไม่ดีขึ้นไม่ต้องไล่   เดี๋ยวออกเอง แขวะ คนเอามือไขว้หลังไม่เคารพเพลงชาติ ไม่ให้เกียรติบรรพบุรุษ ย้ำ ไม่เปิดด่าน ลั่น ภูมิใจไทยมีแต่คนเขี้ยวแต่ไม่เอี้ย

'อนุทิน' ได้ยินแล้วคลิปเสียง 'น้ำเงินตั้งรัฐบาล' ผวา 7 วันอันตรายโดนพุ่งโจมตี

“อนุทิน” บอกคลิปเสียงคล้าย"ศักดิ์ดา" ปม น้ําเงินตั้งรัฐบาล ได้ยินแล้ว แต่ให้ เจ้าตัวตอบตัวเอง ไม่รู้ของจริงหรือปลอม ไม่หวั่นโค้งสุดท้าย 7 วัน กระแสพุ่งโจมตี ภท.ลั่น เชื่อใน ปชช.ขอเปรียบเป็นภูเขาทอง “อยู่ให้เป็น เย็นให้พอ รอให้ได้”

โค้งสุดท้าย'ศึกสามขั้ว' เสียงแตก!'อนุรักษนิยม'พัง

การเมืองไทยเดินเข้าสู่ช่วงโค้งสุดท้ายของการหาเสียงเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร วันที่ 8 กุมภาพันธ์นี้ อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ บรรยากาศโดยรวมเริ่มนิ่งขึ้น

โค้งสุดท้ายหาเสียง 'เพื่อไทย' ปราศรัยเดือด ซัดกลับภูมิใจไทย ท้า 'อนุทิน' ดีเบต

"ยศชนัน" แอ่วเชียงรายช่วย "ยิ้ม วิสาระดี-วิสาร-ต้นน้ำ ธนรัช" หาเสียง "หนิม" ซัด "หนู‘ ยกคลั่งชาติ ทำคนแตกแยก เหน็บ ฟังแต่ ’เนวิน‘ ใช้เหตุชายแดนหวังผลเลือกตั้งเหมือน ’อังเคิล‘ ท้าดีเบตสักครั้งก่อนเลือกตั้ง ขณะที่ ‘ณัฐวุฒิ’ ยั้ว ‘อนุทิน’ ถามสู้คดีสว.หรือไม่

หลังปราศรัยใหญ่ ‘อนุทิน’ นำทีมภูมิใจไทย เก็บขยะ-เก้าอี้ สวนลุมฯ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังเสร็จสิ้นการปราศรัยใหญ่ครั้งแรกของพรรคภูมิใจไทยที่สวนลุมพินี เมื่อช่วงเย็นวันที่ 30 มกราคมที่ผ่านมา นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทยนำทีมแกนนำพรรคอาทิ นายไชยชนก ชิดชอบ นายวราวุธ ศิลปอาชา นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ และผู้สมัครสส. กทม.ของพรรคภูมิใจไทย เก็บขยะที่บริเวณหน้าเวทีและจัดเก็บเก้าอี้