ถอดรหัส ยิงถล่ม 'สส.กมลศักดิ์' ซัดโจร 'บีอาร์เอ็น' กลัวเสียฐานมวลชน โยนบาปเจ้าหน้าที่รัฐ

เพจฉก.นราธิวาส ถอดรหัสยิงรถ สส.กมลศักดิ์ กล้องเสีย-ด่านเยอะ แต่โจรหนีได้ ซัด “บีอาร์เอ็น”โยนบาปเจ้าหน้ารัฐกลัวเสียฐานมวลชน ลงมือกับทนายขวัญใจชาวบ้าน

21 มีนาคม 2569 - เพจหน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส ได้โพสต์ข้อความ ถอดรหัสวาทกรรม: "กล้องเสีย-ด่านเยอะ แต่โจรหนีได้?" ใครกันแน่ที่อยู่เบื้องหลัง?

พร้อมระบุว่า ทุกครั้งที่เกิดเหตุรุนแรงแล้วกระแสสังคมตีกลับ โดยเฉพาะการไปลอบยิง สส. ที่เคยเป็นทนายช่วยเหลือชาวบ้าน หรือการสร้างความเดือดร้อนในช่วงเดือนแห่งความบริสุทธิ์ เรามักจะเห็น "ข้อความชุดเดิมๆ" ถูกปล่อยออกมาจากกลุ่มผู้เห็นต่าง เพื่อโยนความผิดให้เจ้าหน้าที่รัฐว่ามีส่วนรู้เห็น ทั้งนี้ เราควนมาใช้ "สติและข้อเท็จจริง" วิเคราะห์ข้อสงสัยเหล่านี้ทีละประเด็น:

ข้อกล่าวหาที่ 1: "กล้องวงจรปิดตามเส้นทางพร้อมใจกันเสีย รถก่อเหตุหายเข้ากลีบเมฆ"
ส่วนความจริง: การทำลายระบบกล้องวงจรปิด (CCTV) คือ "ขั้นตอนพื้นฐาน (SOP)" ของผู้ก่อเหตุรุนแรงอยู่แล้ว

• พฤติกรรมซ้ำซาก: ก่อนลงมือ โจรกลุ่มนี้จะมีการดูลาดเลา หันมุมกล้องหนี ตัดสายไฟ หรือแม้แต่วางเพลิงเผากล้องวงจรปิดตามเส้นทางหลบหนีล่วงหน้า

• ตัดไฟตัดทาง: ย้อนดูเหตุการณ์ที่สุไหงปาดี (19 มี.ค.) จะเห็นชัดเจนว่าคนร้าย "ลอบวางระเบิดเสาไฟฟ้า/สายไฟ" ทำให้ไฟฟ้าส่องสว่างริมทางดับทั้งหมด เมื่อไม่มีไฟ กล้องก็ทำงานไม่ได้ นี่ไม่ใช่เรื่องบังเอิญที่กล้องเสีย แต่คือ "การเตรียมการเพื่อหลบหนี" ของพวกมันเอง

ข้อกล่าวหาที่ 2: "หนีผ่านด่านกองปราบ ด่าน สน. และด่าน ฉก. ที่อยู่ห่างไปไม่กี่ร้อยเมตรได้อย่างไร?"

ส่วนความจริง: โจรในพื้นที่ "ไม่เคยวิ่งฝ่าด่านหลัก" แต่ใช้ความชำนาญเส้นทางรองและทางธรรมชาติ

• รู้หลบรู้หลีก: ด่านตรวจที่กล่าวอ้างล้วนตั้งอยู่บน "ถนนสายหลัก" แต่ลักษณะภูมิประเทศในหมู่บ้านมี "เส้นทางสายรอง" ทางลัด ทางการเกษตร หรือทางทะลุสวนยางพารามากมายที่คนนอกไม่รู้ แต่คนก่อเหตุในพื้นที่รู้ดี

• ทิ้งรถ/เดินเท้าเข้าป่า: ข้อมูลจากเหตุสุไหงปาดีระบุชัดเจนว่า คนร้ายใช้การ "เดินเท้า" มาก่อเหตุ และหลบหนีลัดเลาะเข้าไปในสวนยางพารา มุ่งหน้าขึ้นเขาตะเว หรืออาศัยแนวชายแดน ไม่มีโจรที่ไหนขับรถกระบะเปิดไฟหน้าวิ่งผ่านด่านตรวจใหญ่ๆ หลังก่อเหตุหรอกครับ พวกมันขับรถไปจอดในจุดนัดพบ เปลี่ยนรถ หรือทิ้งรถแล้วเดินเท้าต่อทั้งนั้น

สรุป (Key Takeaway): ทำไมต้องโยนความผิดให้รัฐ?

คำตอบคือ "เพื่อหนีความผิดและลดกระแสด่าทอจากชาวบ้าน" การลอบกัด สส. ที่เป็นที่รัก หรือการปาระเบิดยิงปะทะจนชาวบ้านต้องเดือดร้อนในช่วงปลายเดือนแห่งความบริสุทธิ์ ทำให้โจร (BRN) สูญเสียมวลชนอย่างหนัก การสร้างวาทกรรมว่า "เจ้าหน้าที่ทำเอง" จึงเป็นข้ออ้างเดิมๆ ที่มักถูกนำมาใช้เพื่อฟอกขาวให้ตัวเอง

อย่าปล่อยให้การพิมพ์ข้อความจับแพะชนแกะ มาบิดเบือนความจริงที่ว่า "พวกมันนั่นแหละที่ลอบกัด และทำให้ชาวบ้านเดือดร้อน!"

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'วันนอร์' รายงานนายกฯ แนวทางดับไฟใต้ รับต้องใช้เวลา

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี และประธานที่ปรึกษาพรรคประชาชาติ เดินทางเข้าพบนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ที่ตึกไทยคู่ฟ้า ต่อมา 15.35 น. นายวันมูหะมัดนอร์ ให้สัมภาษณ์ภายหลังเข้าพบนายกฯว่า ได้มารายงานให้นายกฯทราบถึงความคืบหน้าว่า ได้ทำอะไรไปบ้างหลังจากที่นายกฯได้มอบหมายว่า ทำอย่างไรที่จะให้เกิดสันติสุขในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ตนไปทำการบ้านมา จึงมาแจ้งให้นายกฯทราบ

ปัตตานีอุกอาจ! 4 คนร้าย ใช้อาวุธสงครามถล่มรถ ตร.เสียชีวิต 1 นาย

เมื่อวันที่ 4 พฤษภาคม 2569 เวลา 17.25 น. พ.ต.อ.ต่อลาภ เล็งฮะ ผู้กำกับการ สภ.มายอ จ.ปัตตานี รับแจ้งเหตุยิงกันมีผู้เสียชีวิต บริเวณสี่แย

'ทวี' กางหลักฐานโยงตัวการใหญ่ คดีลอบยิง สส.กมลศักดิ์

ความคืบหน้ากรณีคนร้ายลอบสังหาร นายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ สส.นราธิวาส พรรคประชาชาติ ล่าสุด พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง หัวหน้าพรรคประชาชาติ พร้อมด้วยทีมงานฝ่ายกฎหมาย ได้เดินทางเข้าร่วมประชุมหารือเพื่อติดตามความคืบหน้าทางคดี โดยมีนายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ ในฐานะผู้เสียหายเข้าร่วมสรุปประเด็นพยานหลักฐานใหม่ที่อาจเชื่อมโยงไปถึง "ตัวการใหญ่"

'บิ๊กดุลย์' พบเครือข่ายโรงเรียนสอนศาสนาอิสลามชายแดนใต้ เคลียร์ใจลดเงื่อนไขความขัดแย้ง

“บิ๊กดุลย์” นำ “กอ.รมน. - สมช.- ศอ.บต.” พบ”เครือข่ายการศึกษาศาสนาอิสลาม จชต. เคลียร์ใจ ลดเงื่อนไขความขัดแย้ง ยืนยันหลักการไม่แทรกแซงแต่ร่วมมืออย่างให้เกียรติและเคารพศักดิ์ศรี

วิโรจน์ขอโทษ ยิง‘กมลศักดิ์’ ปัดทหารเอี่ยว

เบิกตัว "ร.อ.วิโรจน์" ผู้ต้องหาคดีลอบยิง สส.พรรคประชาชาติสอบปากคำเพิ่ม ก่อนฝากขังศาล เจ้าตัวเอ่ยขอโทษ ยืนยันไม่มีหน่วยทหารเกี่ยวข้อง ไม่รู้ว่ารถที่ใช้ก่อเหตุเป็นรถของ กอ.รมน. ขณะที่ตำรวจเร่งขยายผลหาผู้บงการ

'อภิสิทธิ์' ชำแหละนโยบายชายแดนใต้ฉบับปี 68-70 ใช้เนื้อหาเดิม กลับตั้งเป้าเหตุรุนแรงต้องสงบในปีหน้า

"อภิสิทธิ์" ซัดนโยบายดับไฟใต้ 68-70 ซ้ำรอยของเก่า ทั้งที่เลือดยังไหล-เหตุรุนแรงยังพุ่ง จี้รัฐบาลตอบให้ชัด มีอะไรรับประกันว่าสถานการณ์จะสงบได้ภายในปีหน้า ย้ำทางออกแท้จริงไม่ใช่แค่ปราบปราม แต่ต้องกล้าเผชิญ “คำตอบทางการเมือง-กระจายอำนาจ”