'บิ๊กตู่' หวั่นพวกเดียวกันวางยา!! กำชับ ส.ส.ประชุมสภาทุกนัด

รายงานจากที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ระบุว่า “วิษณุ เครืองาม” รองนายกรัฐมนตรี ไล่เรียงลำดับเวลาเกี่ยวกับการแก้ไขร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง และร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. ขมวดปมสิ้นสุดกระบวนการช่วงประมาณเดือน ก.ค.ปีหน้า

แต่ไฮไลต์สำคัญกว่านั้นคือ คำทำนายของ เนติบริกร ที่เตือนไปยัง ครม.ทั้งหลาย เมื่อกฎหมายลูกทั้ง 2 ฉบับเสร็จสิ้น แล้วก้าวเข้าสู่เดือนสิงหาคม 65 จะเริ่มมีแรงกดดันให้ยุบสภา เริ่มมีการปั่นกระแสถึงการดำรงตำแหน่งของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรีครบ 8 ปี ตามที่รัฐธรรมนูญกำหนดไว้แล้วใช่หรือไม่

อันที่จริงสมัย “มีชัย ฤชุพันธุ์” นั่งหัวโต๊ะคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ เคยถกเถียงกันเรื่องนี้แล้ว “ในวง กรธ.” เคยระบุไว้ประมาณว่า ขึ้นอยู่กับว่าจะนับรวมตอนที่ พล.อ.ประยุทธ์เป็นนายกฯ ตอนยึดอำนาจหรือไม่ แต่ในทางกฎหมายเขาไม่ย้อนหลังกัน โดยให้เริ่มนับตั้งแต่มีรัฐธรรมนูญปี 60
อย่างไรก็ตาม การที่พรรคเพื่อไทยหยิบยกประเด็นนี้ขึ้นมา และยังไม่ส่งศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยวันนี้ พรุ่งนี้ เพราะ พล.อ.ประยุทธ์ยังนั่งนายกฯ ไม่ครบ 8 ปี ความจริงก็ถูกต้องแล้วของพรรคเพื่อไทย


แต่ในทางการเมืองถือเป็นการขุดขึ้นมาฟ้องประชาชนให้รู้ว่ามันมีปัญหานี้อยู่ หากเลือกตั้งครั้งหน้าพรรคการเมืองใดชู “พล.อ.ประยุทธ์” เป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีอีก และ “พล.อ.ประยุทธ์” ได้เป็นนายกฯ อีก ประเทศจะต้องเจอกับการตีความอายุดำรงตำแหน่งของ “บิ๊กตู่”

ฉะนั้น หากอยากให้บ้านเมืองสมูทต้องตัดไฟแต่ต้นลม โดยการไม่เลือกพรรคการเมืองที่สนับสนุน “พล.อ.ประยุทธ์” เป็นนายกฯ

วกกลับมาที่ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล นายกฯ ประยุทธ์ กำชับพรรคร่วมรัฐบาลว่า ช่วยให้ความสำคัญและให้ความร่วมมือในการเข้าร่วมประชุมรัฐสภาสมัยสามัญประจำปี ครั้งที่ 2 ที่กำลังจะเปิดในวันที่ 1 พ.ย.นี้ ส.ส.ฝั่งรัฐบาลอย่าขาดประชุมโดยเด็ดขาด ให้ช่วยกันเข้าประชุมทุกครั้งที่มีกฎหมายสำคัญเข้าสภา

มีการมองว่านายกฯ คงเห็นแล้วที่ผ่านมาสภาล่มบ่อยครั้ง และหลายครั้งก็ได้ประธานในที่ประชุมช่วยชีวิตไว้ โดยการชิงปิดประชุมก่อนที่จะมีการนับองค์ประชุม แล้วชื่อ ส.ส.จะโดนประจานว่าผู้ทรงเกียรติฝ่ายใดกันแน่ที่สันหลังยาว ไม่มีความรับผิดชอบในการทำหน้าที่ประชุม

ขณะที่อีกฝ่ายเห็นว่า นายกฯ ยังจำได้ถึงความพยายามของ “ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า” เลขาธิกาารพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) มือขวาของ “พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ” รองนายกฯ และหัวหน้าพรรค พปชร.ทำไว้เจ็บแสบ โชคดีที่ไหวตัวทัน ไม่เช่นนั้นแผนการนี้อาจสำเร็จลุล่วงได้
ย้อนกลับไปที่เหตุศึกอภิปรายไม่ไว้วางใจ มีการวางแผนจะล้ม พล.อ.ประยุทธ์ให้พ้นจากการเป็นนายกรัฐมนตรี โดยมีกระบวนการล็อบบี้ให้โหวตไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรี

นายกฯ คงจะกลัวซ้ำรอยอีก จึงขอให้ ส.ส.ทั้งพรรคพลังประชารัฐ และพรรคร่วมรัฐบาล เข้าร่วมประชุมกันอย่างพร้อมเพรียง

หลังจากศึกซักฟอกผ่านพ้นมา “พ่อตัวดี” โดนลดบทบาทใน ครม.ก็จริง แต่ในส่วนของพรรค “ลุงป้อม” พี่ใหญ่ของ กลุ่ม 3 ป. ยังคงเก็บผู้กองไว้ใช้งาน ฉะนั้นจึงไม่แปลกที่นายกฯ จะร้อนๆ หนาวๆ เสียวสันหลัง

แม้จะมีความพยายามสร้างภาพ พล.อ.ประยุทธ์ กับ พล.อ.ประวิตร จะรักกันดี สนิทใจเหมือนเดิม แต่ของแบบนี้เจ็บไม่มีวันลืม และมันจะเกิดขึ้นอีกเมื่อไหร่ย่อมได้

เมื่อสมัยประชุมรัฐสภากลับมาเปิดอีกครั้ง มีกฎหมายสำคัญๆ หลายฉบับของรัฐบาลจ่อเข้าสู่การพิจารณา เช่น พ.ร.ก.ควบคุมโรคติดต่อ กฎหมายปฏิรูปต่างๆ และอาจจะมี พ.ร.ก.กู้เงิน อีกฉบับ ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นกฎหมายสำคัญที่รัฐบาลเป็นฝ่ายเสนอ และเป็นกฎหมายเกี่ยวกับการเงิน

ขืนมีคนคิดไม่ซื่อรับงานมาก่อหวอดเล่นเกมในสภา ปล่อยให้ ส.ส.เข้าประชุมบ้าง ไม่เข้าบ้าง ไม่ได้กำชับให้อยู่ประชุมจนจบ อาจพลาดท่าให้กับฝ่ายค้าน ซึ่งที่ผ่านมาตั้งท่าจ้องขอนับองค์ประชุมอย่างสม่ำเสมอ เมื่อประมาณจากสายตาแล้วเห็นว่า ส.ส.ฝั่งรัฐบาลมีจำนวนน้อย

การที่นายกฯ กำชับให้ ส.ส.รัฐบาลเข้าประชุมทุกนัดที่มีกฎหมายสำคัญเข้า ไม่ใช่เพราะกลัวฝ่ายค้าน แต่กลับกลายเป็นว่ากลัวพรรคพวกเดียวกันจะวางยา ดังนั้นจึงเลือกที่จะส่งสัญญาณโดยตรงผ่านสื่อให้ทุกคนทราบอย่างพร้อมเพรียง ดีกว่าเจอแปลงสาร

เพราะถ้ากฎหมายสำคัญโหวตไม่ผ่านขึ้นมา เสียงฝ่ายค้านมากกว่า รัฐบาลก็ต้องแสดงความรับผิดชอบทางการเมืองด้วยการลาออกทันที.

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ตื่น ‘โอไมครอน’ ผวาเคาต์ดาวน์กร่อย ‘บิ๊กตู่’ เกร็ง รีบเข้มสกัดไวรัสอาละวาด

เชื้อกลายพันธุ์ โอไมครอน ที่พบครั้งแรกในแอฟริกาใต้ กำลังสร้างความหวาดวิตกให้กับชาวโลกอย่างมาก หลังเริ่มพบผู้ติดเชื้อในหลายประเทศแล้ว

ฮึดดัน'ประยุทธ์'สู้ศึกสมัยสอง ปลุกมนตร์'เทพ-มาร'จับขั้ว

สารพัดสูตรการเมืองที่ออกมาช่วงนี้ หลังพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. และพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง มีผลบังคับคับใช้ ทำให้เหล่าบรรดานักการเมืองออกอาการ “หนูติดจั่น”

ปรับมาตรการก่อนจุดพลุปีใหม่ บนจุดเสี่ยง‘โควิด’พุ่งซ้ำรอย

นับถอยหลังเข้าสู่เดือนสุดท้ายของปี ซึ่งเป็นฤดูแห่งการท่องเที่ยวและเตรียมต้อนรับสู่เทศกาลเคาต์ดาวน์ปีใหม่ที่พร้อมกลับมาคึกคักอีกครั้ง