หาดใหญ่-สแกมเมอร์ทำรบ.'แต้มหล่น' 'อนุทิน'เปิดหน้าชนกู้เรตติ้ง

โดนล่อเป้าในจังหวะที่รัฐบาลกำลังอยู่ในสภาพอ่อนแอจากกรณีมหาอุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้ โดยเฉพาะที่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา สำหรับการปล่อยภาพที่มีนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย ร่วมเฟรมกับเบนจามิน เมาเออร์เบอร์เกอร์ หรือ "เบน สมิธ" ที่ถูกเชื่อมโยงเครือข่ายกลุ่มสแกมเมอร์ออกมา

การปล่อยภาพ "อนุทิน" กับ เบน สมิธ หรือแม้แต่ภาพนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.การคลัง ถ่ายร่วมกับ "เบน สมิธ" มีเจตนาหวังผลทางการเมืองอย่างชัดแจ้ง

"อนุทิน" คือหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ในขณะที่ "เอกนิติ" คือ 1 ใน 3 ที่ถูกวางตัวให้เป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคสีน้ำเงินในการเลือกตั้งครั้งหน้า

ภาพนี้ถูกปล่อยออกมาไม่กี่ชั่วโมงภายหลัง "อนุทิน" ร่วมแถลงกับสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ในการยึดทรัพย์เครือข่ายสแกมเมอร์กว่าหมื่นล้านบาท โดยเป็นเครือข่ายของ เฉิน จื้อ-ก๊ก อาน คนใกล้ชิดสมเด็จฮุน เซน ประธานวุฒิสภากัมพูชา รวมถึงเครือข่ายของ "เบน สมิธ"

แม้จะมีบิ๊กๆ ทางการเมือง และเชื่อมโยงกับการเมืองไทยหลายคนในนั้น แต่จุดโฟกัสที่สุดคือ "อนุทิน" ในฐานะนายกฯ ที่หวังจะเป็นนายกฯ อีกสมัยในการเลือกตั้งครั้งหน้า

มีการวิเคราะห์ถึงต้นตอภาพนี้ว่าเป็นฝีมือของใคร โดยพุ่งเป้าไปที่ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทางการเมือง แบ่งเป็น "พรรคเพื่อไทย" ศัตรูและคู่แข่งทางการเมือง, คนกันเอง ในองคาพยพของรัฐบาลที่ถูกล่อเป้ารับเต็มในเรื่องนี้มาตลอด, บางคนที่ตกขบวนอำนาจ

แต่ไม่ว่าจะเป็นฝีมือของใคร ไม่สำคัญเท่า "อนุทิน" เสียเครดิตในเรื่องนี้ เพราะดันไปมีภาพกับ "เบน สมิธ" ทำให้อาจถูกนำไปโจมตีในการเลือกตั้งที่กำลังจะมาถึงได้

ซึ่งเดิมการแถลงยึดทรัพย์เครือข่ายสแกมเมอร์ถูกวางเอาไว้เพื่อหวังจะบรรเทาความผิดพลาดจากการบริหารสถานการณ์ในเหตุการณ์มหาอุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้ แต่มือดีปล่อยภาพออกมา ทำให้ทุกอย่างแย่ไปกว่าเดิม

ทำให้รัฐบาลตกอยู่ในสถานการณ์ แต้มหล่นหาย ซึ่ง "อนุทิน" ทราบตรงนี้ดี และเลือกวิธีแก้เกมด้วยการเดินชนปัญหา อย่างน้อยก็ไม่ใช่คนที่หนีปัญหา กล้าที่จะเผชิญหน้าความผิดพลาด

จะเห็นว่าในเหตุการณ์มหาอุทกภัยที่หาดใหญ่ "อนุทิน" แบกหน้าไปให้ประชาชนต่อว่าถึงพื้นที่ โดยไม่มีการต่อล้อต่อเถียง ประหนึ่งยินดีให้เป็นที่ระบาย ต่างจากผู้นำในอดีตหลายคน

ขณะเดียวกัน "อนุทิน" พยายามใช้วิธีการฟื้นฟูเยียวยาในพื้นที่แบบ "เร็ว" และ "มากพอ" เพื่อหวังลดทอนอารมณ์โกรธเกรี้ยวของผู้คน โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคใต้ซึ่งเป็นฐานเสียงหลักในการเลือกตั้งครั้งหน้า

ไม่เพียงเท่านั้น ยังหมั่นลงพื้นที่ อ.หาดใหญ่สม่ำเสมอ ซึ่งเป็นผู้นำไม่กี่คนที่ลงพื้นที่เดิมๆ ติดๆ กันแบบนี้ เพื่อแสดงให้เห็นว่าให้ความสำคัญ ซึ่งในแง่ผลลัพธ์ อย่างน้อยบวกเพิ่มคะแนนไม่ได้ แต่ก็ต้องรักษาฐานเสียงเดิมเอาไว้ให้ได้มากที่สุด  

เวลาของรัฐบาลเหลือน้อย ถ้านับตามไทม์ไลน์เดิม ยุบสภาไม่เกินวันที่ 31 ม.ค.69 และหากพรรคเพื่อไทยไม่ยื่นญัตติซักฟอกเสียก่อน จะเหลือเวลาแค่เพียงเดือนกว่าๆ ให้ "อนุทิน" กอบกู้เรตติ้งตัวเอง

ภาพลักษณ์ของรัฐบาลชุดนี้คือความเป็นอนุรักษนิยม โดยเฉพาะปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชา ที่ก่อนหน้าเข้าสู่อำนาจแสดงจุดยืนชัดเจนคือ ไม่อ่อนข้อ-ไม่ต่อรอง เดินยุทธศาสตร์ตามใจเหล่าชาตินิยมในประเทศทุกเรื่อง ซึ่งน่าสนใจว่าจะถูกหยิบขึ้นมาใช้ประโยชน์ได้อย่างไร

ล่าสุด "สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว" รมว.การต่างประเทศ ลากกัมพูชาขึ้นไปฟาดในการประชุมรัฐภาคีอนุสัญญาห้ามทุ่นระเบิดสังหารบุคคล ครั้งที่ 22 ณ นครเจนีวา พร้อมทั้งร้องขอให้เลขาธิการสหประชาชาติอำนวยความสะดวกในการจัดตั้งคณะผู้ตรวจสอบข้อเท็จจริงที่เป็นอิสระอย่างทันท่วงที

เรื่องนี้มีประชาชนในประเทศถูกใจพอสมควร แต่หากสิ่งที่ร้องขอได้รับการตอบสนอง อาจเป็นผลงานเรื่องชายแดนที่ดูมีความคืบหน้าอีกสักเรื่องได้เหมือนกัน.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'วิกฤตน้ำมัน'ผลพวงลากยาว หยิกเล็บเจ็บเนื้อ'ครม.หนู2'

อารมณ์คนในช่วงวิกฤตราคาน้ำมัน ค่าครองชีพพุ่งสูง เดือดยิ่งกว่าอุณหภูมิช่วงหน้าร้อนหลายเท่าตัว แม้กระทั่งภาพจำในช่วงรัฐบาลรักชาติยึดคืนอธิปไตยกลับคืนมลายหายไปสิ้น แปรเปลี่ยนเป็นเสียงบ่น ก่นด่าแทน

รัฐบาลดัน 'กระบะพี่ มีคลังค้ำ' ช่วย SMEs เข้าถึงสินเชื่อ

รัฐบาล เผย บสย. เดินหน้าช่วย SMEs กลุ่มขนส่ง เกษตรกร อาชีพอิสระ เข้าถึงสินเชื่อเช่าซื้อรถกระบะเชิงพาณิชย์ วงเงินค้ำประกันสูงสุด 1.5 ล้านบาทต่อราย ในงาน “มอเตอร์โชว์ 2026” ตั้งแต่ 25 มี.ค.-5 เม.ย. 69

'พท.' เฉ่งรัฐบาล! ดูแลปชช.ให้ดีกว่านี้ เยียวยาน้ำมันแพง-ต้นทุนเกษตร

'วิสุทธิ์' ห่วงค่าครองชีพ-น้ำมันพุ่ง สวนรายได้ชาวบ้าน เรียกร้องรัฐบาลดูแลให้ดีกว่านี้ เร่งออกมาตรการดูแลราคาพลังงาน ช่วยเหลือต้นทุนด้านเกษตร