
"ประชาชนร้อยละ 47.25 ยังหาคนที่เหมาะสมเป็นนายกฯ ไม่ได้ ร้อยละ 40.20 ยังหาพรรคการเมืองที่เหมาะสมไม่ได้ เสียงกว่า 1 ใน 3 ดังกล่าวนี้จะเป็นตัวแปรว่าจะหาทางเลือกใหม่ให้กับอนาคตประเทศไทยอย่างไร สุดท้ายแม้พรรคฝ่ายอนุรักษนิยมจะชนะเลือกตั้ง หนุนนายอนุทินเป็นนายกฯ อีกสมัย ก็จะวัดใจว่าจะจัดตั้งรัฐบาลแบบเทาเข้มหรือเทาอ่อนๆ!"
เปิดศักราชปีมะเมีย 2569 คนไทยจะได้ใช้สิทธิ์เลือกตั้งทั้งระดับท้องถิ่นและระดับชาติในปีเดียวกัน
โดยวันอาทิตย์ที่ 11 ม.ค.2569 จะมีการเลือกตั้งสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) และนายก อบต.ทั่วประเทศกว่า 5,300 แห่ง
วันที่ 8 ก.พ.2569 จะมีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) แบบเขตเลือกตั้ง 400 ที่นั่ง และบัญชีรายชื่อ 100 ที่นั่ง รวม 500 ที่นั่ง
สำหรับการเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) และสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (สก.) คาดว่าจะมีการเลือกตั้งในวันอาทิตย์ที่ 5 ก.ค.2569
ภาพรวมผู้สมัครรับเลือกตั้งแบบแบ่งเขตเลือกตั้ง สส.ทั้ง 400 เขต มีจำนวนทั้งสิ้น 3,526 คน จาก 60 พรรคการเมือง ส่วนผู้สมัคร สส.แบบบัญชีรายชื่อ จาก 57 พรรคการเมือง มีจำนวน 1,570 คน และมีการเสนอชื่อบุคคลเป็นนายกรัฐมนตรี จาก 43 พรรคการเมือง จำนวน 94 คน โดยมีผู้มีสิทธิเลือกตั้ง จำนวน 53,066,971 คน
94 ปีหลังการเปลี่ยนแปลงการปกครอง จากระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ สู่ระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษตริย์ทรงเป็นประมุข เชื่อกันว่าจะมีการพัฒนาไปสู่ระบอบประชาธิปไตยอันสมบูรณ์
แต่การเมืองไทยยังถกเถียงกันเรื่องการร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ การเลือกตั้งวันที่ 8 ก.พ.นี้ จึงมีการทำประชามติถามประชาชนด้วยว่า "ท่านเห็นชอบว่าสมควรมีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือไม่"
เป็นที่ทราบกันดีว่า การเลือกตั้งแต่ระดับท้องถิ่นถึงระดับชาติ ผู้สมัครและพรรคการเมืองต่างๆ ใช้เงินทุนในการเลือกตั้งจำนวนมากเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด นอกจากใช้รณรงค์ในการหาเสียงแล้ว ยังมีการใช้เงินซื้อเสียงด้วย
สมัยก่อนภาคอีสานมีการซื้อเสียงกันมากที่สุด จนเกิดปรากฏการณ์ "คืนหมาหอน" ในคืนวันก่อนเลือกตั้ง แต่ปัจจุบันการซื้อเสียงลามลงไปถึงภาคใต้ และจ่ายหนักกว่าภาคอีสานเสียอีก ภาคอีสานหัวละ 100-500 บาท แต่ภาคใต้บางพื้นที่หัวละ 1,000-3,000 บาท
ว่ากันว่า สส.ภาคใต้ พรรคร่วมรัฐบาลที่เคยโดนจับคดีเว็บพนัน จ่ายแบบหว่านแหหัวละ 3,000 บาท หมดไปกว่า 200 ล้านบาท จนได้รับเลือกตั้งเป็นท่านผู้แทนฯ อันทรงเกียรติ!
การใช้เงินจำนวนมากในขณะนี้เกิดความวิตกกังวลกันว่าจะทำให้ทุนเทายึดประเทศหรือไม่?
ในเวทีดีเบต นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ตอบคำถามว่า "วันนี้ผมตัดสินใจได้แล้ว ด้วยประวัติของผู้นำแคนดิเดตนายกฯ ที่มีประวัติในเรื่องของคดีที่ร้ายแรง และมีหลักฐานที่ปรากฏชัดว่าเข้าไปอยู่ในกระบวนการที่เกี่ยวข้องกับเรื่องสแกมเมอร์ที่เป็นภาพปรากฏออกมาในเรื่องของ MOU ผมขอพูดว่าพรรคประชาธิปัตย์ไม่สามารถอยู่ร่วมรัฐบาลเดียวกับพรรคกล้าธรรมได้"
ขณะที่ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า แคนดิเดตนายกฯ พรรคกล้าธรรม (กธ.) โต้กลับว่า พรรคที่โจมตีตนเองนั้น บัญชีรายชื่อมีใครขาวบ้าง บางคนดำด้วยซ้ำไปแถวนครฯ ทั้งน้ำมันเถื่อน ทั้งเกเร บ่อนการพนัน
ก่อนหน้านี้พรรคประชาชน (ปชน.) เปิดโปงเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติฟอกเงินทุนเทา กรณีสหรัฐอเมริกาอายัดทรัพย์กลุ่มเครือข่ายสแกมเมอร์ "เฉิน จื้อ" ที่ปรึกษา "ฮุน เซน" ร่วม 5 แสนล้านบาท เชื่อมโยง นายเบน สมิธ ที่มีความสัมพันธ์กับ ร.อ.ธรรมนัส และ นายทักษิณ ชินวัตร ต่อมาสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) อายัดทรัพย์เครือข่ายเบน สมิธ ในประเทศไทยกว่า 1 หมื่นล้านบาท
ในขณะที่ ปชน.ตรวจสอบคนอื่น นายบุญฤทธิ์ เรารุ่งโรจน์ ผู้สมัคร สส.กทม. เขต 33 สังกัดพรรค ปชน. ถูกตำรวจปราบปรามยาเสพติดเข้าจับกุมในคดีฟอกเงินเครือข่ายยาเสพติดข้ามชาติ มูลค่ากว่า 20,000 ล้านบาท
แม้ นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรค จะประกาศขอโทษ อ้างเป็นเหตุสุดวิสัย เนื่องจากหมายจับออกหลังคัดตัวผู้สมัคร แต่เกิดคำถามถึงการคัดสรรผู้สมัครที่ไร้มาตรฐาน ขณะที่แกนนำพรรคตรวจสอบเส้นเงินคนอื่นได้ แต่ในพรรคตัวเองกลับไม่รู้เห็น จึงเป็นการกระทำที่ย้อนแย้งตัวเอง
เมื่อวันที่ 2 พ.ค.68 กกต.ได้วินิจฉัยตัดสิทธิรับสมัครเลือกตั้ง นายเอกพล เอมชะอุ่ม ผู้สมัครสมาชิกสภาเทศบาล (สท.) นครเจ้าพระยาสุรศักดิ์ อ.เมืองศรีราชา จ.ชลบุรี พรรคประชาชน ออกจากประกาศรายชื่อผู้สมัครรับเลือกตั้ง เนื่องจากเคยต้องคำพิพากษาศาลจังหวัดพัทยา ลงวันที่ 13 ก.พ.56 สั่งจำคุก 5 ปี ปรับ 275,000 บาท ในความผิดฐานมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย ตาม พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษฯ
ก่อนหน้านี้พรรคส้มได้ขับสมาชิกพรรคที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการค้ายาเสพติดให้โทษ 2 ราย คือ นายภานุพงษ์ แก้วรัศมี ผู้สมัคร สท.เมืองลัดหลวง จ.สมุทรปราการ และ นายสิทธิชัย สัมฤทธิ์ ผู้สมัคร สท.นครเจ้าพระยาสุรศักดิ์ จ.ชลบุรี นอกจากนี้ อดีต สส.พรรคส้มก็ทำผิดกฎหมายอาญาหลายคดี เช่น เคยถูกจำคุกข้อหาลักทรัพย์ ใช้เอกสารปลอมหนีเกณฑ์ทหาร ทำร้ายร่างกายแฟนสาว เมาแล้วขับ คุกคามทางเพศ เป็นต้น
จากพฤติกรรมที่ย้อนแย้งดังกล่าว การชูแคมเปญ "มีเราไม่มีเทา" ของ พรรคส้ม จึงไม่มีน้ำหนักและไม่ส่งผลสะเทือนทางการเมือง ยังถูกค่อนแคะว่า "พรรคเราก็มีเทาเหมือนกัน"
ส่วนพรรคเพื่อไทย (พท.) แม้จะส่ง ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ เป็นแคนดิเดตนายกฯ คนที่ 1 แต่ข้ามไม่พ้น ตระกูลชินวัตร ที่มี ทักษิณ ชินวัตร คือเจ้าของพรรคตัวจริง ซึ่งโดนคดีทุจริตหนีออกนอกประเทศ กลับมายังจัดฉากหนีคุกจนถูกศาลสั่งจำคุกอยู่ในเวลานี้ และยังมีความสัมพันธ์แนบแน่นกับ เบน สมิธ มากกว่าใคร
พรรค พท.ที่เคยรุ่งโรจน์ แต่เมื่อผู้นำยึดผลประโยชน์ตัวเองมากกว่าชาติบ้านเมือง จึงเข้าสู่ยุคตกต่ำ แกนนำพรรคได้แบไต๋แล้วว่าพร้อมจับมือกับทุกพรรคในการจัดตั้งรัฐบาล
สำหรับพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ที่มี นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี หัวหน้าพรรค ก็เคยมี "ภาพหลุด" ร่วมเฟรมกับ เบน สมิธ ที่ถ่ายร่วมกับบุคคลระดับนำของไทยในหลายแวดวง และได้ชี้แจงว่ารู้จักแต่ไม่สนิท
ที่ต้องจับตา "พรรคสีน้ำเงิน" ได้กวาดต้อน "บ้านใหญ่การเมือง" หลายบ้านเข้ามาร่วมการเลือกตั้งครั้งนี้ โดย บ้านใหญ่ เหล่านั้นเชื่อกันว่ามีการจัดตั้งรัฐบาลล่วงหน้าหนุนนายอนุทินเป็นนายกฯ อีกสมัย
บ้านใหญ่การเมือง (Political Big House) หมายถึง ตระกูลนักการเมืองที่มีอิทธิพลและอำนาจสูงในท้องถิ่นที่ควบคุมพื้นที่มาอย่างยาวนาน โดยใช้ทุนทางเศรษฐกิจ สังคม และเครือข่ายอุปถัมภ์ ทั้งการเมืองระดับท้องถิ่น เชื่อมโยงระดับชาติ ผ่านการสร้างฐานเสียงและต่อรองทางการเมือง
การมี บ้านใหญ่ ที่มีอิทธิพลในพื้นที่ สะท้อนความล้มเหลวของระบบราชการไม่สามารถเป็นที่พึ่งพาของประชาชนยามตกทุกข์ได้ยาก จึงต้องไปพึ่งบ้านใหญ่ให้ช่วยค้ำจุน ดูแล เคลียร์ปัญหาต่างๆ กลายเป็นระบบอุปถัมภ์ที่เกื้อหนุนและตอบแทนกัน
ที่สำคัญบ้านใหญ่จะต้องมีกระบวนการการสะสมทุน เพื่อใช้หล่อเลี้ยงเครือข่ายที่เป็นฐานอำนาจ บางครั้งเป็นทุนที่ได้มาโดยมิชอบ หรือ ทุนเทา โดยเฉพาะการฮั้วประมูลโครงการต่างๆ ในพื้นที่ ตั้งแต่ อบต. เทศบาล อบจ. หากเข้าสู่การเมืองระดับชาติก็มีกระบวนการสะสมทุนที่ใหญ่โตมากขึ้น
แม้นายอนุทินดึงมืออาชีพมาร่วมรัฐบาล โดย นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รมว.การต่างประเทศ เป็นแคนดิเดตนายกฯ คนที่ 2 รวมทั้ง นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รมว.พาณิชย์ และ นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกฯ และ รมว.การคลัง ที่ตอบรับทำงานกันอย่างต่อเนื่อง ช่วยสร้างภาพลักษณ์รัฐบาลให้ดูดีขึ้น
แต่เข้าสู่อำนาจทางการเมืองและการรักษาฐานอำนาจไม่ได้ทำแบบ โลกสวย ต้องมีทุนและเครือข่ายค้ำจุนฐานอำนาจของตัวเอง "บ้านใหญ่" ก็ต้อง ถอนทุนคืน เพื่อหล่อเลี้ยงเครือข่ายและฐานอำนาจ
โดยเฉพาะโครงสร้างอำนาจที่รวมศูนย์จะเอื้อประโยชน์ต่อการถอนทุนได้สะดวก นโยบายหาเสียงเลือกตั้งจึงมีแต่ลดแลกแจกแถม หรือ นโยบายประชานิยม ไม่มีนโยบายปฏิรูปโครงสร้างเพื่อความยั่งยืน เพราะจะกระทบต่อการถอนทุนและการรักษาฐานอำนาจ ส่วน พรรคส้ม ที่เคยชูการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้าง ก็ ลดธง ลงมาต่ำกว่าเดิม
แต่มีปรากฏการณ์ที่้น่าสนใจ ผลการสำรวจนิด้าโพล เรื่อง "กระแสการเมือง กรุงเทพมหานคร” พบว่า พรรคเศรษฐกิจ ที่่มี พล.อ.รังษี กิติญาณทรัพย์ เป็นหัวหน้าพรรค ได้รับความนิยมพุ่งขึ้นถึงลำดับ 5 ซึ่งเป็นผลจาก พล.อ.รังษี ทีมีบุคลิกแข็งกร้าวในการจัดการปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชา ชูนโยบายประหารคนโกง ปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม แยกการจับกุมออกจากการสืบสวน ทำลายวงจรของอาชญากรรมเชิงระบบ ปลดล็อกอุปสรรคทางเศรษฐกิจ
เช่นเดียวกับนายอภิสิทธิ์-พรรค ปชป.ที่ชูการเมืองสุจริต ไม่ร่วมรัฐบาลกับพรรคสีเทา ความนิยมก็ดีขึ้นเรื่อยๆ
สะท้อนว่าประชาชนไม่ทนกับปัญหาเขมรรุกล้ำอธิปไตย ไม่ทนกับการทุจริต ทุนเทา และต้องมีการปฏิรูปโครงสร้างประเทศ เช่นเดียวการเลือกตั้งปี 66 ที่พรรคส้มชนะเลือกตั้งอันดับหนึ่งที่ชูแคมเปญเปลี่ยนแปลงประเทศ แต่การสู้รบชายแดนไทย-กัมพูชา พรรคส้มกลับเดินหลงทางในทุ่งลาเวนเดอร์ ทำให้ประชาชนจำนวนมากหมดสิ้นความเชื่อถือไป และเกิดกระแสชาตินิยมหนุนพรรคฝ่ายอนุรักษนิยมขึ้นมาแทน
อย่างไรก็ตาม ผลการสำรวจนิด้าโพลยังพบว่า ประชาชนร้อยละ 47.25 ยังหาคนที่เหมาะสมเป็นนายกฯ ไม่ได้ ร้อยละ 40.20 ยังหาพรรคการเมืองที่เหมาะสมไม่ได้ เสียงกว่า 1 ใน 3 ดังกล่าวนี้จะเป็นตัวแปรว่าจะหาทางเลือกใหม่ๆ ให้กับอนาคตประเทศไทยอย่างไร
สุดท้ายแม้พรรคฝ่ายอนุรักษนิยมจะชนะเลือกตั้ง หนุนนายอนุทินเป็นนายกฯ อีกสมัย ก็จะวัดใจว่าจะจัดตั้งรัฐบาลแบบเทาเข้มหรือเทาอ่อนๆ!.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'อนุทิน' กำชับผู้ว่าฯ 7 จังหวัดชายแดน ไม่ประมาท เยียวยาบ้านพังต้องเหมาะสม-ทันท่วงที
"อนุทิน" พบปะข้าราชการมหาดไทยในวาระปีใหม่ 69 ย้ำขับเคลื่อนภารกิจ “บำบัดทุกข์ บำรุงสุข” อย่างต่อเนื่อง คุมเข้มรับมือ PM 2.5 ความปลอดภัยชายแดน พร้อมกำชับข้าราชการวางตัวเป็นกลางทางการเมืองตามระเบียบราชการอย่างเคร่งครัด และอำนวยความสะดวกการเลือกตั้งให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย บริสุทธิ์ ยุติธรรม
ใครกันที่เปลี่ยนไป! เมื่อก่อนคนใต้ไม่ชอบ 'พท.-ธรรมนัส'
นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ อดีต สส.พัทลุง โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า ตามจริง เมื่อก่อนคนปักษ์ใต้ ไม่ชอบพรรคเพื่อไทยเลย
'รทสช.' ลงนามสัตยาบันต้านโกง เปิดมีดประหารคนชั่ว
'พีระพันธุ์' นำทัพ รทสช. ลงนามสัตยาบันต้านทุจริต ชูยาแรง 'โกงชาติ = โทษประหาร' ย้ำจุดยืน 'กา 6 ไม่โกหก' เปิดมีด สัญลักษณ์ 'พิฆาตคนชั่ว' กำราบคอร์รัปชัน
'ตรีนุช' นำ พปชร. ชู 12 นโยบายเรือธง สู้ศึกเลือกตั้ง
'ตรีนุช–กรกสิวัฒน์' นำพลังประชารัฐ สู้ศึกเลือกตั้ง เปิด 3 เสาหลัก ชู 12 นโยบายเรือธง แก้ปากท้อง–เสริมความมั่นคง ยันทุกนโยบายทำได้จริง
'อนุทิน' เมินโพลคนใต้เชียร์ 'อภิสิทธิ์' ปัดล็อก 'อ' นั่งนายกฯ
'อนุทิน' ขอเลือกตั้งเรียบร้อย รับหวังสส.กทม. เมินนิด้าโพล สงขลาเชียร์ 'อภิสิทธิ์' ปัดกระแส 'นิพิฏฐ์' ปูดล็อกเป้า 'อ' นั่งนายกฯ ปล่อยมุก 'อภิทิน'
'พิพัฒน์' ยังมั่นใจกวาดใต้ โค้งสุดท้ายขน 'อนุทิน-เอกนิติ-ศุภจี' หาเสียง
'พิพัฒน์' รับกังวลโพลสงขลา ปชป.นำ แต่มั่นใจผลงาน-หัวหน้าพรรค ยังคงเป้ากวาดใต้ 31 ที่นั่ง จับตาไฮไลต์ ปราศัยใหญ่โค้งสุดท้าย ขน 'อนุทิน-เอกนิติ-ศุภจี' ขึ้นเวทีหาเสียง

