
เอ๊ะยังไง! 'ทวี' ไม่สนมติพรรคประชาชาติ ลุยเขย่ารัฐบาล ซัดเลือกตั้งที่โกงสุดในประวัติศาสตร์ไทย ไล่บี้ กกต. เปิดกล่องดำ สางวิกฤต 'บัตรเขย่ง-บัตรขย่ม'
23 ก.พ. 2569 - พันตำรวจเอกทวี สอดส่อง หัวหน้าพรรคประชาชาติ ซึ่งเป็นพรรคที่เพิ่งเปิดตัวเข้าร่วมรัฐบาล "อนุทิน 2" โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า บัตรเขย่ง ไม่ใช่เพียงความคลาดเคลื่อนของตัวเลข แต่เป็นสัญญาณอันตรายว่าความศักดิ์สิทธิ์ของการเลือกตั้งกำลังถูกท้าทาย !
การเลือกตั้ง คือรากฐานของประชาธิปไตย และความสุจริตเที่ยงธรรม.. คือ 'สัญญาประชาคม' ระหว่างรัฐกับประชาชน แต่เมื่อใดที่กระบวนการนี้ถูกตั้งข้อสงสัย ความเชื่อมั่นย่อมสั่นคลอน และความขัดแย้งในสังคมจะทวีความรุนแรงขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ได้จุดกระแสคำถามครั้งใหญ่
โดยภายหลังจาก 'กกต.' เปิดผลการนับคะแนนเลือกตั้ง สส. แบ่งเขตและบัญชีรายชื่อผ่านเว็บไซต์สำนักงาน กกต. ที่ชื่อ 'ECT Report 69' ในวันที่ 18 ก.พ. ต่อมามีนักวิชาการชื่อดังสองท่าน ทั้งอาจารย์สฤณี อาชวานันทกุล และอาจารย์ลอย ชูพงษ์ทอง นำข้อมูลมาวิเคราะห์เชิงสถิติ กระทั่งปรากฏข้อสังเกตสำคัญว่า มี #บัตรเขย่ง และ #บัตรขย่ม รวมกันสูงถึงประมาณ 324,000 ใบ !
ที่น่ากังขาก็คือ ในวันที่ 20 ก.พ. หรือถัดมาเพียงสองวัน… 'กกต.' กลับ 'ปิด' เว็บ Ect Report 69 ดังกล่าว ซึ่งทำให้การร่วมตรวจสอบคะแนนจากภาคส่วนอื่นๆ ทำได้ยาก
ตัวเลข 'บัตรเขย่ง-บัตรขย่ม' ระดับหลักหลายแสนใบนี้ กกต.จึงไม่สามารถอธิบายปัดตกไปได้ง่ายๆ เพียงแค่ใช้คำว่า 'Human Error' แต่นี่คือ 'เหตุอันควรสงสัยหรือความปรากฏ' ตามกฎหมาย ที่เรียกร้องให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ต้องทำงานเชิงรุก ไม่ใช่ตั้งรับรอคนมาร้องเรียน กกต. มีอำนาจเต็มพิกัดในการสืบสวน ไต่สวน สั่งระงับ หรือแม้แต่สั่งเลือกตั้งใหม่ได้ทันที เพื่อคุ้มครองความบริสุทธิ์ของคะแนนเสียง
วันนี้ สังคมไม่ได้ต้องการคำแก้ตัว แต่ต้องการคำตอบใน 3 วิกฤตศรัทธา ดังต่อไปนี้
1.วิกฤต "ความลับ" ของคูหาเลือกตั้ง
การพิมพ์ QR-Code ในบัตรสีเขียว (แบ่งเขต) และ Barcode ในบัตรสีชมพู (บัญชีรายชื่อ) ทำให้การเลือกตั้ง "ไม่เป็นความลับ" ซึ่งขัดต่อรัฐธรรมนูญและกฎหมายเลือกตั้งอย่างชัดเจน
นี่คือการละเมิดสิทธิขั้นพื้นฐานของประชาชน จนนำไปสู่การฟ้องร้องต่อศาลปกครองสูงสุดและผู้ตรวจการแผ่นดินในขณะนี้
2.วิกฤต “บัตรเขย่ง” บัตรผีที่มากกว่าคน
เมื่อจำนวนบัตรในหีบ มากกว่าจำนวนผู้ลงชื่อรับบัตรจริง นี่ไม่ใช่ข้อผิดพลาดทางเทคนิค แต่เข้าข่ายมีเหตุอันควรเชื่อได้ว่าการเลือกตั้งอาจไม่สุจริต กกต. ต้องเร่งกระบวนการสืบสวนและเปิดเผยข้อเท็จจริงโดยพลัน
3.วิกฤต “ส่วนต่างผิดธรรมชาติ” ของบัตรสองสี
ผู้มีสิทธิ 1 คน รับบัตร 2 ใบ กากบาท 2 ครั้ง และหย่อนลงหีบพร้อมกัน แต่เมื่อนับคะแนนเสร็จสิ้น กลับพบส่วนต่างของจำนวนบัตรทั้งสองประเภทอย่างมหาศาล ความผิดปกตินี้สะท้อนถึงความบกพร่องที่ต้องถูกตรวจสอบเชิงลึก
หนทางเดียวที่จะกู้วิกฤตศรัทธาคืนมาได้ คือการ “เปิดกล่องดำ” ของกระบวนการจัดการเลือกตั้ง โดย กกต. ต้องกล้าที่จะดำเนินการในประเด็นสำคัญๆ เหล่านี้
-ตั้งคณะทำงานร่วมตรวจสอบ (Audit) โดยมีตัวแทนภาคประชาชน ผู้เชี่ยวชาญด้านระบบคอมพิวเตอร์ และนิติวิทยาศาสตร์ เข้าร่วม
-ตรวจสอบต้นขั้วบัตร เทียบลายเซ็นหรือรอยนิ้วมือกับบัตรที่ใช้จริง และตรวจสอบบัญชีรายชื่อผู้มาใช้สิทธิ เพื่อป้องกันการสวมสิทธิ
-เปิดเผยขั้นตอนทั้งหมด เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงได้ เพราะนี่คือข้อมูลสาธารณะ
นี่ไม่ใช่การกล่าวหา แต่คือการใช้สิทธิตามกฎหมายเพื่อปกป้องอำนาจอธิปไตยของประชาชน หากทุกอย่างทำด้วย 'ความสุจริต' การเปิดเผยความจริงคือหนทางเดียวที่จะกู้ศรัทธาของสังคม
แต่หากเลือกที่จะ 'นิ่งเฉย' ปล่อยให้ความคลุมเครือกลายเป็นบรรทัดฐานใหม่ ความเสียหายจะไม่หยุดอยู่แค่การเลือกตั้งครั้งนี้ แต่จะบั่นทอนความเชื่อมั่นต่อระบอบประชาธิปไตยทั้งระบบ
หนึ่งสิทธิ-หนึ่งเสียงของประชาชนคืออำนาจสูงสุดของประเทศ และไม่มีองค์กรใดอยู่เหนือการตรวจสอบ !
ผมขอเรียกร้องให้ 'กกต.' ใช้กลไกทางกฎหมายอย่างเต็มที่ เปิดเผยความจริงให้ปรากฏต่อสาธารณะเพื่อให้การเลือกตั้งปี 2569 ถูกจดจำในฐานะจุดเปลี่ยนของความโปร่งใส.. ไม่ใช่สัญลักษณ์ของความเงียบงันและการเลือกตั้งที่ 'โกงมากที่สุด' นับตั้งแต่มีขึ้นในประเทศไทย.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'ฝ่ายค้าน' ยื่น 'ปธ.สภาฯ' ส่งศาลรธน. วินิจฉัย ยับยั้งเงินกู้ 2 แสนล. ปรับโครงสร้างพลังงาน ขัดรธน.
'ฝ่ายค้าน' ยื่น 'ปธ.สภาฯ' ส่งเรื่องศาลรธน.วินิจฉัยยับยั้งเงินกู้ 2 แสนล้านเฉพาะปรับโครงสร้างพลังงาน เหตุ ขัดรัฐธรรมนูญมาตรา 172 ไม่เข้าข่ายความจำเป็นเร่งด่วน ยัน เขียนคำร้องรอบคอบ ด้าน 'โสภณ' กั๊ก ส่งคำร้องก่อน 14 พ.ค.หรือไม่ บอกแค่จะยื่นให้เร็วที่สุด
'อนุทิน' ตอก 'กรณ์' หลังจวก พรก.กู้เงิน4 แสนล. ทำเสียวินัยการคลัง เย้ย 'ไหม' คนทำงานเป็นกับไม่เป็น
‘อนุทิน’ ตอบ’กรณ์’ หลังจวกพรก.กู้เงิน 4 แสนล้านทำเสียวินัยการคลัง บอก ฝ่ายค้านก็คิดอย่างนั้น ขอไม่เปรียบไทยเข้มแข็ง-ไทยช่วยไทย พร้อมรับฟังเหตุผล แต่อย่าเอาประสบการณ์มาข่ม ตอกกลับ’ศิริกัญญา’ แขวะเอกสาร 5 แผ่น เย้ยกลับคนทํางานเป็นกับไม่เป็น
ข่าวดี! 12 พ.ค. ออก 'Form TC ไทย-ชิลี' ดิจิทัลเต็มรูปแบบ
ดีเดย์ 12 พ.ค. รัฐบาลเปิดให้บริการออก Form TC ไทย-ชิลี ผ่านดิจิทัลเต็มรูปแบบ อำนวยความสะดวกให้ผู้ส่งออกขอหนังสือรับรอง ติดตามสถานะออนไลน์ได้ 24 ชั่วโมง
'รบ.' จ่อตั้งหน่วยงานภายใต้ สบน. คุมความเสี่ยงหนี้สาธารณะ ติดตามใช้เงิน พรก.กู้เงิน 4 แสนล.
รัฐบาล เตรียมตั้งหน่วยงานภายใต้ สบน. คุมความเสี่ยงหนี้สาธารณะ ติดตาม-ประเมินผลการใช้เงินตาม พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้าน
รัฐบาลจับตา 'ไวรัสฮันตา' คุมเข้มคัดกรอง ยันไทยไม่พบระบาด
รัฐบาลเฝ้าระวัง 'ไวรัสฮันตา' ใกล้ชิด ย้ำไทยยังไม่พบการระบาด พร้อมเพิ่มมาตรการคัดกรองและประเมินความเสี่ยงต่อเนื่อง
นักวิชาการ วิเคราะห์ 'พ.ร.ก.กู้เงิน4แสนล้าน' เมื่อนโยบายระยะยาวสวมรอยเหตุฉุกเฉิน
หากคดีนี้ไปถึงศาลรัฐธรรมนูญ คำวินิจฉัยที่ออกมาจะเป็น 'หมุดหมายสำคัญ' ที่กำหนดทิศทางว่า ในอนาคตรัฐบาลจะสามารถกู้เงินนอกระบบงบประมาณเพื่อทำนโยบายระยะยาวได้กว้างขวางเพียงใด

